Page 467 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 467
ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ
อย่ำงไรก็ตำม ได้ชี้ให้เห็นถึงข้อจ�ำกัดว่ำบุคคลธรรมดำซึ่งจะอ้ำงหลักควำมเสมอภำคตำมรัฐธรรมนูญนี้ยังมีข้อจ�ำกัด
เฉพำะบุคคลสัญชำติไทย โดยอธิบำยว่ำ “...จำกชื่อหมวดที่บัญญัติให้เป็นหมวดว่ำด้วยสิทธิและเสรีภำพของชนชำวไทย
จึงท�ำให้บทบัญญัติของสิทธิเสรีภำพตำมหมวด ๓ บังคับใช้กับปวงชนชำวไทยหรือคนสัญชำติไทย ดังนั้น บุคคลต่ำงด้ำวไม่
สำมำรถเป็นผู้ทรงสิทธิในควำมเสมอภำคตำมบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญได้ แม้หลักแห่งควำมเสมอภำคจะเป็นหลักกำร
แห่งสิทธิมนุษยชนก็ตำม ซึ่งเมื่อพิจำรณำจำกบทบัญญัติเรื่องสิทธิและเสรีภำพแล้วจะพบว่ำเป็นเรื่องของกำรใช้สิทธิและ
เสรีภำพของบุคคลในกำรแสดงเจตจ�ำนงทำงกำรเมืองซึ่งโดยหลักก็เป็นเรื่องของคนในรัฐนั้น ๆ เอง จึงถือเป็นเหตุผลอัน
อำจยกขึ้นอ้ำงของกำรปฏิบัติต่อบุคคลอันมิใช่บุคคลสัญชำติอย่ำงไม่เท่ำเทียมกันได้ หำกรัฐธรรมนูญจะให้สิทธิเสรีภำพ
แก่บุคคลต่ำงด้ำวประกำรใดก็ต้องบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญโดยเฉพำะในกรณีที่รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติไว้คนต่ำงด้ำว
จะมีสิทธิเพียงใดย่อมเป็นไปตำมสนธิสัญญำและกฎหมำยอื่นซึ่งไม่ใช่ของรัฐธรรมนูญ...” 537
ดังนั้น จะเห็นได้ว่ำขอบเขตกำรคุ้มครองบุคคลจำกกำรถูกเลือกปฏิบัติตำมกฎหมำยไทย มีลักษณะคล้ำยคลึง
กับกฎหมำยต่ำงประเทศซึ่งกำรคุ้มครองตำมรัฐธรรมนูญนั้นมีขอบเขตจ�ำกัดเฉพำะกำรเลือกปฏิบัติที่เกิดจำกภำครัฐ
โดยให้สิทธิประชำชนอ้ำงหลักกำรห้ำมเลือกปฏิบัติขึ้นยันรัฐ หรือที่เรียกว่ำกำรบังคับใช้หลักกำรห้ำมเลือกปฏิบัติตำม
รัฐธรรมนูญในเชิงแนวตั้ง (Vertical Application) ส�ำหรับกรณีของภำคเอกชนนั้น กำรคุ้มครองผู้ถูกเลือกปฏิบัติจึงจ�ำ
ต้องมีกำรบัญญัติกฎหมำยเฉพำะขึ้นเพื่อคุ้มครอง นอกจำกนี้ เมื่อพิจำรณำหลักกำรห้ำมเลือกปฏิบัติตำมรัฐธรรมนูญแล้ว
อำจกล่ำวได้ว่ำ รัฐมีหน้ำที่ในกำรตรำกฎหมำยเพื่อท�ำให้หลักกำรห้ำมเลือกปฏิบัติตำมรัฐธรรมนูญเกิดผลในทำงปฏิบัติ
ส�ำหรับกำรเลือกปฏิบัติในมิติต่ำง ๆ ด้วย
ในจุดนี้มีข้อสังเกตว่ำ กำรที่ปัจเจกชนอ้ำงหลักรัฐธรรมนูญขึ้นให้ศำลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้หรือไม่นั้นเป็นอีก
