Page 436 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 436
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
ในกำรพิจำรณำคดีเกี่ยวกับ Hate Speech ของยุโรปตำมอนุสัญญำสิทธิมนุษยชนยุโรป มำตรำ ๑๐ นั้น
ศำลจะพิจำรณำองค์ประกอบ ๔ ประกำร ได้แก่ มีกำรแทรกแซงกำรแสดงควำมคิดเห็นหรือไม่ กำรแทรกแซงนั้นมี
กฎหมำยให้อ�ำนำจหรือไม่ กฎหมำยดังกล่ำวเป็นไปด้วยวัตถุประสงค์ที่ถูกต้องตำมสนธิสัญญำหรือไม่ กำรแทรกแซงนั้น
จ�ำเป็นส�ำหรับสังคมประชำธิปไตยหรือไม่
๔.๑๕.๘ คดีส�าคัญเกี่ยวกับ “Hate Speech” ตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระดับภูมิภาค
ในส่วนนี้จะได้ชี้ให้เห็นคดีเกี่ยวกับ Hate Speech ที่ตัดสินโดยศำลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป
(European Court of Human Rights หรือ ECHR) คดีส่วนมำกแสดงให้เห็นถึงกรณีที่ผู้ร้องซึ่งกระท�ำกำรสื่อสำรแสดง
ควำมเกลียดชังต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลอื่น และถูกลงโทษตำมกฎหมำยภำยในของประเทศนั้น ECHR วินิจฉัยคดีโดย
กำรพิจำรณำจำกหลักของอนุสัญญำสิทธิมนุษยชนยุโรป มำตรำ ๑๐ ที่วำงหลักคุ้มครองเสรีภำพในกำรสื่อสำร โดยมี
452
ข้อยกเว้นเกี่ยวกับ “Hate Speech” คดีตัวอย่ำงของ ECHR เช่น
Pavel Ivanov v. Russia 20/02/2007 ผู้ร้องเป็นเจ้ำของและบรรณำธิกำรหนังสือพิมพ์ ถูก
ตัดสินโทษตำมกฎหมำยภำยในว่ำมีควำมผิดฐำนกระตุ้นให้เกิดควำมเกลียดชังเกี่ยวกับเชื้อชำติ และศำสนำ โดยกำรใช้
สื่อสำธำรณะ เนื่องจำกผู้ร้องพิมพ์เผยแพร่บทควำมเกี่ยวกับชำวยิวในรัสเซีย เรียกร้องให้กีดกันชำวยิวออกจำกสังคม
ศำลเห็นว่ำกำรกระท�ำของผู้ร้องเกี่ยวข้องกับกำรกระตุ้นให้เกิดควำมเกลียดชังด้วยเหตุเชื้อชำติ ซึ่งขัดแย้งกับคุณค่ำที่
อนุสัญญำนี้มุ่งคุ้มครอง โดยเฉพำะควำมอดทน ควำมสงบของสังคม และกำรไม่เลือกปฏิบัติ
Garaudy v. France 24 June 2003 ผู้ร้องเป็นผู้เขียนหนังสือ The Founding Myths of Modern
Israel ถูกตัดสินตำมกฎหมำยภำยในว่ำมีควำมผิดฐำนกระตุ้นให้เกิดควำมเกลียดชังด้วยเหตุแห่งเชื้อชำติ ผู้ร้องอ้ำงเสรีภำพ
ในกำรแสดงควำมคิดเห็นตำมอนุสัญญำสิทธิมนุษยชนยุโรป ศำลเห็นว่ำเนื้อหำที่ผู้ร้องเผยแพร่นั้นมีลักษณะเป็นกำร
ปฏิเสธว่ำไม่เคยมีกำรฆ่ำล้ำงเผ่ำพันธุ์ (Holocaust denial) ซึ่งเป็นกรณีเนื้อหำกระตุ้นให้เกิดควำมเกลียดชัง กำรกระท�ำ
ดังกล่ำวไม่สอดคล้องกับคุณค่ำพื้นฐำนของสนธิสัญญำนี้ ดังนั้น ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิอ้ำงเสรีภำพในกำรสื่อสำรตำมข้อ ๑๐
M’Bala M’Bala v. France 20 October 2015 ผู้ร้องเป็นนักแสดงตลก โดยได้ท�ำกำรแสดง
ที่มีเนื้อหำท�ำให้เกิดควำมเกลียดชังด้วยเหตุเชื้อชำติ (ชำวยิว) ผู้ร้องอ้ำงเสรีภำพในกำรแสดงควำมเห็น ศำลเห็นว่ำกำร
แสดงฉำกที่พิพำทนั้นไม่อำจถือได้ว่ำเป็นเพียงควำมบันเทิง แต่มีลักษณะเช่นเดียวกับกำรประชุมทำงกำรเมือง โดยมี
เนื้อหำทำงกำรเมืองซ่อนอยู่ในรูปแบบของกำรแสดงตลก เนื้อหำดังกล่ำวเป็นกำรลดคุณค่ำของชำวยิวที่เป็นเหยื่อของ
กำรสื่อสำรดังกล่ำว จึงมิใช่กำรแสดงที่อยู่ภำยใต้กำรคุ้มครองของข้อ ๑๐ แต่เป็นกำรแสดงควำมเกลียดชัง (กำรปฏิเสธ
ว่ำไม่เคยมีกำรฆ่ำล้ำงเผ่ำพันธุ์ (Holocaust denial) โดยแฝงหรือซ่อนอยู่ในรูปของกำรแสดงออกซึ่งงำนศิลปะเท่ำนั้น
(Disguised as an artistic production)
Glimmerveen and Haqenbeek v. the Netherlands 11 October 1979 ผู้ร้องเผยแพร่
ใบปลิวมีข้อควำมมุ่งหมำยให้บุคคลที่มิใช่คนผิวขำวออกไปจำกเนเธอร์แลนด์ คณะกรรมกำรพิจำรณำแล้วเห็นว่ำ ผู้ร้อง
ไม่มีสิทธิอ้ำงข้อ ๑๐ ว่ำด้วยเสรีภำพในกำรแสดงควำมคิดเห็นเพื่อเผยแพร่แนวคิดซึ่งมีลักษณะเลือกปฏิบัติทำงเชื้อชำติ
452
European Court of Human Rights. Retrieved from http://hudoc.echr.coe.int/eng#
435

