Page 222 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 222
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
สิทธิในชีวิต (Right to Life) ของผู้ต้องสงสัย (มำตรำ ๒ ของ ECHR) อีกทั้งเป็นควำมผิดพลำดในกำรท�ำกำรสืบสวนอย่ำง
เพียงพอของกำรเสียชีวิต ซึ่งถือเป็นข้อบกพร่องในกำรสืบสวน และเท่ำกับว่ำเป็นกำรละเมิดมำตรำ ๒ ร่วมกับสิทธิจำก
กำรไม่ถูกเลือกปฏิบัติ เนื่องจำกรัฐมีหน้ำที่ในกำรท�ำกำรสืบสวนแรงจูงใจพิเศษที่อำจท�ำให้เกิดกำรเลือกปฏิบัติ
นอกจำก ECHR แล้ว กฎหมำยสหภำพยุโรปก็มีกำรยอมรับหลักกำรเลือกปฏิบัติโดยอ้อมเช่นกัน อำจกล่ำว
ได้ว่ำ ทั้ง ECHR และ EU law ตระหนักว่ำกำรเลือกปฏิบัติอำจจะไม่ได้เป็นผลจำกกำรปฏิบัติที่แตกต่ำงกันกับบุคคลที่
อยู่ในสถำนภำพเดียวกัน แต่กฎเกณฑ์ มำตรกำรที่พิจำรณำจำกเนื้อหำแล้วมีควำมเท่ำเทียมกัน แต่เป็นกำรก�ำหนดควำม
เท่ำเทียมกันให้กับบุคคลที่อยู่ในสถำนภำพแตกต่ำงกันด้วย จึงพิจำรณำได้ว่ำเป็นกำรเลือกปฏิบัติทำงอ้อม (Indirect
Discrimination) กล่ำวคือ แม้ว่ำกำรปฏิบัตินั้นไม่ได้เป็นกำรปฏิบัติที่แตกต่ำงกันแต่ผลกระทบของกำรปฏิบัติท�ำให้เกิด
ควำมแตกต่ำงกันขึ้น ซึ่งผู้ถูกปฏิบัติจะรู้สึกถึงควำมแตกต่ำง โดยกฎหมำยสหภำพยุโรปเกี่ยวกับควำมเท่ำเทียมกันทำง
99
เชื้อชำติ วำงหลักว่ำกำรเลือกปฏิบัติทำงอ้อม (Indirect Discrimination) จะเกิดขึ้นเมื่อมีกฎเกณฑ์ที่มีลักษณะเนื้อหำ
เป็นกลำง (Neutral Provision) ซึ่งเกณฑ์หรือกำรปฏิบัติ (Criterion or Practice) จะใช้เชื้อชำติหรือชำติพันธุ์ (Racial
100
or Ethnic Origin) ของบุคคล ซึ่งมีข้อเสียเปรียบโดยเฉพำะเมื่อเปรียบเทียบกับบุคคลอื่น โดย ECHR ได้กล่ำวถึงควำม
หมำยของกำรเลือกปฏิบัติทำงอ้อม (Indirect Discrimination) ในกำรพิจำรณำตัดสินหลำยคดีว่ำเป็นควำมแตกต่ำงใน
กำรปฏิบัติซึ่งอำจอยู่ในรูปแบบของผลกระทบจำกควำมเสียเปรียบอย่ำงไม่ได้สัดส่วน (Disproportionately Prejudicial
101
Effects) ของนโยบำยทั่วไปหรือมำตรกำรซึ่งเป็นกำรเลือกปฏิบัติเฉพำะกลุ่ม (Discriminates Against a Group)
ในบำงกรณีกฎเกณฑ์ที่พิพำทนั้นไม่ระบุกำรปฏิบัติที่แตกต่ำงด้วยเหตุแห่งเพศ แต่ผลที่เกิดขึ้นในทำง
ปฏิบัติของกฎเกณฑ์นั้นท�ำให้บุคคลบำงกลุ่มเสียเปรียบอีกกลุ่มหนึ่งด้วยเหตุแห่งเพศ เช่น คดี Hilde Schönheit v.
Stadt Frankfurt am Main ในกรณีนี้กำรค�ำนวณเงินที่จะได้รับหลังกำรเกษียณอำยุมีกำรใช้อัตรำกำรค�ำนวณที่แตกต่ำง
กันระหว่ำงลูกจ้ำงที่ท�ำงำนแบบไม่เต็มเวลำ (Part-Time Employees) และลูกจ้ำงที่ท�ำงำนแบบเต็มเวลำ (Full-Time
102
Employees) โดยอัตรำที่แตกต่ำงกันนั้นไม่ได้ขึ้นกับควำมแตกต่ำงของเวลำที่ใช้ในกำรปฏิบัติงำน ทั้งนี้ ลูกจ้ำงที่ท�ำงำน
แบบไม่เต็มเวลำ (Part-Time Employees) จะได้รับเงินหลังเกษียณน้อยกว่ำลูกจ้ำงที่ท�ำงำนแบบเต็มเวลำ (Full-Time
Employees) ซึ่งเมื่อพิจำรณำช่วงเวลำของกำรให้บริกำร (Length of Service) แล้วนั้นลูกจ้ำงที่ท�ำงำนแบบไม่เต็มเวลำ
(Part-Time Employees) ย่อมได้รับเงินน้อยกว่ำลูกจ้ำงที่ท�ำงำนแบบเต็มเวลำ (Full-Time Employees) โดยเกณฑ์
กลำงของกำรค�ำนวณเงินหลังเกษียณนี้มีผลให้ใช้กับลูกจ้ำงชั่วครำวทั้งหมด แม้ว่ำประมำณ ๘๐% ของลูกจ้ำงที่ท�ำงำน
แบบไม่เต็มเวลำ (Part-Time Employees) จะเป็นผู้หญิง แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นในทำงปฏิบัติของเกณฑ์ค�ำนวณนี้
ก็ท�ำให้เกิดควำมไม่เหมำะสมในสัดส่วนที่เป็นเชิงลบต่อผู้หญิงเมื่อเทียบกับผู้ชำย
99
Article 2 (2) (b) ของ the Racial Equality Directive
100
Similarly: Employment Equality Directive, Article 2 (2) (b); Gender Equality Directive (Recast), Article 2
(1) (b); Gender Goods and Services Directive, Article 2 (b).
101
From “D.H. and Others v. the Czech Republic” [GC] (No. 57325/00), November 13, 2007, para. 184;
“Opuz v. Turkey” (No. 33401/02), June 9, 2009, para. 183; “Zarb Adami v. Malta” (No. 17209/02), June 20, 2006,
para. 80., ECHR
102
From “Hilde Schönheit v. Stadt Frankfurt am Main and Silvia Becker v. Land Hessen”, Joined Cases
C-4/02 and C-5/02 [2003] ECR I-12575, October 23, 2003.
221

