Page 214 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 214
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
นอกจำกนี้ ค�ำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุดที่ ฟ.๑๘/๒๕๔๗ ก็ได้วำงหลักไว้ว่ำ
“มำตรำ ๓๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย บัญญัติให้บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมำยและได้
รับควำมคุ้มครองตำมกฎหมำยเท่ำเทียมกัน ชำยและหญิงมีสิทธิเท่ำเทียมกัน กำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล
เพรำะเหตุแห่งควำมแตกต่ำงในเรื่องถิ่นก�ำเนิด เชื้อชำติ ภำษำ เพศ อำยุ สภำพทำงกำยหรือสุขภำพ สถำนะทำงบุคคล
ฐำนะทำงเศรษฐกิจหรือสังคม ควำมเชื่อทำงศำสนำ กำรศึกษำอบรม หรือควำมคิดเห็นทำงกำรเมืองอันขัดต่อบทบัญญัติ
แห่งรัฐธรรมนูญ จะกระท�ำมิได้ ซึ่งเป็นกำรวำงหลักกำรให้รัฐปฏิบัติต่อบุคคลบนพื้นฐำนควำมเสมอภำคเท่ำเทียมกัน
ทั้งนี้ โดยไม่ออกหลักเกณฑ์ให้มีผลปฏิบัติที่แตกต่ำงกันต่อบุคคลที่เหมือนกันในสำระส�ำคัญอย่ำงเดียวกัน หรือไม่ออก
หลักเกณฑ์ให้มีผลปฏิบัติอย่ำงเดียวกันต่อบุคคลที่แตกต่ำงกันในสำระส�ำคัญ”
ศำลปกครองยังได้อธิบำยหลักควำมเสมอภำคตำมรัฐธรรมนูญไว้ ในค�ำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุดที่
อ.๒๒/๒๕๕๑ มีใจควำมส�ำคัญว่ำ “หลักควำมเสมอภำคตำมรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๕๔๐ มี
หลักว่ำจะต้องปฏิบัติต่อสิ่งที่มีสำระส�ำคัญเหมือนกันอย่ำงเท่ำเทียมกัน และจะต้องปฏิบัติต่อสิ่งที่มีสำระส�ำคัญที่แตกต่ำง
กันให้แตกต่ำงกันไป
ดังนั้น จะเห็นได้ว่ำแนวกำรพิจำรณำควำมเสมอภำคหรือควำมเท่ำเทียมกันก็คือ กำรปฏิบัติเหมือนกันต่อ
สิ่งที่มีสำระส�ำคัญเช่นเดียวกัน และกำรปฏิบัติที่แตกต่ำงกันต่อสิ่งที่มีสำระส�ำคัญแตกต่ำงกัน ดังนั้น กำรเลือกปฏิบัติจะ
เกิดขึ้นเมื่อมีกำรปฏิบัติต่ำงกันต่อสิ่งที่มีสำระส�ำคัญเหมือนกัน หรือกำรปฏิบัติเหมือนกันต่อสิ่งที่มีสำระส�ำคัญต่ำงกัน ด้วย
เหตุนี้ในกำรพิจำรณำคดีจึงต้องมีกำรเปรียบเทียบระหว่ำงสำระส�ำคัญที่พิพำทนั้นว่ำ “เหมือนกัน” หรือไม่
ศำลปกครองมีแนววินิจฉัยโดยใช้วิธีกำรเปรียบเทียบผู้ฟ้องคดีที่อ้ำงว่ำถูกเลือกปฏิบัติกับบุคคลอื่นที่อยู่ใน
สภำพหรือเงื่อนไข “เหมือนกัน” เช่น ผู้ฟ้องคดีอ้ำงว่ำค�ำสั่งทำงปกครองของผู้ถูกฟ้องคดีที่ไม่พิจำรณำเลื่อนยศให้กับตน
เป็นกำรเลือกปฏิบัติ โดยอ้ำงว่ำกฎเกณฑ์ที่ก�ำหนดสิทธิประโยชน์จำกกำรออกจำกรำชกำร ส่งผลให้เกิดควำมแตกต่ำง
กันระหว่ำงผู้ฟ้องคดีกับบุคคลอื่นที่อยู่ในสถำนะเดียวกัน อย่ำงไรก็ตำม ศำลปกครองเห็นว่ำ แม้ผลสุดท้ำยจะเกิดควำม
แตกต่ำงกันระหว่ำงผู้ฟ้องคดีกับบุคคลอื่น แต่เมื่อเปรียบเทียบแล้วจะพบว่ำ ผู้ฟ้องคดีกับบุคคลอื่นนั้น ไม่อยู่ในสถำนะ
เดียวกันหรือไม่อำจเปรียบเทียบกันได้ ทั้งนี้ เนื่องจำกเป็นกำรออกจำกรำชกำรด้วยสำเหตุคนละอย่ำง ด้วยอำศัยหลัก
กฎหมำยคนละมำตรำกัน ดังนั้น จึงไม่เป็นกำรเลือกปฏิบัติ เพรำะมิใช่เป็นกำรปฏิบัติที่แตกต่ำงกันระหว่ำงบุคคลที่เหมือน
กัน (ค�ำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุดที่ อ.๑๘๕/๒๕๔๙) ดังนั้น จะเห็นได้ว่ำกรณีนี้เกิดควำมแตกต่ำงกัน (Distinction) แต่
มิใช่เป็นกำรเลือกปฏิบัติ (Discrimination)
แม้ว่ำกฎเกณฑ์ที่พิพำทจะส่งผลให้เกิดกำรปฏิบัติที่แตกต่ำงกันระหว่ำงข้ำรำชกำรในต�ำแหน่งที่มีชื่อเรียก
หรือสังกัดที่แตกต่ำงกัน แต่เมื่อพิจำรณำสถำนะของบุคคลที่น�ำมำเปรียบเทียบแล้ว อำจเป็นกรณีที่ถือได้ว่ำมีลักษณะ
85
“เหมือนกัน” ตัวอย่ำงเช่น คดีที่ศำลปกครองเปรียบเทียบกำรปฏิบัติที่แตกต่ำงกันระหว่ำง
๑. ผู้ด�ำรงต�ำแหน่งรองผู้อ�ำนวยกำรสถำนศึกษำ ผู้ด�ำรงต�ำแหน่งผู้อ�ำนวยกำรสถำนศึกษำ ผู้ด�ำรงต�ำแหน่ง
ครูและครูผู้ช่วย รวมทั้งผู้ด�ำรงต�ำแหน่งในหน่วยงำนสนับสนุน เช่น เจ้ำหน้ำที่บริหำรงำนทั่วไป นักวิชำกำรพัสดุ
เจ้ำหน้ำที่บันทึกข้อมูล เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งและมีสิทธิเข้ำรับกำรเลือกตั้งเป็นอนุกรรมกำรผู้แทนข้ำรำชกำรครู และ
บุคลำกรทำงกำรศึกษำในเขตพื้นที่กำรศึกษำ ด้วยคุณสมบัติด้ำนต�ำแหน่ง
85 ค�ำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุดที่ ฟ.๑๗/๑๕๕๑
213

