Page 230 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 230

กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ





               (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒) ได้ออกประกำศกระทรวงกำรคลัง เรื่อง ก�ำหนดสถำนบริกำรฯ ท�ำให้ผู้ประกอบกิจกำรสนำมกอล์ฟ
               รวมทั้งผู้ฟ้องคดีต้องประสบปัญหำทำงด้ำนเศรษฐกิจต้องเสียภำษีเพิ่มขึ้น ผู้ฟ้องคดีจึงได้มีหนังสือถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ และ
               ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ มีหนังสือแจ้งผู้ฟ้องคดีว่ำผู้ใช้บริกำรสนำมกอล์ฟส่วนใหญ่เป็นผู้มีฐำนะทำงกำรเงินดี ควรเสียภำษีให้รัฐ

               จึงไม่สมควรยกเลิกกำรจัดเก็บภำษีสรรพสำมิตจำกสนำมกอล์ฟ ผู้ฟ้องคดีเห็นว่ำ กำรที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ไม่พิจำรณำยกเลิก
               กำรเรียกเก็บภำษีสรรพสำมิตของสนำมกอล์ฟ โดยให้เหตุผลว่ำผู้ใช้บริกำรสนำมกอล์ฟเป็นผู้มีฐำนะทำงกำรเงินดี เท่ำกับ
               เป็นกำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้สนำมกอล์ฟเพรำะเหตุฐำนะทำงเศรษฐกิจ จึงเป็นกำรขัดต่อมำตรำ ๓๐ ของ

               รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทยฯ จึงน�ำคดีมำฟ้องขอให้ศำลเพิกถอนประกำศดังกล่ำว ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัย
               ว่า “…ประกำศกระทรวงกำรคลัง เรื่อง ก�ำหนดสถำนบริกำรฯ ก�ำหนดให้สนำมกอล์ฟทุกแห่งเสมอเหมือนกันมิได้มีกำร

               เลือกปฏิบัติกับสนำมกอล์ฟรำยหนึ่งรำยใดโดยเฉพำะ และแม้ผู้ประกอบกำรสนำมกอล์ฟจะผลักภำระภำษีดังกล่ำวให้
               ผู้ใช้บริกำรสนำมกอล์ฟเป็นผู้รับภำระ ก็หำได้เป็นกำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้บริกำรสนำมกอล์ฟเพรำะเหตุ
               ฐำนะทำงเศรษฐกิจไม่ เพรำะไม่ว่ำผู้ใดจะใช้บริกำรสนำมกอล์ฟก็ต้องแบกรับภำระภำษีดังกล่ำวเหมือนกัน... ดังนั้น

               ประกำศดังกล่ำวจึงไม่มีลักษณะเป็นกำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม” จำกคดีนี้จะเห็นได้ว่ำศำลเปรียบเทียบผู้ได้รับ
               ผลกระทบจำกประกำศฯ คือผู้ประกอบกำรสนำมกอล์ฟ ซึ่งปรำกฏว่ำประกำศดังกล่ำวใช้กับผู้ประกอบกำรทุกรำย

               นอกจำกนี้ในแง่ผู้ใช้บริกำรนั้นไม่ว่ำผู้ใช้บริกำรที่มีฐำนะเศรษฐกิจอย่ำงไร หำกประสงค์ใช้บริกำรสนำมกอลฟ์แล้วก็จะ
               ตกอยู่ภำยใต้ภำระภำษีเช่นเดียวกัน จึงไม่เป็นกำรเลือกปฏิบัติ
                                     อย่ำงไรก็ตำม มีข้อน่ำพิจำรณำว่ำ หำกพิจำรณำภำยใต้หลักกำรเลือกปฏิบัติโดยอ้อม อำจ

