Page 456 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 456
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
ฝ่ำยที่สอง ด�ำเนินกลยุทธ์ทำงกำรตลำดในลักษณะต่อต้ำน คัดค้ำนผู้นิยมตุ๊กตำ
ลูกเทพ โดยประกำศไม่รับ ไม่บริกำร ตุ๊กตำลูกเทพ (ซึ่งในทำงปฏิบัติก็คือไม่บริกำรบุคคลผู้นิยมตุ๊กตำลูกเทพ) มี
ข้อน่ำสังเกตว่ำ ผู้ประกอบธุรกิจกลุ่มนี้ ไม่เพียงปฏิเสธเท่ำนั้น แต่ยังมีกำรสื่อสำรในลักษณะ “Hate Speech”
ประกอบมำเป็นเหตุผลด้วย เช่น
ผู้ให้บริกำรโรงแรม รีสอร์ทบำงแห่ง โพสต์ประกำศอย่ำงเป็นทำงกำรในหน้ำ
เพจว่ำ ห้ำมน�ำตุ๊กตำลูกเทพเข้ำพัก ให้เหตุผลว่ำ “ไร้สติ เป็นแบบอย่างไม่ดีแก่เยาวชน” มีกำรเรียกตุ๊กตำเหล่ำนี้
ว่ำ “ตุ๊กตาผี” เหตุผลดังกล่ำวได้รับควำมนิยมจำกผู้ให้บริกำรอีกหลำยรำยที่น�ำไปใช้ตำม ๆ กัน
จะเห็นว่ำ เนื้อหำของกำรสื่อสำรที่ยกตัวอย่ำงมำเหล่ำนี้ นัยหนึ่งเป็นเรื่องเสียดสีข�ำขัน
แต่อีกนัยหนึ่งสื่อควำมหมำยต�ำหนิว่ำ ผู้นิยมตุ๊กตำลูกเทพเป็นผู้งมงำย ไร้สติ ไร้กำรศึกษำ หลงผิด ฯลฯ เป็นกำรสื่อสำรที่
สะท้อนถึงควำม “เกลียดชัง” หรือ “Hate Speech” ระหว่ำงคนสองฝ่ำยที่มีควำม “เห็นต่ำง” ดังที่ปรำกฏพบได้ทั่วไป
ในสังคมไทยกรณีประเด็นทำงกำรเมืองหรือประเด็นทำงสังคมอื่น ๆ กำรกระท�ำลักษณะนี้จัดเป็นกำรสื่อสำรออนไลน์ซึ่ง
ก่อให้เกิดควำมเกลียดชังหรือกระตุ้นให้เกิดควำมเกลียดชัง
๔.๑๕.๑๒.๒ วิเคราะห์ปัญหาของปรากฏการณ์ตุ๊กตาลูกเทพ ภายใต้กรอบ “Hate Speech”
และเสรีภาพของการแสดงความคิดเห็น
ตำมหลักกฎหมำยสิทธิมนุษยชนนั้น ปรำกฏกำรณ์ตุ๊กตำลูกเทพมีควำมเกี่ยวข้อง
กับสิทธิมนุษยชนหลำยประกำร เช่น เสรีภำพในกำรแสดงควำมคิดเห็น และเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ โดยเฉพำะด้ำน
ควำมเชื่อ ลัทธิ ศำสนำ ในแง่ของผู้ไม่เห็นด้วยกับผู้นิยมตุ๊กตำลูกเทพ ก็อ้ำงเสรีภำพในกำรสื่อสำรและแสดงควำมคิดเห็น
ในแง่ของผู้นิยมตุ๊กตำลูกเทพก็อ้ำงว่ำ กำรน�ำพำตุ๊กตำลูกเทพออกสู่สำธำรณะ เป็นกำรแสดงออกซึ่งควำมเชื่อของตนอย่ำง
หนึ่ง นอกจำกนี้ ในระดับของกำรปฏิเสธสินค้ำหรือบริกำรต่อผู้นิยมตุ๊กตำลูกเทพนั้น ในแง่หนึ่งก็มองได้ว่ำเป็นกำรเลือก
ปฏิบัติด้วยเหตุแห่งควำมเชื่อ
ส�ำหรับในบริบทของเสรีภำพในกำรแสดงควำมคิดเห็นนั้น ประเด็นส�ำคัญคือกำรหำ
จุดสมดุลระหว่ำงเสรีภำพในกำรสื่อสำรของฝ่ำยที่แสดงควำมไม่เห็นด้วยกับฝ่ำยผู้นิยมตุ๊กตำลูกเทพซึ่งอยู่ในขอบเขต
ของเสรีภำพในกำรแสดงควำมคิดเห็น กับกำรสื่อสำรแสดงควำมเกลียดชังที่เกินขอบเขตของเสรีภำพนี้อันมีลักษณะของ
“Hate Speech” ที่ขัดต่อกฎหมำยสิทธิมนุษยชน โดยผู้วิจัยจะได้แยกพิจำรณำเป็น ๒ กรณี
กรณีแรก การสื่อสารความเกลียดชังที่อยู่ในขอบเขตของเสรีภาพในการแสดง
ความเห็น
โดยหลักแล้วเสรีภำพในกำรแสดงควำมคิดเห็น หรือ “Freedom of Speech” นั้น
มิได้จ�ำกัดเฉพำะกำรแสดงควำมคิดเห็นในเชิงบวกเท่ำนั้น แต่ครอบคลุมถึงกำรแสดงควำมคิดเห็นในแง่มุมต่ำง ๆ ทั้ง
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ควำมชื่นชอบ ควำมไม่พึงพอใจ หรือแม้แต่ควำมเกลียดชัง กำรที่รัฐจะตรำกฎหมำยมำจ�ำกัดเสรีภำพ
ในกำรสื่อสำรและแสดงควำมคิดเห็นนั้นอำจท�ำได้ แต่เหตุที่จะน�ำมำจ�ำกัดก็จะต้องมีน�้ำหนักเพียงพอด้วย ตัวอย่ำงของกำร
ที่รัฐมีควำมพยำยำมตรำกฎหมำยมำจ�ำกัดเสรีภำพในกำรสื่อสำรและแสดงควำมคิดเห็นโดยกำรอ้ำงเหตุ “Hate Speech”
นั้น พบว่ำศำลในสหรัฐอเมริกำให้น�้ำหนักกับเสรีภำพในกำรแสดงควำมคิดเห็นที่ได้รับกำรคุ้มครองตำมรัฐธรรมนูญ
455

