Page 424 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 424
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
431
กำรกระท�ำรุนแรงต่อบุคคลเหล่ำนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ร้ำยแรง ในแง่นี้ “Hate Speech” มีควำมเกี่ยวข้องกับ “Hate
propaganda” หรือกำรโฆษณำชวนเชื่อ ซึ่งอำจมีวัตถุประสงค์เชื่อมโยงกับกำรเมืองด้วย โดยกำรโฆษณำให้เกิด
ควำมเกลียดชังอำจถูกน�ำไปใช้เพื่อผลทำงกำรเมือง และอำจน�ำไปสู่ควำมรุนแรงหรือสงครำมตำมมำ ดังนั้น อำจกล่ำว
ได้ว่ำ กำรแสดงออกซึ่งควำมเกลียดชังอันน�ำไปสู่กำรแบ่งแยกทำงด้ำนเชื้อชำติ สีผิว ฯลฯ ส่งผลกระทบต่อศักดิ์ศรี
ควำมเป็นมนุษย์อันเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐำน และอำจน�ำไปสู่ควำมรุนแรงอันกระทบต่อสิทธิมนุษยชนด้ำนอื่น ๆ ต่อไป
๔.๑๕.๒ ความหมายทั่วไปและองค์ประกอบที่ส�าคัญของ “Hate Speech”
จำกกำรศึกษำพบว่ำ ในทำงวิชำกำรนั้น ได้มีกำรอธิบำยและนิยำมควำมหมำยของ “Hate Speech” ไว้
แตกต่ำงกันไป เช่น
Sandra Coliver นิยำมควำมหมำยของ Hate Speech ว่ำหมำยถึง “กำรแสดงออกถึงกำรดูหมิ่น
เกลียดชัง กำรข่มขู่คุกคำม กำรยั่วยุปลุกระดมให้เกิดควำมรุนแรง กำรแบ่งแยก (An expression which is abusive,
432
insulting, intimidating, harassing and/or which incites to violence, hatred or discrimination)
Rachel Weintraub-Reiter เน้นว่ำ Hate Speech รวมถึงกำรท�ำให้ระคำยเคือง กำรแบ่งแยก
ชนชั้นของบุคคล กำรใช้ค�ำพูดบนพื้นฐำนของควำมเกลียดชัง กำรดูหมิ่น ด้วยเหตุแห่งสีผิว เชื้อชำติ ศำสนำ หรือเหตุอื่น
433
รวมทั้งกลุ่มหลำกหลำยทำงเพศ
Pankaj P. Umbarkar ขยำยควำมว่ำ “Hate Speech” รวมถึงกำรสื่อสำร กำรแสดงออกใด ๆ
ซึ่งส่งผลให้เกิดสภำพแวดล้อมหรือบรรยำกำศอันมีลักษณะเกลียดชังหรือคุกคำม (Hostile Environment) กำรกระท�ำ
434
ดังกล่ำวอำจส่งผลกระทบในด้ำนอำรมณ์ของผู้ถูกกระท�ำ (Emotional Distress) จะเห็นได้ว่ำในแง่นี้ “Hate Speech”
มีลักษณะใกล้เคียงกับกำรคุกคำมในสถำนที่ท�ำงำนกรณีกำรสร้ำงบรรยำกำศกำรท�ำงำนอันเป็นกำรคุกคำม (Hostile
Working Environment) ดังที่ได้วิเครำะห์มำแล้วในหัวข้อกำรคุกคำม
Alexander Tsesis เห็นว่ำ “Hate Speech” มีควำมเกี่ยวข้องกับประเด็นด้ำนสิทธิมนุษยชน
หลำยประเด็น เช่น ก่อให้เกิดกำรสื่อสำรเชิงอคติ ท�ำให้เกิดกำรยอมรับทำงสังคมที่ผิดพลำดเกี่ยวกับบุคคลที่ถูกกีดกัน
ออกนอกกลุ่ม กำรท�ำให้เกิดภำพเหมำรวมของกลุ่มที่ตกอยู่ภำยใต้กำรกีดกัน สภำพเหล่ำนี้ท�ำให้ผู้ที่เกลียดชังมีแนวโน้ม
435
ของกำรระบำยหรือปลดปล่อยควำมขุ่นเคืองและโกรธไปสู่บุคคลกลุ่มน้อยหรือกลุ่มบุคคลที่เปรำะบำง
ส�ำหรับในประเทศไทยนั้น ผู้ช่วยศำสตรำจำรย์ ดร. พิรงรอง รำมสูตร เรียก “Hate Speech”
ว่ำ “ประทุษวำจำ” และให้ควำมหมำยว่ำ “เป็นกำรสื่อสำรที่แสดงถึงควำมเกลียดชังผ่ำนรูปแบบอันไม่เหมำะสม ไม่ว่ำ
431
From “Hate Speech: The Regulation of Hate Speech in a Democracy (p 497, 509)” by Kathleen E
Mahoney, 2009, Wake Forest Law Review 44
432
From Striking a Balance: Hate Speech, Freedom of Expression and Non - Discrimination (p 363) ,Sandra
Coliver, 1992, International Centre Against Censorship Human Rights Centre, University of Essex
433
From “Hate Speech over the internet: A Traditional Constitutional Analysis or a New Cyber Constitution?
(p 145)” by Rachel Weintraub-Reiter, 1998, Boston University Public Interest Law Journal 8
434
From “Free Speech and Hate Speech Syndrome: Unprincipled Animate in Media,” by Pankaj P. Umbarkar,
2014, Online International Interdisciplinary Research Journal 4
435
Destructive Messages Loc. cit.
423

