Page 233 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 233

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ





          กำรก�ำหนดคุณสมบัติว่ำบุคคลใดมีสิทธิสอบเข้ำมหำวิทยำลัยหรือไม่ กำรก�ำหนดคุณสมบัติเป็นเงื่อนไขเบื้องต้น
          ก่อนที่จะมีสิทธิ คุณสมบัติไม่ใช่สิทธิในตัวเอง ถ้ำเป็นสิทธิต้องก่อให้เกิดหน้ำที่ ดังนั้น ในกำรก�ำหนดคุณสมบัติจึงมิใช่
          กำรรอนสิทธิ ดังนั้น กำรเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม (Unfair Discrimination) คือ กำรเลือกปฏิบัติที่ปรำศจำกเหตุผล

          หรือไร้เหตุผล ถ้ำเป็นเหตุผลที่คนทั่วไปยอมรับแล้วก็จะไม่เป็นกำรเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม”
                           อำจำรย์แก้วสรร อติโพธิ สมำชิกสภำร่ำงรัฐธรรมนูญได้อธิบำยมำตรำ ๓๐ วรรคสำมว่ำ กำรเลือก
          ปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ประกอบด้วย ๒ ปัจจัย คือ กำรปฏิบัติที่แตกต่ำง และลักษณะที่ไม่เป็นธรรม โดยปัจจัยส�ำคัญ

          ประกำรหนึ่ง คือ กำรที่บุคคลไม่สำมำรถก�ำหนดถิ่นก�ำเนิด เชื้อชำติ ภำษำ เพศ อำยุ และศำสนำ และบุคคลเหล่ำนั้น
          ถูกปฏิบัติที่แตกต่ำงไปเพรำะลักษณะเหล่ำนั้น เป็นกำรปฏิบัติที่ไม่ยุติธรรมและขัดต่อหลักควำมเสมอภำค แต่บำงครั้ง

          กำรปฏิบัติที่แตกต่ำงกันออกไปยังไม่ถือเป็นกำรเลือกที่รักมักที่ชัง บทบัญญัติในวรรคสำมมุ่งเน้นกับกรณีกำรเลือก
          ที่รักมักที่ชัง เช่น ในกรณีที่กองทัพไทยไม่รับผู้หญิงเป็นทหำรเรือ เพรำะมองว่ำร่ำงกำยผู้หญิงไม่เหมำะสมกับงำนของ
                                                                                                 117
          ทหำรเรือ ซึ่งถือเป็นกำรเลือกปฏิบัติ แต่ไม่เป็นกำรเลือกที่รักมักที่ชัง เพรำะมีเหตุผลเรื่องกำยภำพมำรองรับ
                           หำกพิจำรณำจำกตัวบทและล�ำดับกำรวำงหลักของรัฐธรรมนูญจะเห็นได้ว่ำ รัฐธรรมนูญมุ่งเน้นหลัก
          ควำมเสมอภำค (Equality) เป็นส�ำคัญ ซึ่งสะท้อนจำกหลักของมำตรำ ๓๐ วรรคแรก ส�ำหรับกำรเลือกปฏิบัตินั้นจัดเป็น

          สิ่งที่ขัดต่อหลักควำมเสมอภำค อย่ำงไรก็ตำม ตัวบทก็มิได้ระบุควำมหมำยของกำรเลือกปฏิบัติไว้ รวมทั้งมิได้เริ่มต้นจำก
          กำรวำงหลักห้ำม “กำรเลือกปฏิบัติ” แต่เริ่มวำงหลักเกี่ยวกับกำรเลือกปฏิบัติจำกกำรก�ำหนดห้ำม “กำรเลือกปฏิบัติที่ไม่
          เป็นธรรม” โดยอธิบำยว่ำ กำรกระท�ำอย่ำงไรจึงเป็นกำรเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมอันเป็นสิ่งต้องห้ำมตำมรัฐธรรมนูญ

          และต่อมำในวรรคท้ำยจึงเป็นกำรอธิบำยขยำยควำมเพิ่มเติมว่ำมำตรกำรของรัฐที่เข้ำเงื่อนไขบำงประกำรจะไม่ถือเป็นกำร
          เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ดังนั้น มำตรกำรยืนยันสิทธิเชิงบวก (Affirmative Action) เช่น กำรก�ำหนดให้สิทธิพิเศษ
          บำงประกำรแก่บุคคลกลุ่มเสี่ยงต่อเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ เช่น กำรให้โควตำกำรศึกษำส�ำหรับชนกลุ่มน้อย ดังนี้ไม่ถือ

          เป็น “กำรเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม” เพรำะเป็นมำตรกำรที่ส่งเสริมให้เกิดควำมเสมอภำค เนื่องจำกให้โอกำสแก่บุคคล
          กลุ่มเปรำะบำงที่มักเสียเปรียบให้มีโอกำสเท่ำเทียมกันบุคคลกลุ่มอื่น ๆ ในสังคม
                           โดยนัยนี้ กำรเลือกปฏิบัติจึงเป็นหลักที่มีควำมสัมพันธ์กับหลักควำมเท่ำเทียมกัน กล่ำวคือ กำร

          กระท�ำนั้นหำกเข้ำองค์ประกอบตำมวรรคสำมก็จะเป็นกำร “เลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม” อันขัดต่อหลักควำมเท่ำเทียมกัน
          แต่หำกกำรกระท�ำนั้นเข้ำองค์ประกอบตำมวรรคท้ำยก็จะถูกยกเว้นไม่ถือเป็น “กำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม” ซึ่งกำร

          กระท�ำลักษณะนี้อำจอธิบำยว่ำเป็น “กำรเลือกปฏิบัติที่เป็นธรรม” เพื่อเป็นกำรจ�ำแนกกำรปฏิบัติที่ไม่ขัดต่อหลักควำม
          เสมอภำคและกำรปฏิบัติที่สอดคล้องกับหลักควำมเสมอภำค แม้ว่ำรัฐธรรมนูญจะมิได้เรียกว่ำ “กำรเลือกปฏิบัติที่เป็น
          ธรรม” ก็ตำม อย่ำงไรก็ตำม มีข้อสังเกตว่ำรัฐธรรมนูญมิได้ก�ำหนดนิยำมควำมหมำยของ “กำรเลือกปฏิบัติ” (Discri-

          mination) ไว้



                        รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐
                           รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๕๕๐ มีหลักกำรเกี่ยวกับควำมเท่ำเทียมกัน และ
          กำรเลือกปฏิบัติ ดังนี้






                 117    แหล่งเดิม หน้ำ ๑๖๕-๑๖๖





                                                        232
   228   229   230   231   232   233   234   235   236   237   238