Page 430 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 430

กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ





                                ข้อสังเกต: อนุสัญญำนี้ มีผลบังคับใช้กับประเทศไทยตั้งแต่วันที่ ๒๗ กุมภำพันธ์ ๒๕๔๖ แต่มีกำร
               ตั้งข้อสงวนในข้อ ๔ นี้ ต่อมำ ในปี ๒๕๕๙ คณะรัฐมนตรีมีมติให้ถอนข้อสงวนดังกล่ำว จึงเป็นเหตุให้ไทยต้องพิจำรณำ
               ว่ำกฎหมำยไทยที่มีอยู่สอดคล้องกับข้อ ๔ ของอนุสัญญำหรือไม่  โดยมติคณะรัฐมนตรี มีกำรกล่ำวว่ำ “....ให้กระทรวง

               ยุติธรรมรับความเห็นของกระทรวงการต่างประเทศและส�านักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเกี่ยวกับความพร้อมของ
               ประเทศไทยต่อการถอนข้อสงวนข้อบทที่ ๔ ของอนุสัญญา CERD ซึ่งประเทศไทยสามารถถอนข้อสงวนดังกล่าวได้โดย
               ไม่ต้องออกกฎหมายใหม่ โดยได้อ้างอิงถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

               นั้น โดยที่กฎหมายเหล่านั้นยังไม่ได้ก�าหนดฐานความผิดเฉพาะตามข้อบทที่ ๔ ของอนุสัญญา CERD อีกทั้งบทลงโทษ
               ระบุเพียงกว้าง ๆ ไม่ระบุโทษที่ชัดเจนตามความผิดที่ปรากฏในอนุสัญญา CERD แต่เป็นการระบุโทษส�าหรับความผิด

               เกี่ยวกับการให้ร้ายและสร้างความเกลียดชัง จึงต้องอาศัยการตีความกฎหมายเหล่านั้นเป็นรายกรณีว่า รวมถึงการกระท�า
                                                     446
               ที่เกิดจากการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติหรือไม่…”  จะเห็นได้ว่ำ จำกกำรถอนข้อสงวนนั้นโดยหลักแล้วไทยต้องมีพันธกรณี
               ในกำรตรำกฎหมำยโดยเฉพำะตำมข้อ ๔ (ก) ซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมำยที่ควบคุม “Hate speech” อย่ำงไรก็ตำม จำก

               มติคณะรัฐมนตรีดังกล่ำวจะเห็นได้ว่ำมีกำรกล่ำงถึงกฎหมำยที่มีอยู่ (Existing laws) ของไทยว่ำ “ยังไม่ได้ก�ำหนด
               ฐำนควำมผิดเฉพำะ” และต้อง “อำศัยกำรตีควำมเป็นรำยกรณีไป” โดยเฉพำะอย่ำงยิ่ง ประมวลกฎหมำยอำญำ และ
                                                                   447
               พระรำชบัญญัติว่ำด้วยกำรกระท�ำควำมผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์


                                อนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันและลงโทษอาชญากรรมการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (Convention on

               the Prevention and Punishment of the Crime of Genocide 1948)
                                ข้อ ๓ (a) มีหลักว่ำ
                                “กำรยั่วยุโดยตรงและต่อสำธำรณะให้เกิดกำรฆ่ำล้ำงเผ่ำพันธุ์สำมำรถถูกลงโทษได้”



                                อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของแรงงานโยกย้ายถิ่นฐานและสมาชิกในครอบครัว
               (Convention on the Protection of the Rights of Migrants Workers and Member of their Families

               - CMW)
                                ข้อ ๑๓ วำงหลักไว้ว่ำ

                                ๑. แรงงำนโยกย้ำยถิ่นฐำนและสมำชิกในครอบครัวมีสิทธิในควำมคิดเห็นโดยปรำศจำกกำรแทรกแซง
                                ๒. แรงงำนโยกย้ำยถิ่นฐำนและสมำชิกในครอบครัวมีสิทธิในกำรแสดงควำมคิดเห็น (freedom of
               expression) ซึ่งรวมถึงเสรีภำพในกำรแสวงหำ ได้รับข้อมูลข่ำวสำร รวมทั้งแนวคิดไม่ว่ำรูปแบบและสื่อใด ๆ

                                ๓. กำรใช้สิทธิดังกล่ำวในข้อ ๒. จะต้องอยู่ภำยใต้หน้ำที่และควำมรับผิดชอบ และต้องอยู่ภำยใต้ข้อ
               จ�ำกัดบำงประกำรซึ่งจะต้องก�ำหนดโดยกฎหมำยและมีควำมจ�ำเป็น ดังต่อไปนี้

                                ก. เพื่อคุ้มครองสิทธิหรือชื่อเสียงของผู้อื่น
                                ข. เพื่อป้องกันควำมมั่นคงของรัฐเกี่ยวกับควำมสงบเรียบร้อยของสำธำรณะ หรือสุขภำพ หรือศีลธรรม
               ของประชำชน



                      446      มติคณะรัฐมนตรี  วันที่  ๗  มิถุนำยน  ๒๕๕๙  สืบค้นจำก  https://cabinet.soc.go.th/soc/Program2-3.jsp?top_

               serl=99319738
                      447      โปรดดูกำรวิเครำะห์เพิ่มเติมในภำคผนวก




                                                               429
   425   426   427   428   429   430   431   432   433   434   435