Page 431 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 431

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ





                          ค. เพื่อป้องกันกำรโฆษณำชวนเชื่อเกี่ยวกับกำรท�ำสงครำม
                          ง. เพื่อป้องกันกำรสนับสนุนให้เกิดควำมเกลียดชังด้วยเหตุแห่งชำติ เชื้อชำติ ศำสนำ ซึ่งกระตุ้น
          ให้เกิดกำรเลือกปฏิบัติ กำรเป็นปฏิปักษ์ หรือควำมรุนแรง

                          จะเห็นได้ว่ำ ข้อ ๑๓ รับรองสิทธิแรงงำนโยกย้ำยถิ่นฐำนและสมำชิกในครอบครัว โดยให้ควำมส�ำคัญ
          กับเสรีภำพในกำรแสดงควำมคิดเห็น อย่ำงไรก็ตำม หลักกำรเกี่ยวกับ “Hate Speech” ปรำกฏอยู่ในฐำนะเป็นข้อยกเว้น
          ของเสรีภำพในกำรแสดงควำมคิดเห็น กล่ำวคือ กำรแสดงควำมคิดเห็นนั้นอำจถูกจ�ำกัดโดยกฎหมำยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ

          ป้องกัน “Hate Speech” อย่ำงไรก็ตำม มีข้อสังเกตว่ำเหตุของกำรสื่อสำรในลักษณะ “Hate Speech” ที่อยู่ภำยใต้
          ขอบเขตของอนุสัญญำนี้มีจ�ำกัดเฉพำะ “ชำติ เชื้อชำติ ศำสนำ” เท่ำนั้น ดังนั้น กำรสื่อสำรในลักษณะ “Hate Speech”

          ด้วยเหตุอื่น จึงไม่อยู่ภำยใต้หลักกำรของข้อ ๑๓ กล่ำวคือ จะต้องกลับไปพิจำรณำหลักทั่วไปของเสรีภำพในกำรแสดง
          ควำมคิดเห็นของแรงงำนโยกย้ำยถิ่นฐำน โดยรัฐไม่สำมำรถตรำกฎหมำยจ�ำกัดเสรีภำพในกำรสื่อสำรดังกล่ำวด้วยเหตุอื่น
          นอกจำก “ชำติ เชื้อชำติ ศำสนำ” ได้

                          ข้อสังเกต: อนุสัญญำฉบับนี้ไทยยังไม่ได้เป็นภำคี ดังนั้น จึงไม่มีพันธกรณีระหว่ำงประเทศที่จะต้อง
          ผูกพัน อย่ำงไรก็ตำม หลักกำรเกี่ยวกับ “Hate Speech” ตำมอนุสัญญำนี้สำมำรถน�ำมำพิจำรณำประกอบกำรศึกษำ

          กำรบัญญัติกฎหมำยเกี่ยวกับ “Hate Speech” ของไทยได้

                 ๔.๑๕.๕ แนวทางการตีความตราสารระหว่างประเทศในกรอบสหประชาชาติเกี่ยวกับ “Hate
          Speech”

                          จำกหลักเกณฑ์ตำมตรำสำรระหว่ำงประเทศในกรอบสหประชำชำติ ปรำกฏกำรตีควำมที่ส�ำคัญ ดังนี้



                                                                                          448
                          ความเห็นทั่วไป ที่ ๑๐ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
                          “กำรใช้สิทธิและเสรีภำพในกำรแสดงควำมคิดเห็นอำจถูกจ�ำกัดได้ โดยข้อจ�ำกัดนั้นอำจเกี่ยวข้องกับ
          ผลประโยชน์ของบุคคลอื่น (Interests of Other Persons) หรือประโยชน์ของชุมชนโดยรวมทั้งหมด”



                                                                                            449
                          ความเห็นทั่วไป ที่ ๑๑ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ  “มำตรำ ๒๐
          กล่ำวว่ำกำรโฆษณำชวนเชื่อเกี่ยวกับสงครำมและกำรสนับสนุนให้เกิดควำมเกลียดชังเกี่ยวกับชำติ เชื้อชำติ ศำสนำ ซึ่ง
          กระตุ้นให้เกิดกำรเลือกปฏิบัติ กำรเป็นปฏิปักษ์ หรือควำมรุนแรง อำจถูกห้ำมโดยกฎหมำย คณะกรรมกำรมีควำมเห็นว่ำ
                           กรณีกำรโฆษณำชวนเชื่อเกี่ยวกับสงครำม คณะกรรมกำรเห็นว่ำ ข้อจ�ำกัดหรือกำรห้ำมดังกล่ำวจะ

          ต้องสอดคล้องกับเสรีภำพในกำรแสดงควำมคิดเห็นตำมมำตรำ ๑๙ ดังนั้น กำรจ�ำกัดจะขยำยไปถึงกำรโฆษณำชวนเชื่อ
          ทุกรูปแบบซึ่งมีลักษณะก้ำวร้ำวรุนแรง หรือละเมิดต่อควำมสงบอันขัดต่อสนธิสัญญำของสหประชำชำติ





                 448
                      From General Comment No. 10 Article 19 Freedom of Expression, Human Rights Committee (adopted
          29 June 1983)
                 449
                      From General Comment No. 11 Article 20 Prohibition of Propaganda for War and Inciting National,
          Racial or Religious Hatred, para 2 (about the relationship between articles 19 and 20) Human Rights Committee
          (adopted 29 July 1983)




                                                         430
   426   427   428   429   430   431   432   433   434   435   436