Page 221 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 221
ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ
แต่โดยหลักแล้ว ในคดี Singh Bhinder v. Canada นั้น HRC เห็นไปในทิศทำงเดียวกับคณะกรรมกำร
สิทธิมนุษยชนแคนำดำ และเห็นด้วยกับข้ออ้ำงของผู้ร้องที่ว่ำมำตรกำรดังกล่ำวแม้ว่ำใช้บังคับกับทุกคน แต่ส่งผลกระทบ
ต่อบุคคลบำงกลุ่มด้วยเหตุแห่งกำรแสดงออกซึ่งควำมเชื่อทำงศำสนำผ่ำนกำรสวมผ้ำคลุมศีรษะ มำตรกำรดังกล่ำวจึงถือได้
ว่ำเป็นกำรเลือกปฏิบัติทำงอ้อมหรือที่ HRC เรียกว่ำกำรเลือกปฏิบัติโดยพฤตินัย ดังนั้น อำจกล่ำวได้ว่ำกำรเลือกปฏิบัติโดย
อ้อมได้รับกำรตีควำมว่ำอยู่ในขอบเขตของหลักกำรห้ำมเลือกปฏิบัติตำมสนธิสัญญำระหว่ำงประเทศเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน
๔.๒.๒ การเลือกปฏิบัติโดยอ้อมในบริบทของสนธิสัญญาสิทธิมนุษยชนของยุโรป
ในบริบทของสนธิสัญญำสิทธิมนุษยชนยุโรป (ECHR) นั้น กำรพิจำรณำของ ECHR ในคดี Abdulaziz
93
Cabales and Balkandali v. The United Kingdom ชี้ให้เห็นว่ำ ECHR ไม่ครอบคลุมกำรเลือกปฏิบัติโดยอ้อม เพรำะ
ตัดสินว่ำผู้ร้องไม่สำมำรถแสดงให้เห็นว่ำกฎกำรเข้ำเมืองซึ่งส่งผล (Effect) ให้เกิดกำรจ�ำกัดกำรเข้ำเมืองของบุคคลจำก
94
บำงภูมิภำคนั้นเป็นกำรเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเชื้อชำติ ส�ำหรับคดี Hugh Jordan v. The United Kingdom นั้น
ECHR ตัดสินว่ำกำรเลือกปฏิบัติโดยอ้อมอยู่ในขอบเขตของ ECHR โดยอธิบำยว่ำ “เมื่อนโยบำยหรือมำตรกำรที่มีเนื้อหำ
เป็นกำรทั่วไป แต่ส่งผลกระทบอย่ำงไม่ได้สัดส่วนต่อบุคคลบำงกลุ่ม นโยบำยหรือมำตรกำรนั้นอำจเป็นกำรเลือกปฏิบัติ
ได้แม้ว่ำไม่มุ่งเจำะจงต่อบุคคลกลุ่มนั้นก็ตำม” ในคดีนี้ผู้ร้องอ้ำงข้อเท็จจริงว่ำคนส่วนใหญ่ที่ถูกฆ่ำโดยกองก�ำลังของสห
รำชอำณำจักรนั้นเป็นสมำชิกของกลุ่มศำสนำ แสดงว่ำเป็นกำรเลือกปฏิบัติโดยใช้ก�ำลังและขำดกำรเข้ำถึงกำรเยียวยำ
95
ทำงกฎหมำยส�ำหรับคนบำงกลุ่มในสังคม ในคดี Zarb Adami v. Malta วำงหลักส�ำคัญว่ำ กำรเลือกปฏิบัติที่ขัดต่อ
สนธิสัญญำสิทธิมนุษยชนยุโรปนั้นไม่จ�ำต้องเกิดจำกตัวมำตรกำรหรือตัวกฎหมำยเท่ำนั้น แต่ยังอำจเกิดจำกสถำนกำรณ์
ตำมควำมเป็นจริงหรือโดยพฤตินัย (De Facto) ดังนั้น เมื่อกฎหมำยที่เกี่ยวข้องไม่ได้จ�ำแนกควำมแตกต่ำงด้วยเหตุแห่ง
เพศ แต่ข้อมูลสถิติพิสูจน์ว่ำเกิดควำมได้เปรียบเสียเปรียบเพรำะเหตุแห่งเพศ (ลูกขุนที่เป็นชำยมีจ�ำนวนมำกกว่ำหญิง)
จึงเป็นกำรปฏิบัติที่แตกต่ำงกันระหว่ำงชำยและหญิงซึ่งขัดแย้งกับมำตรำ ๑๔ และมำตรำ ๔ (๓) (d)
กำรด�ำเนินคดีเกี่ยวกับกำรเลือกปฏิบัติตำมกฎหมำยสหภำพยุโรปที่มีประเด็นเกี่ยวกับกำรกระท�ำของ
96
เจ้ำหน้ำที่รัฐอันกระทบต่อสิทธิพลเมือง เช่น สิทธิในชีวิต ของกลุ่มเชื้อชำติบำงกลุ่ม ในหลำยคดี ผู้ร้องไม่สำมำรถ
97
พิสูจน์ได้ว่ำกำรกระท�ำที่กล่ำวอ้ำงนั้นมีเจตนำโดยตรงในกำรเลือกปฏิบัติ (Intent to Directly Discrimination) อย่ำงไร
ก็ตำม ในคดี Nachova and Others v. Bulgaria มีกำรวำงแนววินิจฉัยว่ำหำกมีข้อเท็จจริงแสดงถึงมูลเหตุจูงใจของ
กำรเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเชื้อชำติแล้ว ภำระพิสูจน์จะตกแก่รัฐที่จะต้องแสดงให้เห็นว่ำกำรกระท�ำนั้นไม่มีแรงจูงใจ
หรือมูลเหตุที่เกี่ยวกับเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ ข้อเท็จจริงคดีนี้เกี่ยวข้องกับชำยชำวโรมำ (Roma) สองคนซึ่งถูกยิง
98
เสียชีวิตขณะต่อสู้กับกองก�ำลังต�ำรวจในกำรใช้ก�ำลังเข้ำจับกุม โดยในระหว่ำงเหตุกำรณ์ เจ้ำหน้ำที่ซึ่งเป็นคนวิสำมัญ
ผู้ต้องหำได้ท�ำกำรตะโกนออกมำว่ำ “แกเป็นพวกยิปซีชั่วร้ำย (You Damn Gypsies)” ทั้งนี้ ECHR พบว่ำรัฐได้ละเมิด
93 From “Abdulaziz, Cabales, and Balkandali v. UK” Application Nos. 9214/80; 9473/81; 9474/81
94 From “Hugh Jordan v. United Kingdom” Application No. 24746/94
95 From “Zarb Adami v. Malta” 44 EHRR 3, IHRL 3192 (ECHR 2006)
96 Right to life ในมำตรำ 2 ประกอบกับมำตรำ 14 ของ ECHR
97 From “Anguelova v. Bulgaria” และ “Velikova v. Bulgaria”
98 FFrom “Nachova and Others v. Bulgaria [GC]” Nos. 43577/98 and 43579/98) July 6, 2005. ECHR
220