ประเด็นหนึ่ง กล่ำวคือ ตำมรัฐธรรมนูญบำงฉบับ เช่น พ.ศ. ๒๕๕๐ ก�ำหนดให้ประชำชนที่ถูกละเมิดสิทธิตำมรัฐธรรมนูญ
มีสิทธิยื่นค�ำร้องต่อศำลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่ำบทกฎหมำยนั้นขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ กำรให้สิทธิเช่นนี้อำจ
538
เรียกได้ว่ำเป็นกำรด�ำเนินคดีโดยตรง แต่ก็ยังเป็นกำรเรียกร้องกล่ำวอ้ำงหลักรัฐธรรมนูญขึ้นยันรัฐ มิใช่กล่ำวอ้ำงต่อ
เอกชนด้วยกัน
นอกจำกนี้ ผู้วิจัยมีข้อพิจำรณำว่ำ หำกเปรียบเทียบกับแอฟริกำใต้แล้วพบว่ำ รัฐธรรมนูญของไทยไม่ได้บัญญัติ
ไว้ชัดเจนดังเช่นรัฐธรรมนูญของแอฟริกำใต้ ซึ่งจ�ำแนกหลักกำรห้ำมเลือกปฏิบัติออกเป็นสองกรณี ได้แก่ กำรเลือกปฏิบัติ
ที่กระท�ำโดยรัฐ ซึ่งห้ำมรัฐกระท�ำกำรเลือกปฏิบัติต่อประชำชน และกำรเลือกปฏิบัติที่กระท�ำโดยภำคเอกชน ซึ่งก�ำหนด
หน้ำที่ให้รัฐตรำกฎหมำยห้ำมกำรเลือกปฏิบัติที่กระท�ำโดยภำคเอกชน ส�ำหรับรัฐธรรมนูญของไทยนั้นเป็นกำรวำงหลัก
ห้ำมเลือกปฏิบัติทั่วไปซึ่งตีควำมตำมหลักกำรของรัฐธรรมนูญแล้วจะครอบคลุมเฉพำะกำรอ้ำงยันต่อรัฐเท่ำนั้น อย่ำงไร
ก็ตำม โดยนัยของหลักกำรตำมรัฐธรรมนูญแล้ว รัฐก็มีหน้ำที่ตรำกฎหมำยห้ำมเลือกปฏิบัติที่เกิดจำกภำคเอกชนด้วย
ซึ่งเป็นไปในทำงเดียวกับรัฐธรรมนูญแอฟริกำใต้ เพียงแต่รัฐธรรมนูญแอฟริกำใต้ก�ำหนดลงไปในตัวบทอย่ำงชัดเจนว่ำ
ให้รัฐมีหน้ำที่ในกำรตรำกฎหมำยเฉพำะเพื่อคุ้มครองผู้ถูกเลือกปฏิบัติและห้ำมกำรเลือกปฏิบัติในภำคเอกชน
537 วิษณุ เครืองำม, กฎหมำยรัฐธรรมนูญ, พิมพ์ครั้งที่ ๓ (กรุงเทพมหำนคร: นิติธรรม, ๒๕๓๐)
538 รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ มำตรำ ๒๑๒ วำงหลักว่ำ “บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภำพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้มีสิทธิ
ยื่นค�ำร้องต่อศำลรัฐธรรมนูญ เพื่อมีค�ำวินิจฉัยว่ำบทบัญญัติแห่งกฎหมำยขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญได้” ซึ่งแตกต่ำงกับรัฐธรรมนูญบำงฉบับ
เช่น พ.ศ. ๒๕๔๐ ซึ่งประชำชนผู้ถูกละเมิดสิทธิตำมรัฐธรรมนูญ ไม่สำมำรถน�ำคดีมำสู่ศำลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง ต้องใช้ช่องทำงอื่น
เช่น กำรใช้สิทธิผ่ำนช่องทำงศำล (รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ มำตรำ ๒๖๔) หรือกำรใช้สิทธิผ่ำนช่องทำงผู้ตรวจกำรแผ่นดินของรัฐสภำ
(รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ มำตรำ ๑๙๘) เป็นต้น
466

