Page 438 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 438

กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ





                                 มีกำรแทรกแซงกำรแสดงควำมคิดเห็นหรือไม่
                                 กำรแทรกแซงนั้นมีกฎหมำยให้อ�ำนำจหรือไม่
                                 กฎหมำยดังกล่ำวเป็นไปด้วยวัตถุประสงค์ที่ถูกต้องตำมสนธิสัญญำหรือไม่

                                 กำรแทรกแซงนั้นจ�ำเป็นส�ำหรับสังคมประชำธิปไตยหรือไม่
                                จะเห็นได้ว่ำวัตถุประสงค์ของกฎหมำยเกี่ยวกับ Hate Speech นั้นมิได้มอง Hate Speech เป็น
               อำชญำกรรมและมองผู้กระท�ำเป็นอำชญำกรที่ต้องลงโทษอย่ำงรุนแรง ศำลเห็นว่ำโทษอำญำต้องพิจำรณำชั่งน�้ำหนักกับ

               ควำมได้สัดส่วนกับวัตถุประสงค์ของกำรก�ำหนดโทษนั้น ซึ่งก็คือกำรป้องปรำมมิให้เกิดกำรกระตุ้นอันน�ำไปสู่ควำมรุนแรง


                       ๔.๑๕.๙  กฎหมายต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับ “Hate Speech”



                                ๔.๑๕.๙.๑ กฎหมายออสเตรเลีย

                                          กฎหมำยเกี่ยวกับ Hate Speech ของออสเตรเลียในระดับรัฐบำลกลำง ปรำกฏใน
               พระรำชบัญญัติกำรเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเชื้อชำติ (Racial Discrimination Act 1975) ซึ่งก�ำหนดควำมผิดส�ำหรับ

               “กำรกระท�ำอันเป็นกำรรุกรำน ดูหมิ่น ท�ำให้ด้อยค่ำ ข่มขู่ บุคคลอื่นหรือกลุ่มบุคคลอื่น โดยกำรกระท�ำนั้นได้กระท�ำลง
                                                                                               456
               ไปด้วยเหตุแห่งเชื้อชำติ สีผิว สัญชำติ หรือถิ่นก�ำเนิดของผู้อื่น หรือบุคคลบำงคนในกลุ่มบุคคลนั้น  แต่กำรกระท�ำใน
               ลักษณะส่วนตัว (private) ไม่อยู่ในองค์ประกอบควำมผิดนี้

                                          ศำลออสเตรเลียได้พิจำรณำคดีตำมกฎหมำยดังกล่ำวในกำรเผยแพร่ข้อมูลทำง
               อินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. ๒๐๐๒ (คดี Jones v. To¨ben) ซึ่งเป็นคดีที่จ�ำเลยได้เผยแพร่ข้อมูลบนเว็บไซต์
               ของจ�ำเลยมีเนื้อหำปฏิเสธกำรฆ่ำล้ำงเผ่ำพันธุ์ชำวยิวในสมัยสงครำมโลกครั้งที่ ๒ (Holocaust denial) ศำลสหพันธรัฐ

               (Federal Court) ตัดสินว่ำกำรเผยแพร่เนื้อหำดังกล่ำวบนเว็บไซต์โดยไม่มีกำรก�ำหนดรหัสผ่ำน (ผู้ใดก็สำมำรถเข้ำถึง
               เนื้อหำได้) เป็นกำรกระท�ำกำรสื่อสำรต่อสำธำรณะ (Public Act) จึงเป็นกำรฝ่ำฝืนพระรำชบัญญัติกำรเลือกปฏิบัติด้วย
                                                                                       457
               เหตุแห่งเชื้อชำติ ศำลยังได้มีค�ำสั่งให้จ�ำเลยน�ำเนื้อหำข้อมูลดังกล่ำวออกจำกเว็บไซต์ด้วย
                                          ส�ำหรับหน่วยงำนที่มีอ�ำนำจในกำรด�ำเนินกำรเกี่ยวกับเนื้อหำข้อมูลที่เป็น “Hate
               Speech” บนอินเทอร์เน็ตนั้น พบว่ำ คณะกรรมกำรกำรสื่อสำรและสื่อของออสเตรเลีย (The Australian Commu-

               nications and Media Authority หรือ ACMA) ไม่มีอ�ำนำจครอบคลุมถึงกรณีเนื้อหำลักษณะนี้ ดังนั้น กำรบังคับตำม
               กฎหมำยห้ำมเลือกปฏิบัติเกี่ยวกับเนื้อหำข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตนี้จึงต้องน�ำคดีมำฟ้องศำล นอกจำกกระบวนกำรตำม
               กฎหมำยแล้ว ผู้ให้บริกำรเอกชนก็มีบทบำทในกำรควบคุม Hate Speech เช่น กูเกิลออสเตรเลียได้รับค�ำร้องขอให้น�ำ

                                                                                                   458
               เนื้อหำเกี่ยวกับ Hate Speech ที่ฝ่ำฝืนกฎหมำยห้ำมเลือกปฏิบัติของออสเตรเลียออกจำกผลกำรค้นหำ



                      456    Racial Discrimination Act 1975, §18C, Retrieved from http://austlii.law.uts.edu.au/au/legis/cth/consol_

               act/rda1975202/s18c.html
                      457    From “Jones v. Töben: Racial Discrimination on the Internet” October 2002. Retrieved from http://

               www.galexia.com/public/research/articles/research_articles-art22.html#fn357
                      458    From Chilling Effects “Google Removal Complaint: Section 18C of Australia’s Racial Discrimination Act
               of 1975” May 5, 2006. Retrieved from http://www.chillingeffects.org/international/notice.cgi?NoticeID=4266





                                                               437
   433   434   435   436   437   438   439   440   441   442   443