Page 220 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 220
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
นอกจำกนี้ ในควำมเห็นทั่วไปเกี่ยวกับกำรเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศตำม ICESCR นั้น ICESCR
90
อธิบำยว่ำ “กำรเลือกปฏิบัติโดยอ้อมเกิดขึ้นเมื่อกฎหมำย นโยบำย หรือแผนงำน มิได้ปรำกฏให้เห็นถึงกำรเลือกปฏิบัติ
แต่มีผลในเชิงเลือกปฏิบัติเกิดขึ้นเมื่อน�ำกฎหมำย นโยบำย หรือแผนงำนนั้นไปท�ำให้เกิดผลในทำงปฏิบัติ เช่น กฎหมำย
ที่เป็นกลำงทำงเพศ (Gender-neutral law) ที่มีขอบเขตใช้บังคับกับทั้งหญิงและชำย แต่ส่งผลท�ำให้ผู้หญิงไม่สำมำรถ
เข้ำถึงหรือได้รับสิทธิบำงอย่ำงที่ก�ำหนดขึ้นในทำงปฏิบัติเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ชำย”
ส�ำหรับ ICCPR นั้น มีคดีที่แสดงให้เห็นถึงหลักกำรเลือกปฏิบัติโดยอ้อมที่ส�ำคัญ คือ
91
คดี Singh Bhinder v. Canada เป็นกรณีที่ผู้ร้องถูกเลิกจ้ำงเพรำะไม่ปฏิบัติตำมกฎเกณฑ์ด้ำนควำม
ปลอดภัยในกำรท�ำงำนที่รัฐบำลแคนำดำก�ำหนดขึ้นโดยไม่ยอมสวมหมวกนิรภัยขณะปฏิบัติงำน อย่ำงไรก็ตำม ผู้ร้อง
อ้ำงว่ำตำมหลักศำสนำ (Sikh religion) ต้องโพกผ้ำคลุมศีรษะ ซึ่งเป็นกำรแสดงออกถึงควำมเชื่อทำงศำสนำอันได้รับ
กำรคุ้มครองตำมมำตรำ ๑๘ ของ ICCPR นอกจำกนี้ ยังโต้แย้งว่ำกฎเกณฑ์ดังกล่ำวไม่มีเหตุผลอันสมควรและไม่มีควำม
จ�ำเป็นในกำรปกป้องควำมปลอดภัยของสำธำรณะ เพรำะควำมเสี่ยงจำกกำรไม่ปฏิบัติตำมกฎเพื่อควำมปลอดภัยดังกล่ำว
หำกมีขึ้นก็จ�ำกัดเฉพำะที่ตัวเขำเท่ำนั้น
คณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแคนำดำเห็นว่ำมีกำรละเมิดสิทธิตำมกฎหมำยสิทธิมนุษยชนแคนำดำ
เนื่องจำกปฏิเสธกำรจ้ำงงำนด้วยเหตุแห่งศำสนำ อย่ำงไรก็ตำม ศำลไม่เห็นพ้องด้วยกับค�ำวินิจฉัยของคณะกรรมกำร
สิทธิมนุษยชน โดยอ้ำงว่ำรัฐธรรมนูญแคนำดำนั้นห้ำมเฉพำะกำรเลือกปฏิบัติโดยตรงและมีเจตนำเท่ำนั้น (Direct and
intentional discrimination) ศำลสูงสุดยืนตำมค�ำตัดสินดังกล่ำว
ในกำรพิจำรณำของ HRC รัฐบำลแคนำดำอ้ำงว่ำผู้ร้องมิได้ถูกเลิกจ้ำงเพรำะศำสนำแต่เป็นเพรำะปฏิเสธ
ในกำรปฏิบัติตำมกฎหมำยซึ่งมีลักษณะเป็นกลำงโดยสภำพ (Neutral legal requirement) ซึ่งตรำขึ้นโดยมีเหตุผลที่ชอบ
ด้วยกฎหมำยและใช้บังคับกับบุคคลทุกคนโดยไม่เลือกหรือเจำะจงกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ดังนั้น จึงไม่ละเมิดต่อมำตรำ ๑๘
ของ ICCPR ในประเด็นนี้คณะกรรมกำรเห็นว่ำ ตำมมำตรำ ๑๘ และมำตรำ ๒๖ ของ ICCPR นั้น ครอบคลุมถึงมำตรกำร
ที่โดยสภำพภำยนอกแล้วมีควำมเป็นกลำง กล่ำวคือ ใช้บังคับกับบุคคลทุกคนโดยปรำศจำกกำรเลือกปฏิบัติ ส�ำหรับ
กฎเกณฑ์เพื่อควำมปลอดภัยนี้ส่งผลให้เกิดกำรเลือกปฏิบัติในทำงพฤตินัย (Discrimination de facto) ต่อผู้นับถือศำสนำ
Sikh ตำมมำตรำ ๒๖ อย่ำงไรก็ตำม HRC เห็นว่ำกฎเกณฑ์ดังกล่ำวมีเหตุผลอันสมควรและมุ่งต่อวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วย
กฎหมำย ตำมเงื่อนไขของมำตรำ ๑๘ จึงไม่เป็นกำรฝ่ำฝืน ICCPR
จำกคดีนี้จะเห็นได้ว่ำ แม้ผลสุดท้ำยกฎเกณฑ์ของแคนำดำจะไม่ฝ่ำฝืนต่อ ICCPR แต่ก็เป็นเพรำะกฎเกณฑ์
92
ดังกล่ำวมีเหตุผลอันสมควร ซึ่งเปรียบเทียบได้กับคดีอื่น ๆ เช่น คดี Althammer v. Austrial เป็นกรณีที่ผู้ร้องอ้ำงว่ำ
ถูกเลือกปฏิบัติโดยรัฐยกเลิกผลประโยชน์เกี่ยวกับที่อยู่อำศัย ซึ่งผู้ร้องเห็นว่ำท�ำให้ตนเสียเปรียบเมื่อเปรียบเทียบกับคน
ที่ยังท�ำงำนอยู่ กรณีนี้นอกจำกเหตุผลว่ำกำรเลือกปฏิบัติที่ต้องห้ำมตำม ICCPR จะต้องอยู่บนพื้นฐำนเหตุแห่งกำรเลือก
ปฏิบัติที่ก�ำหนดไว้ในมำตรำ ๒๖ แล้ว ผู้ร้องยังไม่สำมำรถแสดงให้เห็นว่ำมำตรกำรดังกล่ำวไม่สอดคล้องกับหลักเหตุผล
และควำมได้สัดส่วน ดังนั้น HRC จึงเห็นว่ำมำตรกำรดังกล่ำวมีเหตุผลสมควร จึงไม่ใช่กำรเลือกปฏิบัติ
90
From “General Comment No. 16:; The Equal Right of Men and Women to the Enjoyment of All
Economic, Social and Cultural Rights (Art. 3)” UN Committee on Economic, Social and Cultural Rights (ICESCR),
11 August 2005, E/C.12/2005/4.
91
From “Singh Bhinder v. Canada (208/86)”
92
From “Althammer v. Austria” UNHRC Comm. No. 998/2001
219

