Page 453 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 453

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ





                                หำกเปรียบเทียบกฎหมายอาญาแคนาดากับประมวลกฎหมายอาญาของไทยแล้วพบว่ำ
          กฎหมำยไทยมิได้มีกำรก�ำหนดควำมผิดเฉพำะส�ำหรับกำรยุยงปลุกปันให้เกิดควำมรุนแรงด้วยเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ
          แต่มีฐำนควำมผิดที่อำจเปรียบเทียบได้ คือ มำตรำ ๑๑๖ ดังกล่ำวข้ำงต้น อย่ำงไรก็ตำม หำกพิจำรณำองค์ประกอบของ

          มำตรำ ๑๑๖ จะเห็นได้ว่ำ ครอบคลุมกำรกระตุ้นหรือยุยงที่มีวัตถุประสงค์ท�ำให้เกิดควำมไม่สงบหรือกำรฝ่ำฝืนกฎหมำย
          แต่มิได้ระบุถึงมูลเหตุจูงใจของกำรยุยงนั้นว่ำจะต้องเกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคลที่ได้รับกำรจ�ำแนกตำม “เหตุแห่งกำรเลือก
          ปฏิบัติ” ดังเช่นกฎหมำยอำญำของแคนำดำ ดังนั้น อำจกล่ำวได้ว่ำ มำตรำ ๑๑๖ เป็นกฎหมำยที่มีวัตถุประสงค์รักษำควำม

          สงบและควำมมั่นคงมำกกว่ำกำรคุ้มครองสิทธิมนุษยชนบนพื้นฐำนของเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ นอกจำกนี้ ส�ำหรับกำร
          สื่อสำรควำมเกลียดชังที่ไม่ถึงขั้นน�ำไปสู่ควำมรุนแรงทำงกำยภำพนั้น มีเพียงฐำนควำมผิดหมิ่นประมำทซึ่งองค์ประกอบ

          ควำมผิดแตกต่ำงกับ “กำรจงใจส่งเสริมให้เกิดควำมเกลียดชัง (Wilful promotion of hatred) ตำมกฎหมำยแคนำดำ
          เนื่องจำกควำมผิดฐำนหมิ่นประมำทของไทยมุ่งเน้นควำมเสียหำยต่อชื่อเสียงของบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพำะ ในขณะ
          ที่ควำมผิดตำมกฎหมำยแคนำดำมุ่งควบคุมกำรสื่อสำรที่แสดงควำมเกลียดชังต่อกลุ่มบุคคลที่มีลักษณะเฉพำะอันจ�ำแนก

          ได้ เช่น เชื้อชำติ ศำสนำ รสนิยมทำงเพศ ฯลฯ มำกกว่ำกำรคุ้มครองชื่อเสียงของปัจเจกชนคนใดคนหนึ่ง
                                นอกจำกบริบทของกฎหมำยอำญำ และกฎหมำยเฉพำะ เช่น ควำมผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

          แล้ว หำกเปรียบเทียบกับกฎหมายออสเตรเลียแล้วจะเห็นได้ว่ำ “Hate Speech” ได้รับกำรบัญญัติไว้ในกฎหมำย
          เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ซี่งมีกำรวำงหลักห้ำมเลือกปฏิบัติในมิติต่ำง ๆ ไว้ รวมทั้งกำรวำงหลักเกี่ยวกับ “กำรให้ร้ำย
          “Vilification” หรือกำรกระตุ้นยั่วยุ “Incitement” ซึ่งโดยเนื้อหำสำระแล้วก็เปรียบเทียบได้กับ “Hate Speech”

          นั่นเอง ดังปรำกฏอยู่ตำมกฎหมำยในมลรัฐต่ำง ๆ ของออสเตรเลียดังที่ได้ศึกษำมำข้ำงต้น อย่ำงไรก็ตำม ไทยยังไม่มี
          กฎหมำยเฉพำะที่ก�ำหนดหลักกำรห้ำมเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติต่ำง ๆ ในลักษณะกฎหมำยกลำงที่
          ครอบคลุมเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติต่ำง ๆ ดังเช่นกฎหมำยออสเตรเลีย และไม่มีกฎหมำยเฉพำะอื่นที่วำงหลักควบคุม

          “Hate Speech” นอกจำกนี้ หำกพิจำรณำพระรำชบัญญัติคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๔๒ จะเห็น
          ได้ว่ำ กำรสื่อสำรที่แสดงควำมเกลียดชังด้วยเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติต่ำง ๆ เช่น รสนิยมทำงเพศ เชื้อชำติ ศำสนำ ฯลฯ
          นั้นสำมำรถจัดอยู่ในกำรกระท�ำอันเป็นกำรละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งอยู่ในอ�ำนำจของคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ

                                           504
          ที่จะตรวจสอบและเสนอมำตรกำรแก้ไขได้  หำกคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติตรวจสอบแล้วเห็นว่ำกำรกระท�ำ
          “Hate Speech” นั้นละเมิดสิทธิมนุษยชน จะต้องท�ำรำยงำนผลกำรตรวจสอบ และ “..ก�ำหนดมำตรกำรกำรแก้ไขปัญหำ

                                                                                      505
          ซึ่งต้องก�ำหนดให้ชัดเจนว่ำบุคคลหรือหน่วยงำนใดมีหน้ำที่ต้องปฏิบัติตำมกฎหมำยในเรื่องใด…”  อย่ำงไรก็ตำม ปัญหำ
          ส�ำคัญก็คือ ในปัจจุบันไทยยังไม่มีกฎหมำยเฉพำะที่วำงหลักเกี่ยวกับ “Hate Speech” ไว้ แม้ว่ำจะมีหลักกำรห้ำมเลือก
          ปฏิบัติด้วยเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติตำมรัฐธรรมนูญก็ยังมีปัญหำโดยเฉพำะกรณีกำรสื่อสำรเกี่ยวข้องกับ “Hate Speech”

          นั้นมักเป็นกำรกระท�ำระหว่ำงเอกชนต่อเอกชนด้วยกัน ซึ่งไม่อยู่ในขอบเขตกำรยกรัฐธรรมนูญขึ้นกล่ำวอ้ำงได้โดยตรง
          ดังนั้น แม้คณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติจะท�ำกำรตรวจสอบพบว่ำกำรกระท�ำนั้นเป็นกำรสื่อสำรที่ก่อให้เกิดควำม

          เกลียดชังด้วยเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ แต่ก็เป็นกำรยำกที่จะก�ำหนดมำตรกำรกำรแก้ไขโดยระบุให้ปฏิบัติตำม “กฎหมำย”
          ในเรื่องใด เพรำะยังไม่มีกฎหมำยเกี่ยวกับ “Hate Speech”






                 504
                     พระรำชบัญญัติคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มำตรำ ๒๒
                 505
                     พระรำชบัญญัติคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มำตรำ ๒๘




                                                        452
   448   449   450   451   452   453   454   455   456   457   458