Page 234 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 234

กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ





                                มำตรำ ๕
                                “ประชาชนชาวไทยไม่ว่าเหล่าก�านิด เพศ หรือศาสนาใด ย่อมอยู่ในความคุ้มครองแห่ง
                                รัฐธรรมนูญนี้เสมอกัน”



                                มำตรำ ๓๐
                                 “บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน

                                ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน
                                การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นก�าเนิด เชื้อชาติ

               ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจ หรือสังคม ความเชื่อทาง
               ศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญจะกระท�ามิได้
                                มาตรการที่รัฐก�าหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพได้เช่น

               เดียวกับบุคคลอื่น ย่อมไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามวรรคสาม”



                                จำกหลักกำรข้ำงต้น จะเห็นได้ว่ำ แนวคิดกำรเลือกปฏิบัติยังคงบัญญัติอยู่ในมำตรำ ๓๐ โดยน�ำ
               แนวคิดควำมเสมอภำคระหว่ำงเพศ แนวคิดกำรเลือกปฏิบัติมำจำกรัฐธรรมนูญ พุทธศักรำช ๒๕๔๐ แต่มีกำรเพิ่มเติม
               เหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติใหม่ เช่น ควำมพิกำร 118

                                นอกจำกนี้ เมื่อพิจำรณำเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ พบว่ำ กำรวำงหลักเกี่ยวกับ
               ควำมเสมอภำคและกำรเลือกปฏิบัติของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีลักษณะคล้ำยคลึงกับรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ กล่ำวคือ
               ก�ำหนดควำมเท่ำเทียมกันไว้เป็นหลัก โดยก�ำหนดกำรเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมไว้ว่ำเป็นสิ่งซึ่งขัดต่อหลักควำมเท่ำเทียม

               กันดังกล่ำว และก�ำหนดยกเว้นกำรกระท�ำบำงอย่ำงซึ่งมีลักษณะของมำตรกำรที่ปฏิบัติแตกต่ำงกันต่อบุคคล แต่เป็นไป
               เพื่อส่งเสริมให้บรรลุวัตถุประสงค์ควำมเท่ำเทียมกันว่ำไม่เป็นกำรเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม โดยนัยดังกล่ำวสะท้อนถึง
               แนวคิดกำรจ�ำแนกควำมแตกต่ำงของ “กำรปฏิบัติที่แตกต่ำงกันต่อบุคคล” (Differential treatment) ออกเป็น “กำร

               เลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม” และ “กำรกระท�ำที่ไม่เป็นกำรเลือกปฏิบัติ” ซึ่งอำจเรียกโดยพิจำรณำควำมหมำยตรงข้ำม
               กันกับกำรเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ว่ำ “กำรเลือกปฏิบัติที่เป็นธรรม” แม้ว่ำค�ำนี้จะไม่มีก�ำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญก็ตำม



                                ส�ำหรับกฎหมำยเฉพำะที่เกี่ยวข้องกับเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติบำงเหตุ ก็มีหลักกำรและรูปแบบกำร
               บัญญัติกฎหมำยเช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญ ดังจะเห็นได้จำก

                                พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. ๒๕๕๘ มำตรำ ๑๗ ซึ่งวำงหลักว่ำ
                                “การก�าหนดนโยบาย กฎ ระเบียบ ประกาศ มาตรการ โครงการ หรือวิธีปฏิบัติ ของหน่วยงานของ

               รัฐ องค์กรเอกชน หรือบุคคลใดในลักษณะที่เป็นกำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ระหว่างเพศจะกระท�ามิได้
                                การด�าเนินการตามวรรคหนึ่ง เพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพ
               ได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น หรือเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพและความปลอดภัย หรือการปฏิบัติตามหลักการทางศาสนา หรือ

               เพื่อความมั่นคงของประเทศ ย่อมไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่ำงเพศ”


                      118   คณะกรรมกำรวิสำมัญบันทึกเจตนำรมณ์ จดหมำยเหตุ และตรวจรำยงำนกำรประชุม สภำร่ำงรัฐธรรมนูญ, เจตนำรมณ์

               รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๕๕๐ ส�ำนักกรรมำธิกำร ๓ ส�ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร, หน้ำ ๒๓.



                                                               233
   229   230   231   232   233   234   235   236   237   238   239