Page 415 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 415

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ




                         ต่อมำ มีกำรตรำพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยมีหลักส�ำคัญใน
          มำตรำ ๑๗ คือ
                         “กำรก�ำหนดนโยบำย กฎ ระเบียบ ประกำศ มำตรกำร โครงกำร หรือวิธีปฏิบัติของหน่วยงำนของรัฐ

          องค์กรเอกชน หรือบุคคลใดในลักษณะที่เป็นกำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ระหว่ำงเพศจะกระท�ำมิได้
                         กำรด�ำเนินกำรตำมวรรคหนึ่ง เพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสำมำรถใช้สิทธิและเสรีภำพได้

          เช่นเดียวกับบุคคลอื่น หรือเพื่อคุ้มครองสวัสดิภำพและควำมปลอดภัย หรือกำรปฏิบัติตำมหลักกำรทำงศำสนำ หรือเพื่อ
          ควำมมั่นคงของประเทศ ย่อมไม่ถือเป็นกำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่ำงเพศ”
                         อย่ำงไรก็ตำม หำกพิจำรณำในส่วนของกำรคุกคำมทำงเพศในที่ท�ำงำนจะเห็นได้ว่ำ หลักกำรตำม

          กฎหมำยนี้ครอบคลุมกำรก�ำหนดนโยบำย ระเบียบ แนวปฏิบัติของนำยจ้ำงที่มีลักษณะเลือกปฏิบัติทำงเพศ แต่มิได้มีกำร
          ก�ำหนดหน้ำที่ให้นำยจ้ำงต้องก�ำหนดระเบียบเกี่ยวกับกำรคุ้มครองลูกจ้ำงผู้ถูกคุกคำมทำงเพศในบริบทของกำรท�ำงำน


                            ส�ำหรับในกรณีกำรจ้ำงงำนภำครัฐนั้น พบว่ำ พระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรพลเรือน พ.ศ.
            ๒๕๕๑ มำตรำ ๘๓ (๘) ก�ำหนดว่ำ ข้ำรำชกำรพลเรือนต้องไม่กระท�ำกำรใดอันเป็นกำรล่วงละเมิดหรือคุกคำม

            ทำงเพศตำมที่ก�ำหนดในกฎ ก.พ. โดยกฎ ก.พ. ที่ก�ำหนดรำยละเอียดหลักกำรดังกล่ำวก็คือ “กฎ ก.พ. ว่ำด้วยกำร
            กระท�ำอันเป็นกำรล่วงละเมิดหรือคุกคำมทำงเพศ พ.ศ. ๒๕๕๓” ซึ่งมีหลักส�ำคัญดังนี้
                            ข้อ ๒

                            ข้ำรำชกำรพลเรือนสำมัญผู้ใดกระท�ำกำรประกำรใดประกำรหนึ่งดังต่อไปนี้ต่อข้ำรำชกำร
            ด้วยกัน หรือผู้ร่วมปฏิบัติรำชกำร ไม่ว่ำจะเกิดขึ้นในหรือนอกสถำนที่รำชกำรโดยผู้ถูกกระท�ำมิได้ยินยอมต่อกำร
            กระท�ำนั้น หรือท�ำให้ผู้ถูกกระท�ำเดือดร้อนร�ำคำญ ถือว่ำเป็นกำรกระท�ำอันเป็นกำรล่วงละเมิดหรือคุกคำมทำงเพศ

            ตำมมำตรำ ๘๓ (๘)
                            (๑) กระท�ำกำรด้วยกำรสัมผัสทำงกำยที่มีลักษณะส่อไปในทำงเพศ เช่น กำรจูบ กำรโอบกอด
            กำรจับอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง เป็นต้น

                            (๒) กระท�ำกำรด้วยวำจำที่ส่อไปในทำงเพศ เช่น วิพำกษ์วิจำรณ์ร่ำงกำย พูดหยอกล้อ พูด
            หยำบคำย เป็นต้น

                            (๓)  กระท�ำกำรด้วยอำกัปกิริยำที่ส่อไปในทำงเพศ เช่น กำรใช้สำยตำลวนลำม กำรท�ำสัญญำณ
            หรือสัญลักษณ์ใด ๆ เป็นต้น
                            (๔) กำรแสดงหรือสื่อสำรด้วยวิธีกำรใด ๆ ที่ส่อไปในทำงเพศ เช่น แสดงรูปลำมกอนำจำร

            ส่งจดหมำย ข้อควำม หรือกำรสื่อสำรรูปแบบอื่น เป็นต้น
                            (๕) กำรแสดงพฤติกรรมอื่นใดที่ส่อไปในทำงเพศ ซึ่งผู้ถูกกระท�ำไม่พึงประสงค์หรือเดือดร้อน

            ร�ำคำญ


                         จะเห็นได้ว่ำ กฎ ก.พ. ดังกล่ำวมีขอบเขตใช้กับกำรคุกคำมทำงเพศที่เกิดในบริบทของกำรรับรำชกำร
          โดยมีองค์ประกอบของกำรกระท�ำที่กว้ำง ครอบคลุมทั้งกำรคุกคำม และกำรติดต่อสื่อสำรที่ผู้รับกำรติดต่อไม่พึงประสงค์
          (Unwelcome) แต่มีข้อจ�ำกัดในแง่ผู้กระท�ำ ซึ่งตำม กฎ ก.พ. นี้มีขอบเขตใช้ได้กับเฉพำะกรณีผู้กระท�ำเป็นข้ำรำชกำร

          พลเรือนสำมัญ ไม่รวมบุคคลที่ท�ำงำนในภำครัฐที่อยู่ในสถำนะอื่น และไม่ใช่กฎหมำยที่มีผลบังคับกับภำคเอกชน นอกจำกนี้
          ยังมีขอบเขตจ�ำกัดเฉพำะ “กำรคุกคำมทำงเพศ” หรือ Sexual Harassment เท่ำนั้น ไม่ครอบคลุมกำรคุกคำมที่เกี่ยวข้อง

          กับเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติอื่น ๆ เช่น เชื้อชำติ ศำสนำ ฯลฯ ในประเด็นนี้จะได้วิเครำะห์รำยละเอียดในหัวข้อต่อไป



                                                         414
   410   411   412   413   414   415   416   417   418   419   420