Page 236 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 236

กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ





                     ๔.๓.๒ วิเคราะห์หลักการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม (Unfair Discrimination) ตามแนว
               ค�าพิพากษาศาลไทย: ศาลปกครอง



                             ในบริบทของกฎหมำยปกครองนั้น พบว่ำพระรำชบัญญัติจัดตั้งศำลปกครองและวิธีพิจำรณำคดีปกครอง
               พ.ศ. ๒๕๔๒ มำตรำ ๙ ได้บัญญัติ “กำรเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม” ไว้เป็นกำรเฉพำะ ดังจะเห็นได้จำกหลักของมำตรำ

               ๙ ที่ว่ำ



                             “ศำลปกครองมีอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำหรือมีค�ำสั่งในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) คดีพิพำทเกี่ยวกับกำรที่
               หน่วยงำนทำงปกครองหรือเจ้ำหน้ำที่ของรัฐกระท�ำกำรโดยไม่ชอบด้วยกฎหมำย ไม่ว่ำจะเป็นกำรออกกฎ ค�ำสั่ง หรือ
               กำรกระท�ำอื่นใดเนื่องจำกกำรกระท�ำโดยไม่มีอ�ำนำจ หรือนอกเหนืออ�ำนำจหน้ำที่ หรือไม่ถูกต้องตำมกฎหมำย หรือไม่

               ถูกต้องตำมรูปแบบขั้นตอน...หรือ มีลักษณะเป็นกำรเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม...หรือเป็นกำรใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ”


                             จำกกำรศึกษำค�ำพิพำกษำศำลปกครองที่เกี่ยวข้องกับกำรเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม พบว่ำ ในกำรฟ้องคดี

               ปกครองที่มีประเด็นเกี่ยวกับกำรเลือกปฏิบัติ ผู้ฟ้องคดีมักจะโต้แย้งว่ำกฎ หรือค�ำสั่งทำงปกครองนั้นเป็นกำรเลือกปฏิบัติ
               โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ฟ้องไม่ได้แสดงให้เห็นโดยกำรเปรียบเทียบว่ำค�ำสั่งนั้นเป็นกำรปฏิบัติที่แตกต่ำงกันระหว่ำงตนเอง
               กับบุคคลอื่นซึ่งอยู่ในสภำวะที่เหมือนกัน แต่มักเป็นกำรกล่ำวอ้ำงกำรเลือกปฏิบัติขึ้นมำพร้อมกับกำรโต้แย้งดุลพินิจ

               ของเจ้ำหน้ำที่รัฐว่ำเป็นกำรใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ เช่น ในคดีที่ผู้ฟ้องเห็นว่ำค�ำสั่งที่ให้พ้นจำกต�ำแหน่งมิชอบ เนื่องจำก
               เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมและใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบ เพรำะว่ำปกปิดรำยชื่อพยำนในชั้นกำรสอบสวนทำงวินัย ศำล

               ปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่ำ แม้คณะกรรมกำรสอบสวนจะปกปิดรำยชื่อพยำนมิให้ผู้ฟ้องคดีทรำบก็ตำม แต่ในบันทึกแจ้ง
               ข้อกล่ำวหำและสรุปพยำนหลักฐำนที่สนับสนุนข้อกล่ำวหำที่แจ้งผู้ฟ้องคดีก็มีรำยละเอียดของถ้อยค�ำพยำนดังกล่ำว
               แล้ว ปรำกฏตำมค�ำคัดค้ำนค�ำให้กำรของผู้ฟ้องคดี กรณีจึงถือได้ว่ำผู้ฟ้องคดีได้ทรำบข้อเท็จจริงอย่ำงเพียงพอ และผู้ฟ้องคดี

               ก็ได้โต้แย้งและชี้แจงแสดงพยำนหลักฐำนแล้ว กรณีจึงไม่ท�ำให้ผู้ฟ้องคดีทั้งสองเสียเปรียบ และไม่ถือเป็นกำรเลือกปฏิบัติ
               แต่อย่ำงใด (ค�ำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุดที่ อ.๙๓/๒๕๔๘) ส�ำหรับค�ำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุดที่ อ.๓๙๙/๒๕๕๑ นั้น

               ก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน กล่ำวคือ เป็นคดีปกครองที่ผู้ฟ้องคดีผ่ำนเกณฑ์ประเมิน แต่ผู้ถูกฟ้องคดีไม่ต่อสัญญำจ้ำง
               ให้แก่ผู้ฟ้องคดี โดยองค์กำรบริหำรส่วนต�ำบลผู้ถูกฟ้องคดีอ้ำงว่ำเหตุที่ไม่พิจำรณำจ้ำงผู้ฟ้องคดีต่อไปเป็นเพรำะ
               ต�ำแหน่งที่ว่ำงนี้มีแผนที่จะใช้บรรจุนำงสำว ภ. เข้ำเป็นพนักงำนส่วนต�ำบลตำมแผนอัตรำก�ำลัง ๓ ปี ศำลเห็นว่ำ กรณีของ

               นำงสำว ภ. เป็นกำรบรรจุผู้สอบแข่งขันได้เข้ำรับรำชกำรเป็นพนักงำนส่วนต�ำบล ในต�ำแหน่งเจ้ำพนักงำนกำรเงิน
               และบัญชี มิใช่บรรจุเข้ำปฏิบัติงำนในต�ำแหน่งเจ้ำหน้ำที่กำรเงินและบัญชี ซึ่งเป็นต�ำแหน่งลูกจ้ำงชั่วครำวเหมือนกับ
               ผู้ฟ้องคดี นอกจำกนี้ ศำลยังเห็นว่ำผลกำรสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมกำรสอบข้อเท็จจริง น่ำเชื่อได้ว่ำเหตุที่

               ผู้ถูกฟ้องคดีไม่จ้ำงผู้ฟ้องคดีเข้ำปฏิบัติงำนต่อเนื่องจำกผู้ถูกฟ้องคดีไม่ชอบพี่ชำยและบิดำของผู้ฟ้องคดีที่ชอบมำวุ่นวำย
               ในองค์กำรบริหำรส่วนต�ำบล และมีปัญหำขัดแย้งกับผู้บริหำรเป็นกำรส่วนตัว ดังนั้น ศำลจึงตัดสินว่ำ กำรที่ผู้ฟ้องคดี
               ผ่ำนเกณฑ์ประเมิน แต่ผู้ถูกฟ้องคดีไม่ต่อสัญญำจ้ำงให้แก่ผู้ฟ้องคดีโดยไม่มีเหตุผลอันควร จึงเป็นกำรเลือกปฏิบัติและใช้

               ดุลพินิจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมำย
                             อย่ำงไรก็ตำม จำกกำรศึกษำค�ำพิพำกษำศำลปกครองพบว่ำ “กำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม”

               ตำมแนวค�ำพิพำกษำศำลปกครองและในบริบทของกฎหมำยปกครองนี้ มีลักษณะแตกต่ำงจำก กำรเลือกปฏิบัติตำมหลัก





                                                               235
   231   232   233   234   235   236   237   238   239   240   241