Page 460 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 460
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
ลูกเทพก็คือ ข้อมูลที่แสดงควำมเกลียดชังต้องเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือเท็จหรือข้อมูลลำมกด้วย ส�ำหรับกำร
โพสต์ข้อควำมโจมตีกลุ่มผู้นิยมตุ๊กตำลูกเทพว่ำเป็นพวก “ไร้สติ โง่เง่ำ เบำปัญญำ” อำจเป็นค�ำติเตียนที่แสดงถึงควำมเห็น
ส่วนตัวของผู้โพสต์ข้อมูล เป็นกำรยำกที่จะพิสูจน์ควำมจริงหรือเท็จของข้อควำมดังกล่ำว พระรำชบัญญัตินี้จึงไม่อำจน�ำ
มำปรับใช้อย่ำงครอบคลุมกับกรณี “Hate Speech” ที่มิได้เข้ำองค์ประกอบข้อมูลปลอมหรือเท็จได้
(๓) กรณีปรากฏการณ์ตุ๊กตาลูกเทพ หากพิจารณาตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน
ภายใต้กรอบของ “เหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ” (Ground of discrimination) แล้วจะเห็นได้ว่ำ สำมำรถเกี่ยวข้องกับ
เหตุแห่ง “ศำสนำ” ทั้งนี้ หำกตีควำม “ศำสนำ” ว่ำมีควำมหมำยกว้ำงกว่ำศำสนำกระแสหลัก ดังเช่นกรณี “พำสตำฟำ
เรียน” นอกจำกนี้ แม้มิได้มองว่ำควำมนิยมตุ๊กตำลูกเทพเกี่ยวข้องกับ “ศำสนำ” ก็ยังจัดว่ำเกี่ยวข้องกับ “ควำมเชื่อ” ซึ่ง
มีควำมหมำยกว้ำงและอำจครอบคลุมควำมเชื่อในเรื่องต่ำง ๆ ของบุคคลในสังคมโดยไม่จ�ำต้องเกี่ยวข้องกับหลักศำสนำ
ใดศำสนำหนึ่ง หำกใช้กรอบ “เหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ” มำพิจำรณำแล้ว อำจจ�ำแนกกำรแสดงควำมเห็นต่อต้ำนตุ๊กตำ
ลูกเทพ ได้ ๔ กรณี ดังนี้
กรณีที่ ๑: ถ้ำเป็นแค่กำรเสียดสี ล้อเลียน ท�ำอินโฟกรำฟฟิกข�ำ ๆ ล้อเลียนเปรียบ
เทียบตุ๊กตำลูกเทพกับตุ๊กตำมีชีวิตอื่น เช่น ตุ๊กตำสยองขวัญอันโด่งดังจำกหนังเรื่องต่ำง ๆ หรือแสดงควำมเห็นท้ำทำย
ควำมคิด สถำบัน (กลุ่มคนรักลูกเทพ) ซึ่งกำรอภิปรำยเช่นนั้นเป็นกำรส่งเสริมให้เกิดกำรโต้แย้งและควำมเข้ำใจที่มำกขึ้น
กำรให้ข้อมูลว่ำพำลูกเทพอย่ำงไรถึงไม่กระทบสิทธิผู้อื่น เช่นนี้ก็ยังอยู่ในเขตพื้นที่ของ “Free Speech” ในทำงกลับกัน
ฝ่ำยนิยมตุ๊กตำลูกเทพก็สำมำรถโต้แย้ง แสดงกำรสื่อสำรด้ำนตรงข้ำม (Counter speech) ได้เช่นกัน นอกจำกนี้ ส�ำหรับ
ฝ่ำยที่ได้รับผลกระทบจำกกำรสื่อสำรในเชิงรังเกียจลูกเทพแบบ “เหมำรวม” เช่น ฝ่ำยผู้นิยมตุ๊กตำสะสม ก็อำจแสดง
ควำมเห็นตอบโต้ (Counter speech) ในรูปแบบของกำรให้ข้อมูลที่ถูกต้อง (ว่ำตุ๊กตำของตนอยู่บนพื้นฐำนของแนวคิด
และรสนิยมอีกชนิดหนึ่ง)
กรณีที่ ๒: กำรสื่อสำรที่เห็นได้ชัดว่ำแสดงควำมเกลียดชัง เช่น ด่ำว่ำ “โง่ งมงำย
ไร้สติ” ถ้ำตีควำมโดยให้น�้ำหนักกับ Free Speech อย่ำงเช่นกฎหมำยสหรัฐอเมริกำแล้ว เพียงแค่เนื้อหำในกำรสื่อสำร
เช่นนี้ ยังอยู่ในขอบเขตของ Free Speech ได้ แต่ตำมกฎหมำยไทยต้องพิจำรณำว่ำเข้ำองค์ประกอบฐำนหมิ่นประมำท
หรือไม่
กรณีที่ ๓: กำรสื่อสำรในลักษณะกำรส่งเสริมกระตุ้น (Incite) ให้เกลียดชังกลุ่มคน
นิยมตุ๊กตำลูกเทพ หรือถึงขั้นให้เกิดกำรกระท�ำทำงกำยภำพต่อไป น่ำจะถือได้ว่ำเป็นกำรเกินขอบเขตของ Free Speech
ไปสู่ Hate Speech ที่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งกำร “ล่ำแม่มดออนไลน์” ซึ่งเป็นลักษณะกำรด�ำเนินกำร
โจมตีผู้รักลูกเทพโดยน�ำเอำข้อมูลส่วนบุคคลหรือเรื่องรำวส่วนตัวมำประจำน ในระดับของผู้ให้บริกำรสื่อสังคมออนไลน์
นั้น กำรกระท�ำเช่นนี้อำจข่ำยกำรกระท�ำที่ฝ่ำฝืนข้อตกลงกำรใช้งำน เช่น มำตรฐำนชุมชนของเฟสบุค (Community
Standard) ซึ่งอำจถูกน�ำเนื้อหำออกไปหรือระงับใช้งำนได้
ส�ำหรับกรณีกำรโพสต์แสดงควำมไม่เห็นด้วย เกลียดชัง ด้วยวิธีกำรรุนแรง เช่น “เจอ
ที่ไหนฆ่ำที่นั่น” “จับตบให้หำยโง่ทั้งแม่ทั้งลูก” เหล่ำนี้หำกเทียบกับกฎหมำยต่ำงประเทศจะเห็นว่ำ มีลักษณะ “Fighting
Words” หรือ “Dangerous Words” อันเกินขอบเขตของ “Free Speech”
กรณีที่ ๔: กำรที่ผู้ประกอบกำรร้ำนค้ำ บริกำรต่ำง ๆ แสดงกำรสื่อสำรออกมำว่ำจะ
ไม่ต้อนรับลูกเทพ (ซึ่งก็คือไม่ต้อนรับบุคคลที่นิยมลูกเทพและพำลูกเทพมำด้วย) กำรสื่อสำรด้วยภำพ ป้ำยประกำศ ที่โพสต์
459

