Page 450 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 450
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
กรณี “Hate Speech” ที่อยู่ภำยใต้ขอบเขตกฎหมำยอำญำฐำนหมิ่นประมำท: กำรสื่อสำร
ที่สร้ำงควำมเกลียดชังอำจกระท�ำต่อบุคคลโดยเฉพำะเจำะจง ด้วยเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ เช่น นำย ก. ใส่ควำมนำย ข.
ซึ่งนับถือศำสนำหนึ่งต่อบุคคลที่สำมว่ำ เป็นพวกก่อกำรร้ำย กรณีเช่นนี้อำจจัดอยู่ในองค์ประกอบควำมผิดฐำนหมิ่น
ประมำท หรือกำรสื่อสำรในลักษณะ “Hate Speech” ที่มุ่งต่อบุคคลกลุ่มจ�ำกัดอันระบุตัวบุคคลในกลุ่มได้ อำจจัดอยู่
ในขอบเขตกฎหมำยหมิ่นประมำท
กรณี “Hate Speech” ที่ไม่อยู่ภำยใต้ขอบเขตกฎหมำยอำญำฐำนหมิ่นประมำท” หำกเป็น
กรณีกำรแสดงควำมเกลียดชังต่อกลุ่มคนที่ไม่เจำะจงตัว กำรเผยแพร่ข้อควำมอันแสดงถึงกำรเหยียดหยำมเชื้อชำติ ศำสนำ
ควำมเชื่อ เช่น นำย ก. โพสต์ข้อควำมให้ร้ำยบุคคลที่นับถือศำสนำหนึ่งว่ำเป็นพวกก่อกำรร้ำย กรณีเช่นนี้ไม่สำมำรถระบุ
เจำะจงตัวผู้ถูกใส่ควำมได้ จึงไม่สำมำรถปรับใช้กฎหมำยหมิ่นประมำทกับกำรสื่อสำรลักษณะนี้ แม้ว่ำจะเป็นกำรสื่อสำร
ที่เกี่ยวข้องหรือสืบเนื่องจำกเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ เช่น เชื้อชำติ ศำสนำ ก็ตำม
จะเห็นได้ว่ำ หมิ่นประมำท ตำมกฎหมำยอำญำ กับ “Hate Speech” นั้นอยู่บนพื้นฐำน
แนวคิดที่แตกต่ำงกัน เนื่องจำก “Hate Speech” มุ่งคุ้มครองบุคคลในกลุ่มเสี่ยงหรือเปรำะบำงอันมีควำมสัมพันธ์กับ
“เหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ” ในขณะที่ควำมผิดฐำนหมิ่นประมำทมุ่งคุ้มครองชื่อเสียงของบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพำะ
และกำรท�ำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงนั้นไม่จ�ำต้องเกี่ยวข้องกับ “เหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ”
หำกพิจำรณำ “Hate Speech” ในกรอบความผิดตามมาตรา ๑๑๖ ของประมวล
กฎหมายอาญา หรือเรียกว่ำควำมผิดฐำนยุยงปลุกปัน จะเห็นได้ว่ำ “Hate Speech” อำจมีลักษณะของกำรกระตุ้นยั่วยุ
(Incitement) หรือถูกน�ำไปใช้ในลักษณะโฆษณำชวนเชื่อเพื่อหวังผลทำงกำรเมืองหรือควำมรุนแรง (Hate
500
propaganda) ซึ่งเมื่อพิจำรณำตำมองค์ประกอบของกฎหมำยอำญำมำตรำ ๑๑๖ จะเห็นได้ว่ำ ครอบคลุมกำรกระ
ตุ้นหรือยุยงที่มีวัตถุประสงค์ท�ำให้เกิดควำมไม่สงบหรือกำรฝ่ำฝืนกฎหมำย ดังนั้น กรณี “Hate Speech” ด้วยเหตุแห่ง
กำรเลือกปฏิบัติที่ส่งผลให้เกิดควำมปันป่วนในหมู่ประชำชนถึงขนำดก่อให้เกิดควำมไม่สงบ สำมำรถเข้ำองค์ประกอบ
ควำมผิดได้ แต่หำกกรณี “Hate Speech” นั้นมิได้มีลักษณะถึงขั้นท�ำให้เกิดควำมรุนแรงหรือควำมไม่สงบตำม
ควำมหมำยมำตรำ ๑๑๖ ก็จะไม่อยู่ภำยใต้ขอบเขตควำมผิดนี้ ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่ำ มำตรำ ๑๑๖ มิได้มีองค์ประกอบเกี่ยวกับ
“เหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ” รวมทั้งมิได้ระบุถึงมูลเหตุจูงใจของกำรยุยงนั้นว่ำจะต้องเกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ
เหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ เช่น เชื้อชำติ ศำสนำ ฯลฯ ทั้งนี้ เนื่องจำกมำตรำนี้มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษำควำมสงบเรียบร้อยของประเทศ
หำกพิจำรณำ “Hate Speech” ในกรอบความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการ
กระท�าความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ แล้วพบว่ำ กำรเผยแพร่เนื้อหำเกี่ยวกับควำมเกลียดชังด้วยเหตุแห่ง
กำรเลือกปฏิบัติต่ำง ๆ นั้น อำจจัดอยู่ภำยใต้องค์ประกอบควำมผิดของกฎหมำยนี้ได้ ทั้งนี้ เนื่องจำกควำมผิดโดยเฉพำะ
500 มำตรำ ๑๑๖ ผู้ใดกระท�ำให้ปรำกฏแก่ประชำชนด้วยวำจำ หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นกำรกระท�ำภำยในควำมมุ่งหมำย
แห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงควำมคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต
(๑) เพื่อให้เกิดกำรเปลี่ยนแปลงในกฎหมำยแผ่นดินหรือรัฐบำล โดยใช้ก�ำลังข่มขืนใจหรือใช้ก�ำลังประทุษร้ำย
(๒) เพื่อให้เกิดควำมปันป่วน หรือกระด้ำงกระเดื่องในหมู่ประชำชน ถึงขนำดที่จะก่อควำมไม่สงบขึ้นในรำชอำณำจักร หรือ
(๓) เพื่อให้ประชำชนล่วงละเมิดกฎหมำยแผ่นดิน ต้องระวำงโทษจ�ำคุกไม่เกินเจ็ดปี
449

