Page 426 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 426
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
๔.๑๕.๓ ความสัมพันธ์ระหว่างเสรีภาพในการสื่อสาร (Freedom of Speech) และ การสื่อสาร
ที่ท�าให้เกิดความเกลียดชัง
เสรีภำพในกำรสื่อสำร (Freedom of Speech) เป็นสิทธิขั้นพื้นฐำนที่ส�ำคัญของมนุษย์ ทั้งนี้
เนื่องจำกกำรที่มนุษย์สำมำรถท�ำกำรสื่อสำรใด ๆ ตำมควำมประสงค์ของตนนั้น เป็นกำรแสดงออกซึ่งตั้งอยู่บนแนวคิด
438
“กำรควบคุมหรือก�ำหนดตนเอง” (Personal Autonomy) หรือกำรก�ำหนดตัดสินใจในเรื่องรำวเกี่ยวกับตน (Self-
439
Determination) โดยเฉพำะในระบอบกำรเมืองกำรปกครองแบบประชำธิปไตยนั้น เสรีภำพในกำรแสดงควำมคิดเห็น
ท�ำให้เกิดกำรมีส่วนร่วมทำงกำรเมืองของประชำชน โดยที่ประชำชนสำมำรถแสดงควำมคิดเห็นในประเด็นทำงกำรเมือง
และประเด็นสำธำรณะต่ำง ๆ (Public Opinion)
ดังนั้น โดยทั่วไปแล้ว กำรสื่อสำรที่ประกอบด้วยเนื้อหำต่ำง ๆ รวมทั้งกำรสื่อสำรเรื่องรำวเกี่ยวกับ
ควำมแตกต่ำงในควำมคิดเห็นด้ำนเชื้อชำติ สีผิว เพศ ก็จัดว่ำอยู่ภำยใต้แนวคิดและหลักกำรของเสรีภำพในกำรสื่อสำร
ดังนั้น กำรก�ำหนดกฎหมำยหรือมำตรกำรใด ๆ ที่ส่งผลจ�ำกัดเสรีภำพในกำรสื่อสำร โดยเฉพำะกำรสื่อสำรสำธำรณะ
(Public Discourse) ก็ย่อมเป็นกำรส่งผลกระทบต่อเสรีภำพซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐำนของมนุษย์ดังกล่ำว นอกจำกนี้ “Hate
440
Speech” ยังมีส่วนในกำรกำรสร้ำงควำมอดทนต่อควำมหลำกหลำยในสังคม (Tolerance of Diversity) ซึ่งเป็น
คุณลักษณะประกำรหนึ่งของสังคมประชำธิปไตย
อย่ำงไรก็ตำม กำรใช้เสรีภำพในกำรสื่อสำรดังกล่ำว อำจส่งผลกระทบต่อสิทธิของผู้อื่น และคุณค่ำอื่น ๆ
ในสังคมประชำธิปไตย ท�ำให้เกิดแนวคิดและหลักกฎหมำยในกำรจ�ำกัดเสรีภำพดังกล่ำว เพื่อให้เกิดกำรสร้ำงควำมสมดุล
ระหว่ำงเสรีภำพในกำรสื่อสำรกับคุณค่ำอื่น ๆ (Competing Values) เช่น กำรสื่อสำรข้อมูลที่หมิ่นประมำทหรือท�ำให้
ผู้อื่นเสื่อมเสียชื่อเสียงจะไม่ได้รับกำรคุ้มครองในฐำนะเสรีภำพในกำรสื่อสำร และมีควำมผิดตำมกฎหมำยหมิ่นประมำท 441
หำกพิจำรณำเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ (Protected Ground, Ground of Discrimination) เช่น
เพศ เชื้อชำติ สีผิว ฯลฯ ในบริบทของกำรสื่อสำรข้อมูลและกำรแสดงควำมคิดเห็นแล้วจะพบว่ำ กำรแสดงควำมคิดเห็นที่
ก่อให้เกิดผลกระทบทำงลบและควำมเกลียดชังด้วยเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติดังกล่ำวนั้น แม้ในด้ำนหนึ่งอำจพิจำรณำว่ำเป็น
เสรีภำพของผู้ท�ำกำรสื่อสำร แต่ในอีกด้ำนหนึ่งอำจพิจำรณำว่ำ กำรแสดงควำมคิดเห็นดังกล่ำวส่งผลกระทบต่อกลุ่มบุคคล
ที่อยู่ในกลุ่มเกี่ยวข้องกับเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติต่ำง ๆ เช่น เชื้อชำติ สีผิว ศำสนำ ฯลฯ ซึ่งอำจเรียกเรียกว่ำ กลุ่มบุคคล
ที่ได้รับกำรปฏิบัติอันไม่เป็นที่พึงพอใจอันมีเหตุสืบเนื่องจำกเหตุแห่งควำมแตกต่ำงดังกล่ำวนั้นเอง (Disfavored Group)
ทั้งนี้ ผลกระทบจำกกำรสื่อสำรที่ท�ำให้เกิดควำมเกลียดชังต่อบุคคลกลุ่มดังกล่ำวนั้นอำจจ�ำแนกได้หลำยประกำร เช่น
438
From The Stanford Encyclopedia of Philosophy “Personal Autonomy by Sarah Buss” Edward N. Zalta
ed., 2002 Retrieved from http://plato.stanford.edu/entries/personal-autonomy
439
From “Racist Speech, Democracy, and the First Amendment (p 325-326),” by Robert C. Post, 1991,
William & Mary Law Review 32: 267
440
“Pankaj P. Umbarkar” Ibid.
441
From John Murphy, “Rethinking Injunctions in Tort Law,” by John Murphy, 2007, Oxford Journal of Legal
Studies, 27, 509, 518; “Defamation, Free Speech, and Democratic Governance” by Russell L. Weaver and David F.
Partlett,2005, New York Law School Law Review 50: 57.
425

