Page 425 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 425

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ





          จะเป็นกำรดูหมิ่นเหยียดหยำม ใส่ร้ำยป้ำยสี ไปจนถึงกำรด่ำทออย่ำงหยำบคำย โดยมีลักษณะของกำรปลุกปัน ยุยง
          หรือปลุกระดมให้เกิดควำมเกลียดชังต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งประเด็นกำรโจมตีพุ่งเป้ำไปที่ลักษณะ
          เฉพำะ ทั้งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เช่น เชื้อชำติ เพศสภำพ และเปลี่ยนแปลงได้ เช่น ศำสนำ อุดมกำรณ์ โดยกำรสื่อสำร

          ดังกล่ำวนั้นอำจก่อให้เกิดผลลัพธ์ในกำรแบ่งแยกไปจนถึงกำรขจัดกลุ่มบุคคลดังกล่ำวออกจำกสังคม ไม่ว่ำจะโดยใช้
          ควำมรุนแรงทำงกำยภำพหรือควำมรุนแรงในเชิงนำมธรรมก็ตำม ทั้งนี้ เพียงแค่กำรกล่ำวออกมำเพื่อให้อีกฝ่ำยเกิด
                                                                           436
          ควำมเจ็บปวดก็ถือว่ำเป็นส่วนหนึ่งของผลลัพธ์จำก Hate Speech เช่นเดียวกัน”


                           จำกควำมหมำยดังกล่ำวข้ำงต้น ผู้วิจัยจะได้จ�ำแนกองค์ประกอบที่ส�ำคัญ (Elements) ของ “Hate

          Speech” ในบริบทของกฎหมำยสิทธิมนุษยชนและกำรห้ำมเลือกปฏิบัติ ได้ ๔ ประกำร ดังนี้
                           (๑) กำรแสดงออกซึ่งกำรสื่อสำรมีควำมหมำยกว้ำงกว่ำค�ำพูด ทั้งนี้ แม้ว่ำจะใช้ค�ำว่ำ “Speech”
          แต่ก็ไม่ได้มีควำมหมำยจ�ำกัดเฉพำะ กำรพูดหรือกำรสื่อสำรด้วยวำจำ (Verbal Communication) แต่มีควำมหมำย

          ครอบคลุมกำรแสดงออกโดยกำรสื่อสำรในรูปแบบต่ำง ๆ เช่น ค�ำพูด ลำยลักษณ์อักษร พฤติกรรม กิริยำอำกำร ภำพ ป้ำย
                                                                                                       437
          สัญลักษณ์ โดยอำจแสดงออกในช่องทำงกำรสื่อสำรต่ำง ๆ ไม่ว่ำจะเป็นช่องทำงกำยภำพหรือช่องทำงอิเล็กทรอนิกส์
                           (๒) “Hate Speech” มีควำมแตกต่ำงจำกกำรสื่อสำรที่มีควำมผิดตำมกฎหมำยอื่น เช่น กำรหมิ่น
          ประมำทตำมกฎหมำยอำญำ เนื่องจำกกฎหมำยอำญำฐำนหมิ่นประมำทนั้น มุ่งคุ้มครองชื่อเสียงของปัจเจกชนคนใด
          คนหนึ่งซึ่งอำจได้รับควำมเสียหำยจำกกำรเผยแพร่ข้อมูลที่ท�ำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของบุคคลนั้นโดยเฉพำะเจำะจง อัน

          สะท้อนให้เห็นจำกองค์ประกอบส�ำคัญของกฎหมำยอำญำฐำนหมิ่นประมำทที่จะต้องระบุตัวผู้ถูกหมิ่นประมำทได้ชัดเจน
          แต่ส�ำหรับ “Hate Speech” ในแง่กฎหมำยสิทธิมนุษยชนนั้น มิได้มุ่งคุ้มครองชื่อเสียงบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพำะ
          แต่มุ่งป้องกันกลุ่มบุคคลที่มีลักษณะเฉพำะร่วมกัน เช่น เชื้อชำติ สีผิว ศำสนำ จำกกำรถูกกีดกันหรือแบ่งแยกในสังคม

          ซึ่งบุคคลในกลุ่มเหล่ำนี้มักจะเป็นกลุ่มบุคคลที่มักถูกเลือกปฏิบัติในมิติอื่น ๆ ด้วย
                           (๓) ในทำงกฎหมำยสิทธิมนุษยชนนั้น “Hate Speech” มีควำมเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับ “เหตุแห่ง
          กำรเลือกปฏิบัติ” (Discrimination Grounds) เช่น เชื้อชำติ ศำสนำ สีผิว เพศ ฯลฯ ลักษณะของ “Hate Speech” ข้อนี้

          จะท�ำให้สำมำรถจ�ำแนกควำมแตกต่ำงระหว่ำงกำรสื่อสำรที่ก่อให้เกิดควำมเกลียดชังที่แม้ว่ำเกิดจำกควำม “เกลียดชัง”
          เช่นเดียวกัน แต่สืบเนื่องจำกมูลเหตุอื่น เช่น ควำมเกลียดชังอันสืบเนื่องกับควำมสัมพันธ์ส่วนบุคคลออกจำก “Hate

          Speech” ในบริบทของกฎหมำยสิทธิมนุษยชน ส�ำหรับกำรสื่อสำรควำมเกลียดชังที่มีมูลเหตุอันไม่เกี่ยวข้องกับเหตุแห่ง
          กำรเลือกปฏิบัตินั้น ก็จะต้องไปพิจำรณำกฎหมำยอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป
                           (๔) กำรสื่อสำรควำมเกลียดชังอำจน�ำไปสู่ผลในเชิงนำมธรรม เช่น กำรแบ่งแยกบุคคลในสังคมให้

          แตกต่ำงกันด้วยเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติต่ำง ๆ หรืออำจส่งผลในเชิงรูปธรรม เช่น กำรปลุกระดมให้เกิดควำมรุนแรง
          ทำงกำยภำพ หรือยั่วยุให้เกิดกำรเลือกปฏิบัติในมิติต่ำง ๆ ต่อบุคคลบำงกลุ่ม เช่น กำรไม่รับบุคคลบำงกลุ่มเข้ำท�ำงำน

          กำรปฏิเสธไม่ให้บริกำรกับบุคคลบำงกลุ่ม เป็นต้น



                 436    พิรงรอง รำมสูตร, ประทุษวำจำ กับโลกออนไลน์ (กรุงเทพ: โครงกำรจัดพิมพ์คบไฟ, ๒๕๕๘), หน้ำ ๓๑
                 437    ในกฎหมำยต่ำงประเทศ  ขอบเขตควำมหมำยของ  “Speech”  ก็มีควำมหมำยกว้ำงกว่ำ  “ค�ำพูด”  เช่น  ในบริบทของ
          รัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกำ “Freedom of Speech” มีควำมหมำยรวมถึงกำรแสดงออกในรูปแบบกำรใช้ค�ำพูด และกำรแสดงออกที่ไม่ใช้

          ค�ำพูด (Non-speech) เช่น กำรใช้พฤติกรรม สัญลักษณ์; คณำธิป ทองรวีวงศ์, กฎหมำยเกี่ยวกับกำรสื่อสำรมวลชน (กรุงเทพมหำนคร:
          นิติธรรม, ๒๕๕๕), หน้ำ ๗๐-๗๑



                                                        424
   420   421   422   423   424   425   426   427   428   429   430