Page 250 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 250

กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ





                          ในกรณีของประเทศอินเดียนั้น รัฐธรรมนูญอินเดีย มำตรำ ๑๕ วำงหลักควำมเท่ำเทียมกันและห้ำม
               เลือกปฏิบัติไว้ โดยก�ำหนดว่ำรัฐจะต้อง “ไม่เลือกปฏิบัติ ต่อพลเมือง...” โดยมิได้ใช้ค�ำว่ำ “เป็นธรรม” หรือ “ไม่เป็น
               ธรรม” ในกำรจ�ำแนกควำมแตกต่ำงระหว่ำงกำรปฏิบัติต่อพลเมืองแตกต่ำงกันด้วยเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ อย่ำงไรก็ตำม

               รัฐธรรมนูญก�ำหนดยกเว้นให้กำรปฏิบัติที่แตกต่ำงต่อพลเมืองบำงกรณีไม่ให้ถือว่ำเป็นกำรเลือกปฏิบัติ กล่ำวคือ กรณีที่รัฐ
               ก�ำหนดให้มีมำตรกำรพิเศษ (Special provision) ส�ำหรับเด็ก สตรี และกลุ่มผู้เสียเปรียบทำงด้ำนสังคมและกำรศึกษำ
               (มำตรำ ๑๕ (๓) - (๕)) จะเห็นได้ว่ำข้อยกเว้นนี้มีลักษณะเป็น “มำตรกำรยืนยันสิทธิเชิงบวก” (Affirmative Action)

               ดังจะได้วิเครำะห์ต่ำงหำก ซึ่งในส่วนนี้มีลักษณะคล้ำยกับรัฐธรรมนูญของไทย เช่น ฉบับปี ๒๕๕๐ ซึ่งก�ำหนดไว้ว่ำมำตรกำร
               ยืนยันสิทธิเชิงบวกจะไม่ถือว่ำเป็นกำรเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม



                          ส�ำหรับ รัฐธรรมนูญของมำเลเซีย นั้นวำงหลักควำมเท่ำเทียมกันและกำรไม่เลือกปฏิบัติไว้ในมำตรำ ๘
               และ มำตรำ ๑๒ โดยใช้ค�ำว่ำ “ห้ำมเลือกปฏิบัติ” ส�ำหรับกำรปฏิบัติแตกต่ำงกันที่ไม่ถือว่ำเป็นกำร “เลือกปฏิบัติ” นั้น

               รัฐธรรมนูญมิได้ใช้ถ้อยค�ำใดโดยเฉพำะ จะเห็นได้ว่ำมิได้มีกำรใช้ค�ำ “ไม่เป็นธรรม” มำจ�ำแนกระหว่ำงกำรเลือกปฏิบัติที่
               ต้องห้ำมตำมรัฐธรรมนูญกับกำรกระท�ำที่ไม่ถือว่ำเป็นกำรเลือกปฏิบัติ ดังเช่นตำมรัฐธรรมนูญของไทย นอกจำกนี้ พบว่ำ

               รัฐธรรมนูญมำเลเซียก�ำหนดหลักเกณฑ์หรือแนวทำงในกำรพิจำรณำจ�ำแนกกำรเลือกปฏิบัติที่ต้องห้ำมตำมกฎหมำย กับ
               กำรปฏิบัติที่แตกต่ำงกันแต่ไม่ต้องห้ำมตำมกฎหมำย โดยมำตรำ ๘ ก�ำหนดข้อยกเว้นไว้หลำยกรณี เช่น กรณีมีบทบัญญัติ
               หรือแนวปฏิบัติในกำรจ�ำกัดกำรท�ำงำนที่เกี่ยวข้องกับศำสนำ กรณีมีบทบัญญัติใด ๆ ที่คุ้มครองควำมเป็นอยู่ของชำวพื้นเมือง

               (Aboriginal People) เป็นต้น ซึ่งอำจจัดเป็นกรณี “มำตรกำรยืนยันสิทธิเชิงบวก” (Affirmative Action) ดังจะได้
               วิเครำะห์ต่ำงหำก ซึ่งในส่วนนี้มีลักษณะคล้ำยกับรัฐธรรมนูญของไทย เช่น ฉบับปี ๒๕๕๐ ซึ่งก�ำหนดไว้ว่ำมำตรกำรยืนยัน
               สิทธิเชิงบวกจะไม่ถือว่ำเป็นกำรเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม



                          ส�ำหรับกรณีของประเทศสิงคโปร์ นั้น หลักกำรเกี่ยวกับควำมเท่ำเทียมกันและกำรห้ำมเลือกปฏิบัติ
               ปรำกฏในรัฐธรรมนูญสิงคโปร์ มำตรำ ๑๒ ว่ำด้วย “กำรคุ้มครองควำมเท่ำเทียมกัน” (Equal Protection) โดยมำตรำ

               ๑๒ นี้เริ่มจำกกำรก�ำหนดคุ้มครองควำมเท่ำเทียมกัน จำกนั้นจึงวำงหลักห้ำมเลือกปฏิบัติด้วยเหตุที่ก�ำหนด อย่ำงไรก็ตำม
               กฎหมำยสิงค์โปร์มิได้จ�ำแนกควำมแตกต่ำงระหว่ำงกำรเลือกปฏิบัติที่เป็นธรรม กับกำรเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม

                                                                                                 140
                             ศำลสูงสุดได้ตีควำมมำตรำ ๑๒ ในคดี Public Prosecutor v. Taw Cheng Kong  โดยวำงเกณฑ์
               ส�ำหรับพิจำรณำว่ำกฎหมำยหรือมำตรกำรที่พิพำทนั้น เป็นกำรเลือกปฏิบัติที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มำตรำ ๑๒ หรือไม่ เกณฑ์
               ดังกล่ำวมีสองขั้น (Stages) ดังนี้

                             ขั้นแรก พิจำรณำว่ำ กฎหมำยนั้นปฏิบัติต่อบุคคลแตกต่ำงกันหรือไม่ หำกผลกำรพิจำรณำชี้ว่ำ กฎหมำย
               นั้นไม่ได้ปฏิบัติต่อบุคคลแตกต่ำงกัน กฎหมำยนั้นก็ผ่ำนเกณฑ์นี้ และไม่ถือเป็นกำรเลือกปฏิบัติ แต่หำกกฎหมำยนั้นปฏิบัติ

               ต่อบุคคลแตกต่ำงกัน ก็จะต้องพิจำรณำขั้นที่สองต่อไป
                             ขั้นที่สอง พิจำรณำว่ำ กฎหมำยที่ปฏิบัติต่อบุคคลแตกต่ำงกันนั้น อยู่บนพื้นฐำนเหตุผลกำรจ�ำแนก
               ควำมแตกต่ำงที่ชอบหรือไม่ ในกำรนี้ จะต้องแยกพิจำรณำเป็นสองกรณี คือ




                      140   From “Public Prosecutor v. Taw Cheng Kong [1998]” 2 S.L.R. (R.) 489







                                                               249
   245   246   247   248   249   250   251   252   253   254   255