Page 217 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 217

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ






























                      ดังนั้น จะเห็นได้ว่ำกำรพิจำรณำว่ำกำรปฏิบัติที่แตกต่ำงกัน จะเป็นกำรเลือกปฏิบัติหรือไม่นั้น ต้องน�ำ
          ปัจจัยต่ำง ๆ ในรำยละเอียดของกำรปฏิบัตินั้นมำพิจำรณำด้วย

                      นอกจำกกำรเปรียบเทียบระหว่ำงบุคคลคนหนึ่งกับบุคคลอีกคนหนึ่งที่ได้รับกำรปฏิบัติแตกต่ำงกันภำยใต้
          เงื่อนไขที่ว่ำบุคคลทั้งสอง “เหมือนกัน” แล้ว ยังพบว่ำศำลได้เปรียบเทียบข้อเท็จจริงหรือเหตุกำรณ์ที่ “เหมือนกัน” ซึ่ง

          เกี่ยวข้องกับบุคคลคนเดียวกันด้วย เช่น ศำลปกครองเปรียบเทียบกำรปฏิบัติในกำรจัดซื้อจัดจ้ำงที่ผู้ถูกฟ้องเคยปฏิบัติ
          ต่อผู้ฟ้องคดีในกำรประกวดรำคำครั้งก่อน ๆ กับครั้งที่พิพำท และเห็นว่ำ ในกำรประกวดรำคำครั้งที่พิพำทนี้ไม่ปรำกฏ
          ว่ำมีข้อเท็จจริงที่ต่ำงกัน (เป็นกรณีข้อเท็จจริงที่เหมือนกัน แต่เกิดกำรปฏิบัติแตกต่ำงกัน) จึงตัดสินว่ำผู้ถูกฟ้องคดีเลือก

          ปฏิบัติ (ค�ำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุดที่ อ.๑๕๔/๒๕๔๗)
                       ในบำงคดีที่มีประเด็นกำรก�ำหนดเงินค่ำทดแทนที่ดินแก่ผู้ถูกเวนคืนแตกต่ำงกัน ปัจจัยที่น�ำมำเปรียบเทียบ
          คือ ที่ดินที่อยู่ติดซอยส่วนบุคคลเช่นเดียวกันและมีสภำพที่ดินคล้ำยกับที่ดินของผู้ฟ้องคดี ซึ่งคณะกรรมกำรก�ำหนดค่ำ

          ทดแทนมำกกว่ำที่ดินของผู้ฟ้องคดี ศำลปกครองให้ผู้ถูกฟ้องคดีวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีใหม่ในรำคำที่เป็นธรรมใกล้
          เคียงกับที่ดินที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน (ค�ำพิพำกษำศำลปกครองกลำงที่ ๑๒๗๒/๒๕๔๕)
                      ในกรณีที่สำระส�ำคัญของเรื่องนั้น ๆ มีควำมแตกต่ำงกัน ก็อำจมีกำรปฏิบัติที่แตกต่ำงกันได้ เช่น ผู้ฟ้อง

          คดีเข้ำครอบครองที่ดินในพื้นที่เขตชลประทำนโดยไม่มีสิทธิตำมกฎหมำย กรณีจึงไม่อำจเปรียบเทียบกับบุคคลผู้มีสิทธิ
          ดังกล่ำวซึ่งกฎหมำยรับรองได้ กำรที่ได้รับกำรปฏิบัติจำกทำงรำชกำรจึงย่อมแตกต่ำงกัน กรณีจึงไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

          ดังนั้น กำรที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองไม่พิจำรณำจ่ำยค่ำทดแทนต้นไม้และบ่อน�้ำให้แก่ผู้ฟ้องคดีจึงชอบด้วยกฎหมำยแล้ว (ค�ำ
          พิพำกษำศำลปกครองสูงสุดที่ อ.๔๙๗/๒๕๕๑) ในทำงกลับกัน หำกสำระส�ำคัญของเรื่องนั้น ๆ เหมือนกัน กำรปฏิบัติ
          ที่แตกต่ำงกันจะขัดต่อหลักควำมเสมอภำคตำมรัฐธรรมนูญ เช่น สำระส�ำคัญของกรณีนี้คือ ผู้ครอบครองที่ดินทั้ง ๕๔

          รำยซึ่งถูกเวนคืนที่ดิน ดังนั้น กำรแบ่งกลุ่มบุคคลดังกล่ำวออกเป็นสองกลุ่มและวำงหลักเกณฑ์ให้ค่ำทดแทนแตกต่ำงกัน
          จึงเป็นกำรปฏิบัติต่อสำระส�ำคัญที่เหมือนกันให้เกิดควำมแตกต่ำงกัน จึงขัดกับหลักควำมเสมอภำคตำมรัฐธรรมนูญ

          แห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๕๔๐ (ค�ำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุดที่ อ.๒๒/๒๕๕๑)
                      โดยสรุปแล้วพบว่ำ แนวกำรพิจำรณำควำมเสมอภำคหรือควำมเท่ำเทียมกันก็คือ กำรปฏิบัติเหมือนกัน
          ต่อสิ่งที่มีสำระส�ำคัญเช่นเดียวกัน และกำรปฏิบัติที่แตกต่ำงกันต่อสิ่งที่มีสำระส�ำคัญแตกต่ำงกัน ดังนั้น หำกมีกำรปฏิบัติ

          ต่ำงกันต่อสิ่งที่มีสำระส�ำคัญเช่นเดียวกัน หรือกำรปฏิบัติเหมือนกันต่อสิ่งที่มีสำระส�ำคัญแตกต่ำงกัน ก็จัดว่ำเป็นกำรเลือก
          ปฏิบัติและขัดต่อหลักควำมเท่ำเทียมกัน กำรพิจำรณำเช่นนี้สอดคล้องกับหลักกำรเลือกปฏิบัติโดยตรง




                                                        216
   212   213   214   215   216   217   218   219   220   221   222