Page 451 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 451

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ





                   501
          มำตรำ ๑๔   มีขอบเขตที่กว้ำงกว่ำกฎหมำยอำญำฐำนหมิ่นประมำทในแง่ที่ว่ำ ข้อควำมที่ผิดกฎหมำยไม่จ�ำกัดเฉพำะ
                                                                     502
          ข้อควำมที่มุ่งต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งอันระบุตัวได้โดยเฉพำะเท่ำนั้น  เช่น กำรเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์
          อันเป็นเท็จกล่ำวหำผู้นับถือศำสนำใดศำสนำหนึ่ง หรือจัดอยู่ในกลุ่มเชื้อชำติใดเชื้อชำติหนึ่งให้เกิดควำมเสื่อมเสีย กำร
          เผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันมีลักษณะลำมกเพื่อแสดงควำมเกลียดชังกลุ่มบุคคลที่มีรสนิยมทำงเพศแตกต่ำงหลำก
          หลำย ข้อควำมลักษณะนี้แม้ไม่ได้มุ่งใส่ควำมบุคคลใดที่ระบุตัวได้โดยเฉพำะ แต่มุ่งสร้ำงควำมเกลียดชังโดยรวมต่อกลุ่ม

          คนจ�ำนวนมำกที่มีคุณสมบัติหรือคุณลักษณะบำงอย่ำงร่วมกัน ซึ่งไม่เข้ำองค์ประกอบควำมผิดตำมกฎหมำยอำญำฐำน
          หมิ่นประมำท แต่ก็อำจจัดอยู่ในองค์ประกอบควำมผิดตำมมำตรำ ๑๔ ของพระรำชบัญญัตินี้ได้ เป็นต้น

                                อย่ำงไรก็ตำม ข้อจ�ำกัดขององค์ประกอบควำมผิดตำมพระรำชบัญญัติว่ำด้วยกำรกระท�ำควำม
          ผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับ “Hate Speech” ก็คือ มีขอบเขตจ�ากัดเฉพาะข้อมูล “ปลอมหรือเท็จ หรือข้อมูล
          ลามก” ดังนั้น หำกกำรสื่อสำรที่ท�ำให้เกิดควำมเกลียดชังด้วยเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติต่ำง ๆ นั้น ไม่เข้ำลักษณะของ

          “ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ปลอม เท็จ ลำมก” ก็ไม่เข้ำองค์ประกอบควำมผิดตำมพระรำชบัญญัติว่ำด้วยกำรกระท�ำควำมผิด
          เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ เนื่องจำกกฎหมำยควำมผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั้นโดยหลักแล้วมุ่งควบคุมอำชญำกรรม
          ทำงคอมพิวเตอร์ โดยมีกำรบัญญัติควำมผิดในกลุ่มของเนื้อหำ (Content) เพิ่มเข้ำมำจำกควำมผิดในเชิงเทคนิค

          คอมพิวเตอร์ด้วย แต่ควำมผิดกลุ่มเนื้อหำดังกล่ำวมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำรคุ้มครองสิทธิมนุษยชนจำกกำรเลือกปฏิบัติ
          แต่อย่ำงไร
                                ดังนั้น อำจสรุปได้ว่ำจำกกำรวิเครำะห์กฎหมำยไทยที่เป็นอยู่ในปัจจุบันทั้ง ๓ ฉบับ พบว่ำ

          กำรสื่อสำรในลักษณะ “Hate Speech” บำงกรณีอำจตกอยู่ภำยใต้องค์ประกอบกฎหมำยดังกล่ำวได้ แต่อย่ำงไรก็ตำม
          “Hate Speech” อีกหลำยกรณีก็ไม่ตกอยู่ภำยใต้กฎหมำยดังกล่ำว สำเหตุประกำรส�ำคัญก็คือ กฎหมำยไทยทั้งสำมฉบับ

          ที่เกี่ยวข้องดังกล่ำวนั้นอยู่บนพื้นฐำนแนวคิด หลักกำร ที่แตกต่ำงจำกกฎหมำยสิทธิมนุษยชนและกำรห้ำมเลือกปฏิบัติ
          กำรปรับใช้กฎหมำยดังกล่ำวกับ “Hate Speech” จึงไม่สอดคล้องและเหมำะสมกับ “Hate Speech” ซึ่งควรได้รับ
          กำรพิจำรณำภำยใต้หลักกฎหมำยที่แตกต่ำงออกไป นั่นคือกฎหมำยเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ดังจะเห็นได้จำกกฎหมำย

          ต่ำงประเทศซึ่งจะได้วิเครำะห์ในหัวข้อต่อไป






                 501    มำตรำ ๑๔ มีหลักว่ำ “ผู้ใดกระท�ำควำมผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวำงโทษจ�ำคุกไม่เกินห้ำปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสน
          บำท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ
                         (๑) น�ำเข้ำสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่ำทั้งหมดหรือบำง ส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ

          โดยประกำรที่น่ำจะเกิดควำมเสียหำยแก่ผู้อื่นหรือประชำชน
                         (๒) น�ำเข้ำสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประกำรที่น่ำจะเกิดควำมเสียหำยต่อควำมมั่นคงของ
          ประเทศ หรือก่อให้เกิดควำมตื่นตระหนกแก่ประชำชน
                         (๓) น�ำเข้ำสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นควำมผิดเกี่ยวกับควำมมั่นคงแห่งรำชอำณำจักรหรือ
          ควำมผิดเกี่ยวกับกำรก่อกำรร้ำยตำมประมวลกฎหมำยอำญำ
                      (๔) น�ำเข้ำสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลำมกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชำชนทั่วไป
          อำจเข้ำถึงได้….”
                 502    คณำธิป ทองรวีวงศ์, “ศึกษำเปรียบเทียบพระรำชบัญญัติว่ำด้วยกำรกระท�ำควำมผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ กับ
          กฎหมำยอำญำฐำนหมิ่นประมำท ในกรณีกำรหมิ่นประมำททำงอินเทอร์เน็ต,” บทบัณฑิตย์ เล่มที่ ๖๕ ตอน ๒ (มิถุนำยน ๒๕๕๒): ๓๑-๖๙





                                                         450
   446   447   448   449   450   451   452   453   454   455   456