Page 465 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 465
ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ
๔) กฎหมายสหรัฐอเมริกา
ในกรณีของสหรัฐอเมริกำนั้น รัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกำให้อ�ำนำจรัฐบำลกลำงโดยสภำคองเกรซในกำรตรำ
กฎหมำยเพื่อคุ้มครองสิทธิที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ กำรอ้ำงสิทธิตำมรัฐธรรมนูญเป็นกำรอ้ำงยันต่อรัฐหรือองค์กรของรัฐ
ส�ำหรับกรณีของกำรเลือกปฏิบัตินั้น รัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกำครอบคลุมกำรเลือกปฏิบัติที่เกิดจำกกำรกระท�ำของรัฐ
530
และหน่วยงำนรัฐ ศำลสูงสุดสหรัฐอเมริกำได้วำงหลักไว้ว่ำ รัฐธรรมนูญเกี่ยวข้องกับกำรกระท�ำของรัฐโดยไม่คุ้มครอง
531
ถึงกำรกระท�ำที่เกิดจำกภำคเอกชน แม้ว่ำกำรกระท�ำนั้นจะมิชอบด้วยกฎหมำยหรือเลือกปฏิบัติก็ตำม
ดังนั้น หำกมีกำรเลือกปฏิบัติเกิดขึ้นกับบุคคลอันเกิดจำกกฎหรือกำรกระท�ำขององค์กรภำครัฐแล้ว บุคคล
สำมำรถอ้ำงสิทธิตำมรัฐธรรมนูญได้ อย่ำงไรก็ตำม มีข้อสังเกตว่ำในกฎหมำยที่ออกโดยอำศัยอ�ำนำจรัฐบำลกลำงนั้นจะต้อง
ไม่ขัดหรือแย้งกับหลักกำรตำมรัฐธรรมนูญ ตัวอย่ำงเช่น รัฐธรรมนูญสหรัฐมีหลักให้ควำมคุ้มกันแก่รัฐบำลมลรัฐจำกกำรที่
บุคคลฟ้องเรียกร้องค่ำเสียหำยในศำลระดับรัฐบำลกลำง (Federal court) ดังนั้น ศำลได้เคยตัดสินว่ำกฎหมำยกำรเลือก
ปฏิบัติด้ำนอำยุในกำรจ้ำงแรงงำน (Age Discrimination in Employment Act) ที่ให้ลูกจ้ำงภำครัฐฟ้องรัฐบำลมลรัฐ
532
ได้นั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับกรณีกฎหมำยเลือกปฏิบัติต่อคนพิกำร (Disability Discrimination Act) ซึ่ง
533
ศำลตัดสินว่ำบทบัญญัติในกฎหมำยดังกล่ำวที่ให้สิทธิบุคคลฟ้องเรียกค่ำเสียหำยจำกรัฐบำลมลรัฐนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ
กำรเลือกปฏิบัติโดยภำคเอกชนในบำงกรณีอำจได้รับกำรคุ้มครองจำกหลักกำรห้ำมเลือกปฏิบัติตำม
รัฐธรรมนูญไปด้วย เช่น ศำลสูงสุดเคยตัดสินในคดีที่เกี่ยวกับกำรปรับใช้หลักกฎหมำยคอมมอนลอว์ว่ำด้วยสัญญำระหว่ำง
บุคคลธรรมดำสองฝ่ำย ซึ่งมีเนื้อหำเป็นกำรจ�ำกัดสิทธิของคนผิวสีในกำรมีกรรมสิทธิ์หรือกำรครอบครองทรัพย์สิน ศำล
ตัดสินว่ำในกรณีธุรกรรมระหว่ำงบุคคลธรรมดำนั้น โดยตัวของข้อจ�ำกัดในสัญญำนั้นเองมิได้ขัดต่อหลักกำรตำมรัฐธรรมนูญ
ที่เกี่ยวกับกำรเลือกปฏิบัติ แต่กำรออกค�ำสั่งของศำลหรือกำรกระท�ำของเจ้ำหน้ำที่รัฐในกำรบังคับใช้กฎหมำยนั้นอยู่ภำย
534
ใต้บทบัญญัติตำมรัฐธรรมนูญด้วย ดังนั้น ศำลจึงไม่สำมำรถออกค�ำสั่งบังคับตำมข้อสัญญำระหว่ำงเอกชน (ที่มีเนื้อหำ
เป็นกำรเลือกปฏิบัติและขัดต่อรัฐธรรมนูญ) จะเห็นได้ว่ำในคดีนี้ศำลยืนยันหลักกำรว่ำ หลักกำรห้ำมเลือกปฏิบัติตำม
รัฐธรรมนูญนั้นมีขอบเขตเฉพำะกำรกระท�ำของรัฐ สัญญำระหว่ำงภำคเอกชนที่เนื้อหำเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งสีผิวนั้น
แม้ว่ำขัดต่อหลักตำมรัฐธรรมนูญแต่ไม่อยู่ในขอบเขตของรัฐธรรมนูญ อย่ำงไรก็ตำม ประเด็นส�ำคัญในคดีนี้คือ ศำลจะมี
ค�ำสั่งบังคับตำมสัญญำนั้นได้หรือไม่ ซึ่งศำลสูงสุดตัดสินว่ำ ศำลในฐำนะองค์กรของรัฐต้องผูกพันตำมหลักกำรห้ำมเลือก
ปฏิบัติของรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ศำลจึงไม่สำมำรถบังคับตำมข้อสัญญำดังกล่ำวได้ จึงอำจพิจำรณำได้ว่ำในกรณีนี้หลักห้ำม
เลือกปฏิบัติตำมรัฐธรรมนูญส่งผลคุ้มครองควำมสัมพันธ์ระหว่ำงเอกชนกับเอกชนโดยทำงอ้อม
530
From “Sources of US Equality Law (p 21)” by David B. Oppenheimer, 2010, European Anti-discrimi-
nation Law Review (EADLR) ,10
531
From “Shelley v. Kraemer 334 US 1 (1948)” (US Supreme Court)
532
From “Kimel v. Florida Bd. of Regents 528 US 62 (2000)” (US Supreme Court)
533
From “Board of Trustees of the University of Alabama v. Garrett 531 US 356 (2001)” (US Supreme
Court)
534
From “Shelley v. Kraemer 334 US 1 (1948)” (US Supreme Court)
464

