Page 428 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 428

กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ





                               ระดับที่สาม กำรกระตุ้นยั่วยุให้เกิดควำมเกลียดชังโดยกำรเลือกปฏิบัติ (Inciting Discriminatory
               Hatred) ในระดับนี้นอกจำกมีระดับของกำรสื่อสำรที่ท�ำให้บุคคลกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติอยู่ในสถำนะ
               ที่ถูกดูหมิ่น เหยียดหยำม ลดคุณค่ำและศักดิ์ศรีของควำมเป็นมนุษย์แล้ว ยังมีลักษณะของกำรกระตุ้นให้บุคคลอื่นร่วม

               แสดงควำมเกลียดชังด้วย โดยเฉพำะกำรท�ำให้เกิดกำรกระท�ำกีดกันทำงกำยภำพต่อบุคคลกลุ่มดังกล่ำว ท�ำให้รู้สึกหรือ
               ได้รับกำรปฏิบัติอันพึงพอใจน้อยกว่ำในที่สำธำรณะ
                               ระดับที่สี่ กำรกระตุ้นยั่วยุให้เกิดควำมรุนแรงโดยกำรเลือกปฏิบัติ (Inciting Discriminatory

               Violence) ในระดับนี้กำรสื่อสำรที่แสดงควำมเกลียดชัง นอกจำกจะกระตุ้นยั่วยุให้บุคคลอื่นแสดงควำมเกลียดชัง
               ต่อบุคคลกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติแล้ว ยังกระตุ้นให้เกิดกำรกระท�ำทำงกำยภำพ เช่น กระตุ้นให้เกิด

               กำรต่อสู้ ท�ำร้ำยบุคคลกลุ่มดังกล่ำวด้วย


                               ตำมกรอบแนวพิจำรณำนี้ จะเห็นได้ว่ำ โดยทั่วไปแล้ว “Hate Speech” ในระดับแรกหรือระดับที่

               สองอำจอยู่ในขอบเขตของเสรีภำพในกำรแสดงควำมคิดเห็น โดยกฎหมำยบำงประเทศที่ให้น�้ำหนักกับเสรีภำพในกำร
               แสดงควำมคิดเห็นอำจยังไม่ควบคุมในระดับนี้ แต่ส�ำหรับ “Hate Speech” ซึ่งถึงระดับที่ก่อให้เกิดผลทำงกำยภำพเช่น

               กำรกระตุ้นให้เกิดกำรเลือกปฏิบัติในระดับที่สำม หรือกำรกระตุ้นให้เกิดควำมรุนแรงในระดับที่สี่ ดังนี้อำจถือได้ว่ำเป็นกำร
               เกินขอบเขตของเสรีภำพในกำรสื่อสำรซึ่งกฎหมำยจ�ำต้องเข้ำมำควบคุม โดยรำยละเอียดกำรควบคุมอำจแตกต่ำงกันไป
               ตำมกฎหมำยของแต่ละประเทศดังจะได้ศึกษำต่อไป

                               ดังนั้น ในทำงกฎหมำยแล้ว อำจสรุปได้ว่ำ เหตุผลที่กฎหมำยเข้ำมำควบคุม Hate Speech อำจแบ่ง
               ได้ ๒ ประกำร คือ
                               ๑) เพื่อป้องกันกำรน�ำไปสู่กำรกระท�ำควำมผิดทำงกำยภำพหรือควำมรุนแรงในสังคม เนื่องจำก Hate

               Speech อำจกระตุ้นให้เกิดกำรกระท�ำรุนแรงระหว่ำงกลุ่มบุคคลได้
                               ๒) เพื่อคุ้มครองศักดิ์ศรีของควำมเป็นมนุษย์ (Human Dignity) โดยเฉพำะกลุ่มบุคคลที่กฎหมำยเห็น
               ว่ำมีควำมเปรำะบำง (Vulnerable Group) หรือกลุ่มที่ควรได้รับกำรปกป้องเป็นพิเศษ

                               เหตุผลเพื่อคุ้มครองศักดิ์ศรีของควำมเป็นมนุษย์ ซึ่งอยู่ภำยใต้กรอบแนวคิดสิทธิมนุษยชนนี้ ได้รับกำร
               รับรองโดยกฎหมำยระหว่ำงประเทศเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ดังจะได้กล่ำวต่อไป



                       ๔.๑๕.๔ กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศเกี่ยวกับ “Hate Speech”
                                เหตุผลที่กฎหมำยเข้ำมำควบคุม Hate Speech เพื่อคุ้มครองศักดิ์ศรีของควำมเป็นมนุษย์ ซึ่งอยู่

               ภำยใต้กรอบแนวคิดสิทธิมนุษยชนนี้ ได้รับกำรรับรองโดยกฎหมำยระหว่ำงประเทศเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนหลำยฉบับ
               ในกรอบของสหประชำติ ดังจะได้ชี้ให้เห็นต่อไปนี้



                                ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration on Human Rights 1948
               หรือ UDHR)

                                 ข้อ ๑๙ มีหลักว่ำ
                                “บุคคลทุกคนมีสิทธิที่จะใช้เสรีภำพในกำรแสดงควำมคิดเห็นและแสดงออกโดยปรำศจำกกำร
               แทรกแซง และมีสิทธิในกำรเข้ำถึงข้อมูลผ่ำนสื่อทุกชนิดโดยปรำศจำกกำรปิดกั้น”






                                                               427
   423   424   425   426   427   428   429   430   431   432   433