Page 231 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 231
ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ
ไม่เป็นกำรเลือกปฏิบัติโดยตรง เนื่องจำกมำตรกำรหรือนโยบำยมีลักษณะเป็นกลำง (Neutral) ใช้กับทุกคนเหมือนกัน
แต่หำกพิจำรณำตำมหลักของกำรเลือกปฏิบัติโดยอ้อมแล้ว เห็นได้ว่ำ ส่งผล (Effect) ต่อบุคคลบำงกลุ่มซึ่งเกี่ยวข้อง
กับเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ คือ “ศำสนำ” อย่ำงไรก็ตำม กรณีเครื่องแต่งกำยตำมศำสนำนี้ เป็นกรณีที่ กระทบต่อสิทธิ
มนุษยชนอีกประกำรหนึ่ง คือ “เสรีภำพในกำรแสดงออกซึ่งควำมเชื่อ ศำสนำ” ซึ่งได้รับกำรรับรองจำกกฎหมำยสิทธิ
มนุษยชนระหว่ำงประเทศเช่นกัน หำกเปรียบเทียบกับกรณีของต่ำงประเทศ ผู้ร้องถูกเลิกจ้ำงเพรำะไม่ปฏิบัติตำมกฎ
เกณฑ์ด้ำนควำมปลอดภัยในกำรท�ำงำนที่รัฐบำลแคนำดำก�ำหนดขึ้น โดยไม่ยอมสวมหมวกนิรภัยขณะปฏิบัติงำน โดย
114
ผู้ร้องต้องโพกผ้ำคลุมศีรษะ ซึ่งเป็นกำรแสดงออกถึงควำมเชื่อทำงศำสนำอันได้รับกำรคุ้มครองตำมมำตรำ ๑๘ ของ
ICCPR คณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชำชำติเห็นว่ำ กฎเกณฑ์เพื่อควำมปลอดภัยนี้ส่งผลให้เกิดกำรเลือก
ปฏิบัติในทำงพฤตินัย (Discrimination de facto) ต่อผู้นับถือศำสนำ Sikh แต่เห็นว่ำกฎเกณฑ์ดังกล่ำวมีเหตุผลอัน
สมควรและมุ่งต่อวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมำย ตำมเงื่อนไขของมำตรำ ๑๘ ดังนี้จะเห็นได้ว่ำ กำรก�ำหนดกฎเกณฑ์
นโยบำย มำตรกำรที่มีลักษณะเป็นกลำงหรือใช้บังคับกับบุคคลทุกคนเหมือนกัน แต่ส่งผลกระทบต่อควำมเชื่อทำงศำสนำ
ของบุคคลบำงกลุ่ม เป็นกำรเลือกปฏิบัติทำงอ้อม หรือที่เรียกว่ำ กำรเลือกปฏิบัติโดยพฤตินัย อย่ำงไรก็ตำม กำรกระท�ำ
ดังกล่ำวอำจไม่ขัดต่อกฎหมำยหำกมีเหตุผลอันสมควรที่ต้องน�ำมำชั่งน�้ำหนักด้วย ดังเช่นกรณีของแคนำดำดังกล่ำวนั้น
กำรสวมหมวกเกี่ยวข้องกับควำมปลอดภัย แต่หำกเป็นกรณีที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เช่น กำรแต่งกำยท�ำงำนหรือกำร
เรียนนั้นยังไม่เกี่ยวข้องกับเหตุอันมีน�้ำหนักเพียงพอ
๔.๓ วิเคราะห์หลักการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม (Unfair Discrimination)
ในควำมหมำยทั่วไป มักมีกำรพิจำรณำว่ำ กำรเลือกปฏิบัติที่เป็นธรรม คือ กำรเลือกปฏิบัติโดยมีเหตุผลที่ชอบ
ธรรมหรือเหตุอันชอบด้วยกฎหมำย ส�ำหรับกำรเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมนั้น มีลักษณะตรงกันข้ำม กล่ำวคือ ไม่มีเหตุผล
ที่ชอบธรรมรองรับ แนวคิดและควำมหมำยดังนี้จะส่งผลเป็นกำรจ�ำแนกควำมแตกต่ำงระหว่ำง “กำรเลือกปฏิบัติ (ที่เป็น
ธรรม)” ที่ไม่ต้องห้ำมและสำมำรถปฏิบัติแตกต่ำงกันได้ กับ “กำรเลือกปฏิบัติ (ที่ไม่เป็นธรรม)” อันต้องห้ำมตำมกฎหมำย
ในส่วนนี้จะได้ศึกษำวิเครำะห์ถึงกำรก�ำหนดหลักกฎหมำยเกี่ยวกับกำรเลือกปฏิบัติ โดยใช้ปัจจัยด้ำนเหตุผลของมำตรกำร
หรือกำรกระท�ำ มำท�ำกำรจ�ำแนกกำรเลือกปฏิบัติออกเป็น ๒ ประเภทดังกล่ำว
๔.๓.๑ วิเคราะห์หลักการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม (Unfair Discrimination) ตามกฎหมายไทย
ในระบบกฎหมำยไทยหำกพิจำรณำหลักกำรตำมรัฐธรรมนูญแล้วพบว่ำสะท้อนถึงกำรจ�ำแนกควำมแตก
ต่ำงระหว่ำงกำรเลือกปฏิบัติ และกำรเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ดังจะได้พิจำรณำต่อไป
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐
รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๕๔๐ บัญญัติเกี่ยวกับควำมเสมอภำค และห้ำม
เลือกปฏิบัติ ไว้ใน ๓ มำตรำ ดังนี้
114 From “Singh Bhinder v. Canada” Communication No. 208/1986
230

