Page 412 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 412
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
นำยจ้ำงควรจัดให้มีกำรอบรมส�ำหรับระดับผู้บังคับบัญชำและระดับผู้จัดกำรเพื่อให้ตระหนักถึงปัญหำ
ตลอดจนกำรป้องกันและแก้ไขกำรคุกคำมทำงเพศ
จำกผลกำรส�ำรวจของมำเลเซียพบว่ำ ในกำรส�ำรวจสถำนกำรณ์กำรคุกคำมทำงเพศ (Sexual harassment)
โดยสหภำพกำรค้ำมำเลเซีย (Malaysia Trades Union Congress) ซึ่งท�ำขึ้นเป็นครั้งแรก ในปี ค.ศ. ๑๙๘๗
ชี้ให้เห็นว่ำ ร้อยละ ๙๐ ของผู้หญิงในกลุ่มประชำกรตัวอย่ำงมีประสบกำรณ์ถูกคุกคำมทำงเพศในที่ท�ำงำน
จำกกำรส�ำรวจเจ้ำหน้ำที่ของรัฐในช่วงทศวรรษที่ ๑๙๙๐ แสดงให้เห็นว่ำ ร้อยละ ๔๓.๔ ของพนักงำนชำยและ
417
ร้อยละ ๕๓ ของพนักงำนหญิงมีประสบกำรณ์ถูกคุกคำมทำงเพศ
418
นอกจำกนี้ ผลกำรศึกษำของ Dr Mohd Nazri Ismail & Lee Kum Chee ชี้ให้เห็นว่ำ สภำพกำร
ท�ำงำนในมำเลเซียยังมีทัศนคติควำมล�ำเอียงทำงเพศต่อผู้หญิงอันส่งผลให้พนักงำนหญิงมีควำมเสี่ยงต่อกำร
ถูกคุกคำมทำงเพศ ในรูปแบบของกำรใช้วำจำ ถ้อยค�ำ กำรสื่อสำร รวมทั้งกำรกระท�ำทำงกำยภำพ เหตุกำรณ์
ดังกล่ำวเกิดขึ้นโดยไม่ค�ำนึงถึงระดับกำรศึกษำ สถำนภำพกำรสมรส หรือเชื้อชำติของพนักงำนหญิง
๔.๑๓.๔ วิเคราะห์เปรียบเทียบการคุกคามทางเพศตามกฎหมายไทยกับกฎหมายต่างประเทศ
ในบริบทของกำรจ้ำงแรงงำนนั้น กำรคุกคำมทำงเพศอำจจ�ำแนกคู่ควำมสัมพันธ์ได้ ดังนี้
กรณีแรก ระหว่ำงนำยจ้ำงหรือผู้บังคับบัญชำกับลูกจ้ำง
กรณีที่สอง ระหว่ำงลูกจ้ำงด้วยกันเอง
กรณีที่สาม ระหว่ำงลูกค้ำกับลูกจ้ำง
จะเห็นได้ว่ำ กรณีแรก เกิดขึ้นมำจำกพื้นฐำนควำมสัมพันธ์ระหว่ำงนำยจ้ำงลูกจ้ำงตำมสัญญำจ้ำง
แรงงำน ส�ำหรับในกรณีที่สองนั้น ไม่อยู่ในควำมสัมพันธ์ของสัญญำจ้ำงแรงงำนระหว่ำงนำยจ้ำงกับลูกจ้ำง แต่ยังอยู่ใน
สภำวะแวดล้อมของกำรท�ำงำน ส�ำหรับกรณีที่สำม ไม่อยู่ในควำมสัมพันธ์ของกำรจ้ำงแรงงำน กฎหมำยเกี่ยวกับแรงงำน
ไม่อำจน�ำมำปรับใช้หรือบังคับในกรณีนี้ได้ เนื่องจำกลูกค้ำมิได้มีนิติสัมพันธ์ในสัญญำจ้ำงแรงงำนที่ผูกพันเฉพำะนำยจ้ำง
และลูกจ้ำง
หำกเปรียบเทียบกับกฎหมำยอินเดียจะพบว่ำ กฎหมำยอินเดียมีกฎหมำยเฉพำะวำงหลักห้ำมกำร
คุกคำมทำงเพศในบริบทกำรจ้ำงแรงงำนไว้ โดยครอบคลุมทั้งกำรปฏิบัติอย่ำงเป็นพิเศษเกี่ยวกับกำรจ้ำงงำนของลูกจ้ำง
ไม่ว่ำโดยชัดแจ้งหรือปริยำย รวมถึงห้ำมกำรสร้ำงบรรยำกำศกำรท�ำงำนที่มีลักษณะคุกคำมหรือข่มขู่ลูกจ้ำงหญิงนั้น ซึ่งใน
กรณีนี้เทียบเคียงได้กับกำรสร้ำงสภำพแวดล้อมกำรท�ำงำนอันเป็นกำรคุกคำม (Hostile working environment) ตำม
กฎหมำยสหรัฐอเมริกำ อย่ำงไรก็ตำม ข้อจ�ำกัดของกฎหมำยอินเดียคือมีขอบเขตเฉพำะกำรคุกคำมลูกจ้ำงหญิงเท่ำนั้น
417 From “Combating Sexual Harassment: The Way Forward,” by Zarina Abdul Aziz and Cecelia Ng,
The 11 Malaysia Law Conference 8-10 November 2001, Kuala Lumpur.
th
418 From “An Empirical Investigation Of Sexual Harassment Incidents In Malaysian Workplace” by Mohd
Nazri Ismail and Lee Kum Chee, 2005,The Journal of American Academy Of Business, Cambridge 7, 1
411

