Page 413 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 413

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ





                         ส�ำหรับกฎหมำยมำเลเซีย กระทรวงทรัพยำกรมนุษย์ตระหนักถึงควำมส�ำคัญและปัญหำของกำร
          คุกคำมทำงเพศที่เกิดขึ้นในบริบทของกำรท�ำงำน ในแนวปฏิบัติได้จัดให้กำรคุกคำมที่เกิดขึ้นทั้ง ๓ กรณีดังกล่ำวเป็นกำร
          คุกคำมทำงเพศในที่ท�ำงำนด้วย แม้ว่ำแนวปฏิบัติดังกล่ำวไม่มีผลบังคับตำมกฎหมำย แต่ก็เป็นแนวทำงส�ำหรับนำยจ้ำงใน

          กำรก�ำหนดข้อบังคับในกำรท�ำงำนเกี่ยวกับกำรคุกคำมในสถำนที่ท�ำงำน อย่ำงไรก็ตำม ประเทศไทยนั้นกฎหมำยแรงงำน
          มิได้ก�ำหนดบังคับให้นำยจ้ำงต้องมีแนวปฏิบัติในกำรด�ำเนินกำรกับกำรคุกคำมในองค์กรของตน จำกกำรสัมภำษณ์พบว่ำ
          ในกิจกำรภำคเอกชนหลำยแห่งไม่มีแนวปฏิบัติในเรื่องดังกล่ำว อย่ำงไรก็ตำม ในกิจกำรภำคเอกชนบำงแห่งซึ่งเป็นบริษัท

          ข้ำมชำติ พบว่ำมีแนวนโยบำยเกี่ยวกับกำรคุกคำมทำงเพศที่ชัดเจน (Harrasment policy) โดยมีกำรก�ำหนดวิธีกำร
          ร้องเรียนส�ำหรับลูกจ้ำง ตลอดจนมีกระบวนกำรพิจำรณำทำงวินัยและกำรไกล่เกลี่ยภำยในองค์กรด้วย


                           ส�ำหรับตำมกฎหมำยไทยนั้น อำจแยกพิจำรณำตำมลักษณะของกำรคุกคำมทำงเพศในบริบท
            กำรจ้ำงแรงงำนได้ ดังนี้

                           ประเภทแรก  กำรคุกคำมทำงเพศเชิงแลกเปลี่ยน กำรคุกคำมในลักษณะนี้เป็นกำรที่บุคคล

            หนึ่งเสนอให้สิ่งตอบแทนรูปแบบใด ๆ กับอีกบุคคลหนึ่งเพื่อแลกเปลี่ยนกับกำรที่ผู้ให้จะได้รับกำรปฏิบัติอย่ำงพึง
            พอใจเป็นพิเศษในทำงเพศ (Sexual favor) ตัวอย่ำงเช่น กรณีลูกจ้ำงเป็นผู้บังคับบัญชำอำศัยอ�ำนำจหน้ำที่ของ
            ตนชักชวนลูกจ้ำงหญิงซึ่งอยู่ภำยใต้บังคับบัญชำออกไปเที่ยวเตร่ด้วยกันในเวลำกลำงคืนนอกเวลำงำน หำกลูกจ้ำง

            หญิงไม่ไปจะกลั่นแกล้งเสนอควำมเห็นไม่ให้ลูกจ้ำงหญิงผู้นั้นผ่ำนกำรทดลองงำน รวมทั้งเสนอจะมีกำรแลกเปลี่ยน
            โดยประเมินให้เลื่อนต�ำแหน่ง สนับสนุนควำมก้ำวหน้ำในงำน เพื่อแลกกับกำรมีควำมสัมพันธ์เป็นพิเศษหรือกำร
            ล่วงละเมิดทำงเพศกับลูกจ้ำงหญิงนั้น กำรกระท�ำดังกล่ำวมุ่งประสงค์เพื่อกำรล่วงเกินทำงเพศลูกจ้ำงหญิงซึ่งอยู่

            ภำย ใต้บังคับบัญชำของตน ถือเป็นกำรล่วงเกินทำงเพศ กรณีนี้อำจเทียบเคียงได้กับค�ำพิพำกษำศำลฎีกำซึ่งวินิจฉัย
            ว่ำ กำรกระท�ำของลูกจ้ำงที่เป็นผู้บังคับบัญชำ นอกจำกจะเป็นกำรประพฤติผิดศีลธรรมหรือจำรีตประเพณีอันดีงำม

            ของสังคม อันเป็นกำรฝ่ำฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับกำรท�ำงำนของนำยจ้ำงแล้ว ยังมีผลกระทบต่อกำรบริหำรงำนบุคคล
            ของนำยจ้ำง ท�ำให้พนักงำนขำดขวัญและก�ำลังใจในกำรท�ำงำน กำรฝ่ำฝืนของลูกจ้ำงถือเป็นกรณีร้ำยแรง นำยจ้ำง
            เลิกจ้ำงได้โดยไม่ต้องบอกกล่ำวล่วงหน้ำ ไม่ต้องจ่ำยค่ำชดเชยและไม่ถือว่ำเป็นกำรเลิกจ้ำงที่ไม่เป็นธรรม (ค�ำพิพำกษำ

            ฎีกำที่ ๑๓๗๒/๒๕๔๕) อย่ำงไรก็ตำม หำกกรณีที่ผู้กระท�ำนั้นไม่ใช่ลูกจ้ำงซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชำแต่เป็นนำยจ้ำงเอง
            ก็จะต้องมีกฎหมำยคุ้มครองลูกจ้ำงเป็นกำรเฉพำะ



                            ประเภทที่สอง   กำรคุกคำมทำงเพศในเชิงสภำพแวดล้อม (Hostile environment) กำรคุกคำม
            ลักษณะนี้ พนักงำนจะพบกับสภำพแวดล้อมในกำรท�ำงำนที่มีผู้กระท�ำพฤติกรรมอันเป็นกำรคุกคำม (Offensive
            Behavior) เกี่ยวกับเพศ โดยพนักงำนนั้นจ�ำต้องอดทนท�ำงำนในสภำวะแวดล้อมดังกล่ำว เพื่อที่จะท�ำงำนต่อไปได้




                         หำกพิจำรณำกำรคุกคำมทำงเพศในบริบทกำรจ้ำงแรงงำนตำมกฎหมำยไทยนั้นจะเห็นได้ว่ำ
                         ตำมพระรำชบัญญัติคุ้มครองแรงงำนเดิมก่อนกำรแก้ไขกฎหมำยคุ้มครองแรงงำน ปี ๒๕๕๑ นั้น

          มำตรำ ๑๖ บัญญัติว่ำ
                         “ห้ำมมิให้นำยจ้ำง ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้ำงำน ผู้ควบคุมงำนหรือผู้ตรวจงำน กระท�ำกำรล่วงเกินทำงเพศ
          ต่อลูกจ้ำงหญิงหรือเด็ก”






                                                        412
   408   409   410   411   412   413   414   415   416   417   418