Page 238 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 238
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
ตำมหลักกำรของตัวบทรัฐธรรมนูญนั้น สะท้อนหลักกำรตำมกฎหมำยสิทธิมนุษยชนระหว่ำงประเทศ เนื่องจำกวำงหลัก
ห้ำมเลือกปฏิบัติที่มีควำมสัมพันธ์กับ “เหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ เช่น ตำมมำตรำ ๓๐ ของรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐
ก�ำหนดว่ำกำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเกี่ยวข้องกับถิ่นก�ำเนิด เชื้อชำติ ภำษำ เพศ อำยุ ควำมพิกำร สภำพทำงกำย
หรือสุขภำพ สถำนะของบุคคล ฐำนะทำงเศรษฐกิจหรือสังคม ควำมเชื่อทำงศำสนำ กำรศึกษำอบรม หรือควำมคิดเห็น
ทำงกำรเมือง” แต่เมื่อพิจำรณำค�ำว่ำ “กำรเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม” ตำมตัวบทของกฎหมำยปกครองนั้น พบว่ำศำล
ปกครองได้ตีควำมในกรอบที่กว้ำงกว่ำกำรเลือกปฏิบัติบนพื้นฐำนของเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติตำมกฎหมำยสิทธิมนุษยชน
ทั้งนี้ เนื่องจำกหลักกำรของกฎหมำยปกครองดังกล่ำวมุ่งเน้นกำรแก้ไขควำมไม่ชอบด้วยกฎหมำยของหน่วยงำนทำง
ปกครองหรือเจ้ำหน้ำที่ของรัฐ ซึ่งมีขอบเขตกว้ำงกว่ำกฎหมำยสิทธิมนุษยชน
อย่ำงไรก็ตำม แม้ว่ำ “กำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม” ตำมตัวบทของรัฐธรรมนูญนั้น จะเกี่ยวข้อง
สัมพันธ์กับเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติตำมกฎหมำยสิทธิมนุษยชน แต่จำกแนวค�ำพิพำกษำศำลรัฐธรรมนูญนั้นจะเห็นได้ว่ำ
กำรกล่ำวอ้ำงว่ำมีกำรเลือกปฏิบัติเกิดขึ้นอันขัดต่อรัฐธรรมนูญมำสู่ศำลรัฐธรรมนูญนั้น มักจะอ้ำงเหตุที่กว้ำงกว่ำ “เหตุแห่ง
กำรเลือกปฏิบัติ” ตำมที่รัฐธรรมนูญก�ำหนด เช่น กำรอ้ำงว่ำมีกำรเรียกดอกเบี้ยได้แตกต่ำงกัน กำรอ้ำงว่ำเงินที่กฎหมำย
ก�ำหนดไม่ให้ต้องอยู่ในควำมรับผิดแห่งกำรบังคับคดีมีควำมแตกต่ำงกัน เป็นต้น ซึ่งควำมแตกต่ำงเหล่ำนี้มิได้เกี่ยวข้อง
กับเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ ลักษณะเช่นนี้สะท้อนถึงสภำพควำมเข้ำใจและกรอบแนวคิดของผู้ร้องหรือผู้ที่ถูกกระทบ
สิทธิ ซึ่งเข้ำใจควำมหมำยของ “กำรเลือกปฏิบัติ” อย่ำงกว้ำง ครอบคลุมสิ่งใด ๆ ที่ตนเห็นว่ำเกิดควำมแตกต่ำงและ
ไม่เท่ำเทียมกัน แม้ว่ำไม่เกี่ยวข้องกับเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติก็ตำม อย่ำงไรก็ตำม ศำลรัฐธรรมนูญได้มีกำรตีควำม
“กำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม” ให้สอดคล้องกับ “เหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ” ดังจะได้แยกวิเครำะห์ประเด็นนี้
120
ต่ำงหำก ในชั้นนี้อำจสรุปได้ว่ำ กฎหมำยไทยมีกำรใช้ค�ำว่ำ “ไม่เป็นธรรม” มำประกอบกับค�ำว่ำ “กำรเลือกปฏิบัติ”
ทั้งในส่วนของกฎหมำยปกครองและรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะได้ศึกษำเปรียบเทียบกับกฎหมำยสิทธิมนุษยชนระหว่ำงประเทศ
และกฎหมำยต่ำงประเทศในกำรใช้ถ้อยค�ำดังกล่ำวต่อไป
๔.๓.๔ วิเคราะห์หลักการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม (Unfair Discrimination) ตามกฎหมาย
ระหว่างประเทศ
เมื่อพิจำรณำหลักกฎหมำยระหว่ำงประเทศด้ำนสิทธิมนุษยชน ในส่วนของกำรก�ำหนดควำมหมำยและ
ขอบเขตของกำรเลือกปฏิบัตินั้น พบว่ำมิได้ก�ำหนดหลักกำรของ “กำรเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม” แยกจำก “กำรเลือก
ปฏิบัติที่เป็นธรรม” แต่มุ่งเน้นใช้ค�ำว่ำ กำรปฏิบัติที่แตกต่ำง (Distinction/ Differentiation of treatment) ซึ่งค�ำนี้
มีนัยที่เป็นกลำงตำมสภำพของลักษณะกำรปฏิบัติที่แตกต่ำงกันระหว่ำงบุคคลสองฝ่ำยหรือสองกลุ่ม โดยมีกำรน�ำ
ปัจจัยด้ำนเหตุผล ควำมชอบธรรม (Justification) มำประกอบเพื่อกำรจ�ำแนก เช่นเดียวกับกำรจ�ำแนกกำรเลือกปฏิบัติ
ออกเป็น กำรเลือกปฏิบัติ (ที่เป็นธรรม)” กับ “กำรเลือกปฏิบัติ” (ที่ไม่เป็นธรรม) แต่ข้อแตกต่ำงก็คือ เมื่อกำรปฏิบัติที่
แตกต่ำงนั้นมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมำยแล้ว ก็จะไม่เรียกว่ำ กำรเลือกปฏิบัติ แต่จะจัดว่ำเป็นกำรปฏิบัติแตกต่ำงกัน ซึ่ง
ไม่เข้ำหลักของกำรห้ำมเลือกปฏิบัติ อย่ำงไรก็ตำม หำกกำรปฏิบัติที่แตกต่ำงกันนั้นไม่เข้ำเหตุอันชอบด้วยกฎหมำยแล้ว
ก็จะตกอยู่ในจ�ำพวกของ “กำรเลือกปฏิบัติ” ซึ่งต้องห้ำมตำมกฎหมำย ดังจะได้พิจำรณำหลักกำรจำกตรำสำรระหว่ำง
ประเทศ ดังนี้
120 แหล่งเดิม
237

