Page 466 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 466
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
๕) วิเคราะห์เปรียบเทียบกับกฎหมายไทย
จำกกำรศึกษำหลักกำรตำมรัฐธรรมนูญของประเทศต่ำง ๆ จะเห็นได้ว่ำ หลักกำรห้ำมเลือกปฏิบัติตำม
รัฐธรรมนูญของหลำยประเทศจะมีผลบังคับในเชิงแนวตั้ง (Vertical Application) กล่ำวคือใช้กับควำมสัมพันธ์ระหว่ำง
ภำครัฐกับเอกชน ซึ่งเอกชนอำจยกสิทธิที่จะไม่ถูกเลือกปฏิบัติตำมรัฐธรรมนูญขึ้นยันต่อรัฐหำกมีกำรกระท�ำของหน่วย
งำนรัฐหรือเจ้ำหน้ำที่ของรัฐซึ่งเป็นกำรเลือกปฏิบัติ อย่ำงไรก็ตำม รัฐธรรมนูญของบำงประเทศอำจสำมำรถน�ำมำบังคับ
ใช้ในเชิงแนวนอน (Horizontal Application) ในกำรควบคุมภำคเอกชนที่กระท�ำกำรเลือกปฏิบัติต่อเอกชนด้วยกันได้
หำกเปรียบเทียบกับกฎหมำยไทยจะพบว่ำ ตำมรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๕๔๐ และ
รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๕๕๐ นั้น กำรให้ควำมคุ้มครองบุคคลจำกกำรเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม
ไว้อย่ำงชัดเจน เมื่อพิจำรณำตำมลำยลักษณ์อักษรแล้วอำจเข้ำใจได้ว่ำ บทบัญญัติตำมรัฐธรรมนูญให้ควำมคุ้มครองทั่ว
ทุกภำคส่วนในประเทศไทย ไม่ว่ำจะเป็นภำครัฐหรือเอกชน อย่ำงไรก็ตำม นักวิชำกำร เช่น ศำสตรำจำรย์ ดร.บวรศักดิ์
อุวรรณโณ อธิบำยว่ำสิทธิตำมรัฐธรรมนูญเป็นเอกสำรที่ใช้ยันระหว่ำงรัฐกับประชำชน องค์กรของรัฐเท่ำนั้นที่จะละเมิด
สิทธิเสรีภำพที่รัฐธรรมนูญให้กำรคุ้มครองไว้ไม่ได้ รัฐธรรมนูญไม่อำจให้ควำมคุ้มครองเอกชนและเอกชนด้วยกัน หำก
ต้องกำรให้คุ้มครองดังกล่ำว รัฐต้องกฎหมำยออกมำเพื่อรองรับในกำรห้ำมมิให้มีกำรเลือกปฏิบัติในภำคเอกชน ดังนี้
จะเห็นได้ว่ำ ขอบเขตกำรคุ้มครองบุคคลผู้ถูกเลือกปฏิบัติตำมรัฐธรรมนูญนั้น โดยหลักแล้วเป็นกำรคุ้มครองเอกชนจำก
กำรเลือกปฏิบัติที่เกิดจำกภำครัฐ เช่น กำรก�ำหนดกฎเกณฑ์ที่มีลักษณะกำรเลือกปฏิบัติ รัฐธรรมนูญจึงไม่คุ้มครองไปถึง
535
กำรเลือกปฏิบัติระหว่ำงเอกชนด้วยกัน
ศำสตรำจำรย์ ดร. บรรเจิด สิงคะเนติ อธิบำยหลักควำมเสมอภำคตำมรัฐธรรมนูญโดยจ�ำแนกระหว่ำง “ผู้ทรง
สิทธิ” ซึ่งได้แก่บุคคลธรรมดำ และ “ผู้ที่ต้องผูกพันตำมหลักควำมเสมอภำค” ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว หลักควำมเสมอภำค
ผูกพันผู้ใช้อ�ำนำจรัฐทั้งหมด กล่ำวคือ องค์กรฝ่ำยบริหำร ตุลำกำร และนิติบัญญัติ ส�ำหรับเอกชนนั้น มีควำมอิสระใน
กำรก่อให้เกิดนิติสัมพันธ์ต่อกันซึ่งเป็นไปตำมหลักในกำรให้ควำมเคำรพต่อควำมเป็นอิสระของเอกชน จึงไม่น�ำหลักควำม
เสมอภำคมำใช้กับเอกชน แต่กำรใช้อ�ำนำจของเอกชนในเรื่องใดที่เอกชนมีอ�ำนำจในกำรก�ำหนดเรื่องใดเรื่องหนึ่งอันมีผล
ต่อบุคคลอื่น เช่น สิทธิในกำรก�ำหนดอัตรำจ้ำง เช่นนี้เอกชนนั้นต้องผูกพันต่อรัฐธรรมนูญ หรือในกรณีกำรใช้บทบัญญัติ
ของกฎหมำยแพ่งนั้น หลักควำมเสมอภำคเข้ำมำมีผลในทำงอ้อม โดยเฉพำะเสรีภำพในกำรท�ำสัญญำอันเป็นหลัก
พื้นฐำน แต่กรณีบุคคลที่เป็นผู้ผูกขำดในกำรให้บริกำรหรือผลิตสินค้ำกรณีนี้เช่นนี้ต้องค�ำนึงถึงหลักควำมเสมอภำคด้วย 536
ดังนั้น จะเห็นได้ว่ำโดยหลักแล้ว ผู้ที่ต้องผูกพันตำมหลักควำมเสมอภำคก็คือองค์กรของรัฐ โดยผู้ทรงสิทธิที่จะอ้ำง
หลักควำมเสมอภำคขึ้นยันรัฐก็คือเอกชนในลักษณะของกำรผลบังคับในเชิงแนวตั้ง (Vertical Application) นั่นเอง
นอกจำกนี้ นักวิชำกำรยังได้ชี้ให้เห็นข้อจ�ำกัดอื่น ๆ ในกำรอ้ำงหลักควำมเสมอภำคและกำรห้ำมเลือกปฏิบัติ
ตำมรัฐธรรมนูญโดยเอกชน เช่น ศำสตรำจำรย์ ดร. วิษณุ เครืองำม ยังได้อธิบำยว่ำ “..โดยหลักบุคคลธรรมดำทั่วไปย่อม
อ้ำงหลักควำมเสมอภำคตำมรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งกำรอ้ำงหลักดังกล่ำวเป็นผลมำจำกลักษณะของสิทธิตำมมำตรำ ๓๐
ซึ่งบัญญัติไว้อย่ำงชัดแจ้งว่ำ บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมำยและได้รับควำมคุ้มครองตำมกฎหมำยอย่ำงเท่ำเทียมกัน...”
535
ไพโรจน์ พลเพชร และ คณะ, รำยงำนวิจัยฉบับสมบูรณ์ ชุดโครงกำรวิจัย กำรติดตำมและประเมินผลบังคับใช้รัฐธรรมนูญ
เรื่องสิทธิเสรีภำพและศักด์ศรีควำมเป็นมนุษย์ (๒๕๔๗), หน้ำ ๖๒-๖๓.
536
บรรเจิด สิงคะเนติ, หลักพื้นฐำนเกี่ยวกับสิทธิเสรีภำพและศักดิ์ศรีควำมเป็นมนุษย์ (กรุงเทพมหำชน: วิญญูชน, ๒๕๕๘),
หน้ำ ๑๓๒-๑๓๓.
465

