Page 423 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 423

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ



          ในสังคม โดยเฉพำะอย่ำงยิ่ง กำรสื่อสำรที่ก่อให้เกิดควำมเกลียดชังด้วยเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ (Discriminatin ground)

          อันเกี่ยวข้องกับคุณลักษณะของกลุ่มบุคคลที่กฎหมำยสิทธิมนุษยชนมุ่งคุ้มครอง เช่น เชื้อชำติ ศำสนำ สีผิว ควำมพิกำร
          เพศ รสนิยมทำงเพศ เป็นต้น ดังนั้น กำรกระท�ำดังกล่ำวอำจพิจำรณำได้ว่ำเป็นกำรปฏิบัติต่อบุคคลกลุ่มหนึ่งแตกต่ำง
          จำกอีกกลุ่มหนึ่งบนพื้นฐำนของเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติต่ำง ๆ ท�ำให้ “Hate Speech” จัดอยู่ในขอบเขตกฎหมำย

          สิทธิมนุษยชนในส่วนของกำรเลือกปฏิบัติ ด้วยเหตุนี้ ในหัวข้อนี้จะได้ท�ำกำรศึกษำวิจัยถึง “กำรสื่อสำรที่ท�ำให้เกิด
          ควำมเกลียดชัง (Hate Speech)” ในมิติของกำรเลือกปฏิบัติตำมกฎหมำยสิทธิมนุษยชน โดยเริ่มจำกกำรชี้ให้เห็นถึง
          สภำพทั่วไปของ “Hate Speech” ในบริบทของสิทธิมนุษยชน จำกนั้นจะศึกษำควำมหมำยทั่วไปของ “Hate Speech”

          และศึกษำหลักกำรทั่วไปของสิทธิและเสรีภำพขั้นพื้นฐำนในกำรแสดงควำมคิดเห็น เพื่อที่จะน�ำไปสู่กำรวิเครำะห์
          เปรียบเทียบกฎหมำยระหว่ำงประเทศ กฎหมำยต่ำงประเทศ และกฎหมำยไทยที่เกี่ยวข้องต่อไป



                 ๔.๑๕.๑ “Hate Speech” ในบริบทของสิทธิมนุษยชน
                           ในบริบทของสิทธิมนุษยชนนั้น กำรแสดงออกซึ่งควำมเกลียดชังมีจุดเริ่มจำกกำรแสดงออกเกี่ยวกับ

          กำรเหยียดเชื้อชำติ สีผิว (Racism) เช่น กำรต่อต้ำนยิว (Anti-Semitism) รวมไปถึงทัศนคติกำรเกลียดกลัวคนต่ำงชำติ
          (Xenophobia) แนวคิดเช่นนี้มีรำกฐำนทำงประวัติศำสตร์ยำวนำนและเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่ำง ๆ ทั้งเศรษฐกิจ กำรเมือง
                        427
          สังคม วัฒนธรรม  ดังจะเห็นได้จำกกฎหมำยสิทธิมนุษยชนระหว่ำงประเทศที่วำงหลักเกี่ยวกับกำรเลือกปฏิบัติทำง
          “เชื้อชำติ” ไว้โดยเฉพำะ เช่น อนุสัญญำว่ำด้วยกำรขจัดกำรเลือกปฏิบัติทำงเชื้อชำติในทุกรูปแบบ (Convention on
          the Elimination of All Forms of Racial Discrimination - CERD) อย่ำงไรก็ตำม กำรแสดงออกซึ่งควำมเกลียดชัง

          ได้ขยำยตัวจำกเหตุแห่งเชื้อชำติ สีผิว มำถึงเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติอื่น ๆ ด้วย เช่น เพศ รสนิยมทำงเพศ รวมไปถึงเหตุ
          อื่น ๆ ซึ่งไม่ได้จัดอยู่ในเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติตำมกฎหมำยสิทธิมนุษยชน
                           ในหลำยกรณีกำรแสดงออกซึ่งควำมเกลียดชังเป็นจุดเริ่มต้นของกำรปลุกระดมเพื่อน�ำไปสู่ควำม

          รุนแรงหรือกำรใช้ก�ำลังต่ำง ๆ ดังจะเห็นได้จำกในประวัติศำสตร์ที่ผ่ำนมำ ซึ่ง “Hate Speech” ท�ำให้ควำมรุนแรง
          ของสงครำมในหลำยแห่งขยำยตัว นักวิชำกำรชี้ให้เห็นควำมสัมพันธ์ระหว่ำง “Hate Speech” กับควำมรุนแรงใน
                                                       428
          ประวัติศำสตร์หลำยกรณี เช่น เหตุกำรณ์รุนแรงใน Bosnia  ควำมรุนแรงต่อทำสในสมัยอำณำนิคมและสงครำมกลำงเมือง
                       429
          ในสหรัฐอเมริกำ  นักวิชำกำรบำงท่ำนเห็นว่ำ “Hate Speech” ซึ่งได้รับกำรจัดกำรหรือสื่อสำรอย่ำงเป็นระบบ
                                                                                             430
          (Systematic Campaign) เป็นเหตุผลรำกฐำนส�ำคัญอันหนึ่งซึ่งน�ำไปสู่กำรฆ่ำล้ำงเผ่ำพันธุ์ (Genocide)
                           วัตถุประสงค์ส�ำคัญอันหนึ่งของ “Hate Speech” ก็คือกำรปฏิเสธควำมเป็นมนุษย์ของเหยื่อและ

          ส่งผลให้ผู้ถูกเกลียดชังได้รับควำมอับอำยและดูหมิ่นเหยียดหยำมศักดิ์ศรีควำมเป็นมนุษย์ ดังนั้น น�ำไปสู่ทัศนคติที่ว่ำ



                 427
                      From “Report of the Seminar on the Political, Historical, Economic, Social and Cultural Factors Con-
          tributing to Racism, Racial Discrimination and Apartheid (Geneva, Switzerland, 10-14 December, 1990), 1991, United
          Nations Centre for Human Rights , New York : United Nations
                 428
                      From “When to Regulate Hate Speech (p 539, 546)” by John C Knechtle, 2006, Penn St Law Review
          110
                 429
                      From “Destructive Messages: How Hate Speech Paves the Way for Harmful Social Movement (p 24-
          48)” by Alexander Tsesis, 2002, NYU Press.
                 430
                     From “Vile Crime or Inalienable Rights: Defining Incitement to Genocide,” by Susan Benesch, 2008,  Va
          Journal of International Law 48



                                                        422
   418   419   420   421   422   423   424   425   426   427   428