               พิจำรณำได้ว่ำ กฎเกณฑ์นี้แม้ใช้กับผู้ประกอบกำรและผู้ใช้บริกำรสนำมกอล์ฟทุกคน แต่ส่งผลในทำงปฏิบัติให้ผู้ประสงค์
               ใช้สนำมกอล์ฟซึ่งมีรำยได้น้อย เสียเปรียบผู้ใช้สนำมกอล์ฟที่มีรำยได้มำกกว่ำหรือไม่ จะเห็นได้ว่ำมุมมองของภำครัฐ
               อยู่บนสมมุติฐำนที่ว่ำ ผู้ใช้บริกำรสนำมกอล์ฟเป็นผู้มีรำยได้สูง ดังจะเห็นได้จำกหนังสือของผู้ถูกฟ้องคดีที่ให้เหตุผลว่ำ

               “ผู้ใช้บริกำรสนำมกอล์ฟส่วนใหญ่เป็นผู้มีฐำนะทำงกำรเงินดี” สมมุติฐำนดังกล่ำวส่งผลเป็นกำรสร้ำงหลักกำรเชิงเหมำ
               รวม (Stereotype) ว่ำผู้เล่นกีฬำกอล์ฟจะต้องเป็นผู้มีฐำนะดี อันอำจมองว่ำเป็นกำรกีดกันกำรเข้ำถึงกีฬำกอล์ฟของผู้
               มีรำยได้น้อยซึ่งประสงค์จะเล่นกีฬำดังกล่ำว ดังนั้น ประกำศนี้อำจเป็นกำรเลือกปฏิบัติโดยอ้อมบนพื้นฐำนของเหตุแห่ง

               กำรเลือกปฏิบัติด้ำนฐำนะเศรษฐกิจ หำกพิจำรณำในแง่ผลกระทบที่เกิดขึ้น



                                     หำกพิจำรณำจำกค�ำร้องต่อคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ พบว่ำมีหลำยกรณีที่
               เกี่ยวข้องกับกำรเลือกปฏิบัติโดยอ้อม เช่น
                                      กำรที่บริษัทเอกชนมีนโยบำยให้ตรวจหำเชื้อเอชไอวีส�ำหรับพนักงำนที่ผ่ำนกำรสัมภำษณ์

               ก่อนเริ่มปฏิบัติงำนทุกคน บริษัทอ้ำงว่ำนโยบำยดังกล่ำวใช้บังคับกับผู้สมัครงำนทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ (ค�ำร้องที่
               ๕๔๔/๒๕๕๒ และ ๓๕/๒๕๕๗ และรำยงำนผลกำรพิจำรณำ ที่ ๓๐๘-๓๐๙/๒๕๕๘) กรณีนี้จะเห็นได้ว่ำไม่เป็นกำรเลือก

               ปฏิบัติโดยตรง เนื่องจำกมำตรกำรหรือนโยบำยมีลักษณะเป็นกลำง (Neutral) ใช้กับทุกคนเหมือนกัน แต่หำกพิจำรณำ
               ตำมหลักของกำรเลือกปฏิบัติโดยอ้อมแล้ว เห็นได้ว่ำส่งผล (Effect) ให้บุคคลบำงกลุ่มที่มีลักษณะเปรำะบำงและเกี่ยวข้อง
               กับเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ ได้รับผลกระทบและเกิดควำมไม่เท่ำเทียมกับบุคคลอื่น

                                      กรณีกฎระเบียบในกำรแต่งกำยซึ่งก�ำหนดเงื่อนไขหรือเครื่องแบบส�ำหรับทุกคนเหมือนกัน
               แต่ส่งผลให้บุคคลที่นับถือศำสนำบำงศำสนำที่ต้องแต่งกำยตำมหลักศำสนำของตนได้รับผลกระทบ (กรณีกำรแต่งกำย
               ของผู้นับถือศำสนำอิสลำมในบริบทของกำรท�ำงำน กำรศึกษำ มีกรณีดังเช่น ค�ำร้องที่ ๑๒๔/๒๕๕๔ กรณีกำรแต่งกำย

               ของผู้นับถือศำสนำอิสลำมในบริบทของกำรเข้ำรับปริญญำ มีกรณีดังเช่นค�ำร้องที่ ๕๖๗/๒๕๕๓) กรณีเหล่ำนี้จะเห็นได้ว่ำ



                                                               229
   225   226   227   228   229   230   231   232   233   234   235