Page 468 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 468

กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ





                          ตัวอย่ำงของกฎหมำยเฉพำะที่มีกำรบัญญัติขึ้นส�ำหรับคุ้มครองผู้ถูกเลือกปฏิบัติอันมีขอบเขตใช้กับภำค
               เอกชน เช่น พระรำชบัญญัติคุ้มครองแรงงำน พ.ศ. ๒๕๔๑
                         ส�ำหรับพระรำชบัญญัติควำมเท่ำเทียมระหว่ำงเพศ พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นกฎหมำยเฉพำะซึ่งมีหลักกำรโดยตรง

                                                                        539
               ในกำรห้ำมเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ หำกพิจำรณำ มำตรำ ๑๗  จะเห็นได้ว่ำมีขอบเขตครอบคลุมกำรกระท�ำ
               อันเป็นกำรเลือกปฏิบัติทั้งภำครัฐและเอกชน จึงเป็นตัวอย่ำงของกฎหมำยเฉพำะที่ครอบคลุมกำรเลือกปฏิบัติโดยรัฐและ
               โดยเอกชน แต่กฎหมำยนี้มีขอบเขตของเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติเฉพำะเพศเท่ำนั้น

                         อย่ำงไรก็ตำม กำรเลือกปฏิบัติจำกภำคเอกชนในกรณีอื่น ๆ ยังไม่มีกฎหมำยคุ้มครองเป็นกำรเฉพำะ ตัวอย่ำง
               ที่ได้ศึกษำพบในงำนวิจัยนี้จำกกำรส�ำรวจ สัมภำษณ์ จัดกลุ่มสนทนำ ฯลฯ เช่น

                          กำรเลือกปฏิบัติโดยกำรปฏิเสธไม่ให้เข้ำใช้บริกำรของผู้ประกอบกิจกำรที่พัก เช่น กำรที่โรงแรมปฏิเสธ

                             มิให้ผู้มีควำมเชื่อในตุ๊กตำลูกเทพเข้ำใช้บริกำร
                          กำรปฏิเสธไม่ขำยสินค้ำหรือบริกำรด้วยสำเหตุควำมคิด ควำมเชื่อที่แตกต่ำงกัน เช่น ร้ำนอำหำรไม่ให้
                              บริกำรกับลูกค้ำที่มีควำมคิดเห็นทำงกำรเมืองที่แตกต่ำงกัน

                           กำรปฏิเสธไม่ให้บริกำรด้วยสำเหตุเชื้อชำติ สัญชำติ เช่น กำรปฏิเสธไม่ให้บริกำรที่เกี่ยวข้องกับกำรประกอบ
                            ธุรกิจในอุตสำหกรรมท่องเที่ยวแก่บุคคลสัญชำติไทย โดยมีกำรเลือกให้บริกำรเฉพำะลูกค้ำที่เป็นคนต่ำงด้ำว
                               เป็นต้น


                         ในกรณีประเด็นกำรเลือกปฏิบัติด้วยกำรปฏิเสธกำรจ�ำหน่ำยสินค้ำหรือให้บริกำรนั้นจะได้แยกวิเครำะห์เป็น
               หัวข้อต่ำงหำกต่อไป
                         ส�ำหรับกรณีกำรคุกคำมทำงเพศ (Sexual Harassment) นั้น ในมิติกำรจ้ำงแรงงำนปรำกฏกำรคุ้มครองตำม

               พระรำชบัญญัติคุ้มครองแรงงำนที่ได้แก้ไขปี พ.ศ. ๒๕๕๑ อย่ำงไรก็ตำม ยังไม่ครอบคลุมกำรคุกคำมทำงเพศในลักษณะ
               ของกำรสร้ำงบรรยำกำศหรือสภำพแวดล้อมกำรท�ำงำนอันเป็นกำรคุกคำม (Hostile Working Environment) แต่มิได้
               เกิดจำกกำรกระท�ำของนำยจ้ำงหรือลูกจ้ำงผู้มีอ�ำนำจบังคับบัญชำ กล่ำวคือ เกิดจำกกำรกระท�ำของลูกจ้ำงต่อลูกจ้ำง

               ด้วยกันเอง นอกจำกนี้ ส�ำหรับกำรคุกคำมทำงเพศในที่สำธำรณะ ซึ่งอยู่นอกบริบทกำรจ้ำงแรงงำนนั้น ก็ไม่มีกฎหมำย
               คุ้มครองเป็นกำรเฉพำะ
                         กำรสื่อสำรที่กระตุ้นหรือก่อให้เกิดควำมเกลียดชัง (Hate Speech) นั้นในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมำย

               เป็นกำรเฉพำะเช่นเดียวกัน
                         อำจสรุปได้ว่ำ ข้อจ�ำกัดในกำรกล่ำวอ้ำงหลักควำมเสมอภำคและกำรห้ำมเลือกปฏิบัติตำมรัฐธรรมนูญของ

               ไทยมี ๒ ประกำรที่ส�ำคัญ คือ
                         ประการแรก จ�ำกัดเฉพำะกำรอ้ำงขึ้นยันรัฐหรือองค์กรของรัฐเท่ำนั้น ไม่รวมถึงกำรอ้ำงขึ้นยันกำรเลือกปฏิบัติ
               ที่กระท�ำโดยภำคเอกชน

                         ประการที่สอง จ�ำกัดเฉพำะบุคคลสัญชำติไทย ไม่รวมถึงกำรอ้ำงขึ้นยันกำรเลือกปฏิบัติที่กระท�ำโดยรัฐและ
               ภำคเอกชนในกรณีผู้อ้ำงสิทธิเป็นคนต่ำงด้ำว





                      539    “กำรก�ำหนดนโยบำย กฎ ระเบียบ ประกำศ มำตรกำร โครงกำร หรือวิธีปฏิบัติของหน่วยงำนของรัฐ องค์กรเอกชน หรือ
               บุคคลใดในลักษณะที่เป็นกำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่ำงเพศจะกระท�ำมิได้”





                                                               467
   463   464   465   466   467   468   469   470   471   472   473