Page 437 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 437
ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ
Norwood v. the United Kingdom 16 November 2004 ผู้ร้องแสดงป้ำยที่หน้ำต่ำงของตนเอง
มีข้อควำมเกี่ยวกับกำรขับไล่ชำวมุสลิมออกไปจำกอังกฤษ ผู้ร้องถูกตัดสินโทษว่ำกระท�ำกำรเป็นปฏิปักษ์ต่อกลุ่มศำสนำ
ผู้ร้องอ้ำงเสรีภำพในกำรแสดงควำมคิดเห็นตำมสนธิสัญญำ ศำลเห็นว่ำกำรกระท�ำดังกล่ำวมุ่งโจมตีกลุ่มศำสนำ เชื่อมโยง
กลุ่มทั้งหมดกับกำรก่อกำรร้ำย ซึ่งขัดแย้งกับคุณค่ำที่ได้รับกำรคุ้มครองตำมสนธิสัญญำ โดยเฉพำะกำรอดทน ควำมสงบ
ของสังคม และกำรไม่เลือกปฏิบัติ จึงไม่สำมำรถอ้ำงเสรีภำพในกำรแสดงควำมคิดเห็นตำมข้อ ๑๐ ได้
453
Gündüz v. Turkey ผู้ร้องเป็นผู้น�ำนิกำยหนึ่งในศำสนำอิสลำม ถูกตัดสินลงโทษจ�ำคุกฐำนกระท�ำ
กำรกระตุ้นให้กระท�ำควำมผิดและกระตุ้นให้เกิดควำมเกลียดชังด้วยเหตุศำสนำ จำกข้อควำมที่เผยแพร่ในสื่อมวลชน
ECHR ตัดสินว่ำ โทษที่ผู้ร้องได้รับ (จ�ำคุก ๔ ปี สองเดือนและปรับ) ไม่ได้สัดส่วนกับวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมำยใน
กำรป้องกันกำรกระตุ้นให้เกิดควำมรุนแรงและกำรกระท�ำผิด กำรที่โทษของจ�ำเลยสูงขึ้นเพรำะกระท�ำผ่ำนสื่อนั้นเป็นโทษ
ที่รุนแรง อย่ำงไรก็ตำม ECHR ก็ยังอธิบำยว่ำ โทษตำมกฎหมำยภำยในยังมีควำมจ�ำเป็นในกำรป้องปรำมกำรกระท�ำที่มี
ระดับเกินไปกว่ำควำมอดทนได้ (Intolerable) ซึ่งขัดแย้งกับหลักกำรพหุสังคมในระบอบประชำธิปไตย
454
Vejdeland and Others v. Sweden (09.02.2012) คดีนี้ผู้ร้องถูกตัดสินว่ำมีควำมผิดฐำนเผย
แพร่เอกสำรที่มีเนื้อหำก้ำวร้ำวต่อกลุ่มรักเพศเดียวกัน (Homosexuals) โดยผู้ร้องเป็นสมำชิกองค์กรเยำวชน (National
Youth) และน�ำเอกสำรไปใส่ไว้ในตู้ล็อคเกอร์ของนักเรียน ข้อควำมเนื้อหำในเอกสำรเป็นกำรโจมตีกำรรักเพศเดียวกัน
เช่น “ท�ำลำยศีลธรรมของสังคม” “เป็นเหตุให้เกิดโรค HIV AIDS” ECHR พิจำรณำจำกเนื้อหำในเอกสำรแล้วเห็นว่ำ
เป็นกำรกล่ำวหำอย่ำงรุนแรงด้วยเหตุแห่งรสนิยมทำงเพศ ซึ่งเป็นกำรเลือกปฏิบัติ กำรที่กฎหมำยภำยในลงโทษผู้ร้องจึง
ไม่ฝ่ำฝืนเสรีภำพในกำรแสดงควำมคิดเห็นตำมข้อ ๑๐ กำรที่รัฐแทรกแซงกำรแสดงควำมคิดเห็นของผู้ร้องนี้มีควำมจ�ำเป็น
ต่อสังคมประชำธิปไตยในกำรคุ้มครองชื่อเสียงของผู้อื่น
455
Affaire Faruk Temel C. Turquie v. Turkey ผู้ร้องเป็นนักกำรเมือง ได้แถลงกำรณ์ต่อสื่อใน
กำรประชุมพรรค มีเนื้อหำกล่ำวโจมตีสหรัฐอเมริกำในกำรแทรกแซงอิรักและกำรจับกุมผู้น�ำองค์กรก่อกำรร้ำย นอกจำกนี้
ยังวิพำกษ์วิจำรณ์กำรหำยตัวไปของบุคคลในควำมควบคุมของต�ำรวจ ผู้ร้องถูกด�ำเนินคดีฐำนเผยแพร่กำรโฆษณำชวนเชื่อ
ผู้ร้องจึงอ้ำงเสรีภำพในกำรแสดงควำมคิดเห็น ECHR เห็นว่ำ กรณีนี้รัฐละเมิดต่อเสรีภำพในกำรแสดงควำมเห็นตำมข้อ
๑๐ เนื่องจำกผู้ร้องกล่ำวในฐำนะนักกำรเมืองฝ่ำยค้ำน แสดงควำมเห็นต่อประเด็นซึ่งอยู่ในควำมสนใจของสำธำรณะ เมื่อ
พิจำรณำโดยรวมแล้วเนื้อหำที่กล่ำวมิได้กระตุ้นให้ผู้อื่นใช้ควำมรุนแรงหรือกำรใช้ก�ำลังอำวุธ จึงไม่ถึงขนำดเป็น “Hate
Speech”
จำกคดีที่ได้ศึกษำมำข้ำงต้น พบว่ำ ข้ออ้ำงหลักของผู้ร้องก็คือ ตนมีเสรีภำพในกำรสื่อสำร และกำรที่
กฎหมำยภำยในรัฐลงโทษกำรสื่อสำรของตนนั้นขัดต่อข้อ ๑๐ ในกำรชั่งน�้ำหนักว่ำกรณีนั้นอยู่ภำยใต้ขอบเขตเสรีภำพใน
กำรแสดงควำมคิดเห็นหรือเป็น “Hate Speech” ที่เกินขอบเขตและรัฐสำมำรถตรำกฎหมำยจ�ำกัดสิทธิได้นั้น จำกคดี
ต่ำง ๆ พบว่ำ ในกำรพิจำรณำของ ECHR นั้นมีเกณฑ์พิจำรณำจำกองค์ประกอบส�ำคัญ ๔ ประกำร ได้แก่
453
Retrieved from http://hudoc.echr.coe.int/eng?i=001-23973
454
Retrieved from http://hudoc.echr.coe.int/eng-press?i=003-3837416-4406280
455
Retrieved from http://hudoc.echr.coe.int/eng?i=001-103141
436

