Page 213 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 213

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ





                 ๔.๑.๕ การเลือกปฏิบัติโดยตรงตามกฎหมายต่างประเทศ
                      นอกจำกระดับของกฎหมำยระหว่ำงประเทศดังกล่ำวมำแล้ว ส�ำหรับกฎหมำยต่ำงประเทศที่มีกำรระบุถึง

          กำรห้ำมเลือกปฏิบัติโดยตรงไว้อย่ำงชัดเจน เช่น
                      กฎหมำยห้ำมเลือกปฏิบัติของประเทศฟินแลนด์ (Non-Discrimination Act (1325/2014) วำงหลักว่ำ
          “กำรเลือกปฏิบัติโดยตรง (Direct Discrimination) เกิดขึ้นเมื่อบุคคลได้รับกำรปฏิบัติในลักษณะอันเป็นที่พึงพอใจน้อย

                                                                                                        83
          กว่ำบุคคลอื่นซึ่งได้รับกำรปฏิบัติหรือจะได้รับกำรปฏิบัติในสถำนกำรณ์ที่เปรียบเทียบกันได้ (Comparable Situation)”
                      ส�ำหรับกฎหมำยประเทศสวีเดน ก็ได้ก�ำหนดกำรเลือกปฏิบัติโดยตรงไว้ กล่ำวคือ “กำรที่บุคคลเกิดควำม

          เสียเปรียบจำกกำรถูกปฏิบัติอันเป็นที่พึงพอใจน้อยกว่ำบุคคลอื่นซึ่งได้รับกำรปฏิบัติในสถำนกำรณ์ที่เปรียบเทียบกันได้
          ทั้งนี้ หำกกำรเสียเปรียบนั้นเกี่ยวข้องกับเหตุแห่งเพศ อัตลักษณ์ หรือกำรแสดงออกของคนข้ำมเพศ เชื้อชำติ ศำสนำ
                                                  84
          หรือควำมเชื่อ ควำมพิกำร รสนิยมทำงเพศ อำยุ”
                      ในกรณีของประเทศแอฟริกำใต้นั้น รัฐธรรมนูญระบุถึงกำรเลือกปฏิบัติโดยตรงและโดยอ้อมไว้อย่ำงชัดเจน
          แต่มิได้ก�ำหนดนิยำมส�ำหรับกำรเลือกปฏิบัติทั้งสองกรณีไว้ ดังจะได้ชี้ให้เห็นในหัวข้อต่อไป อย่ำงไรก็ตำม กฎหมำยบำง
          ประเทศอำจไม่ระบุถึงกำรเลือกปฏิบัติโดยตรงไว้อย่ำงชัดเจน เช่นตำมกฎหมำยประเทศแคนำดำนั้น รัฐธรรมนูญมิได้

          ก�ำหนดจ�ำแนกกำรเลือกปฏิบัติโดยตรงกับโดยอ้อมไว้ แต่ศำลสูงสุดแคนำดำได้เคยวำงหลักจ�ำแนกระหว่ำงกำรเลือก
          ปฏิบัติว่ำอำจเกิดขึ้นโดยตรงหรือโดยอ้อมดังจะได้กล่ำวถึงต่อไป



               ๔.๑.๖ การเลือกปฏิบัติโดยตรงตามกฎหมายไทย
                      รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทยมิได้จ�ำแนกควำมแตกต่ำงระหว่ำงกำรเลือกปฏิบัติโดยตรงกับกำร

          เลือกปฏิบัติโดยอ้อม ส�ำหรับกฎหมำยเฉพำะฉบับต่ำง ๆ ที่เกี่ยวข้องก็มิได้ก�ำหนดไว้ชัดเจนถึงกำรเลือกปฏิบัติโดยตรง
          กับกำรเลือกปฏิบัติโดยอ้อม ดังนั้น จึงอำจกล่ำวได้ว่ำตำมกฎหมำยไทยไม่ได้มีกำรก�ำหนดนิยำมหรือค�ำอธิบำยของกำร
          เลือกปฏิบัติโดยจ�ำแนกประเภทกำรเลือกปฏิบัติดังเช่นที่ปรำกฏในกำรตีควำมกฎหมำยสิทธิมนุษยชนระหว่ำงประเทศ

          และกฎหมำยต่ำงประเทศบำงประเทศดังที่ได้กล่ำวมำแล้ว ส�ำหรับกำรเลือกปฏิบัติโดยตรงตำมแนวค�ำพิพำกษำอำจ
          พิจำรณำได้ดังต่อไปนี้

                      หลักกำรเลือกปฏิบัติปรำกฏจำกค�ำพิพำกษำศำลปกครอง ดังจะเห็นได้จำกกำรวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับหลัก
          ควำมเสมอภำคหรือควำมเท่ำเทียมกันตำมรัฐธรรมนูญ คดีซึ่งมีประเด็นว่ำกฎเกณฑ์ที่รัฐออกมำนั้นเป็นกำรเลือกปฏิบัติ
          หรือไม่ ศำลปกครองอธิบำยถึงกำรเลือกปฏิบัติไว้ในค�ำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุด ที่ ฟ.๘ – ฟ.๑๐/๒๕๔๖ โดยอำจ

          แยกเป็นสองกรณี คือ


                         ออกหลักเกณฑ์ให้มีผลปฏิบัติที่ไม่เสมอภำคแก่บุคคลที่เหมือนกันในสำระส�ำคัญอย่ำงเดียวกัน กรณีนี้

          จัดว่ำเป็นกำรเลือกปฏิบัติ
                         ออกหลักเกณฑ์ให้มีผลปฏิบัติต่อบุคคลแตกต่ำงกันในสำระส�ำคัญที่แตกต่ำงกันออกไปตำมลักษณะ
          เฉพำะของแต่ละบุคคล กรณีนี้จัดว่ำเป็นกำรปฏิบัติที่แตกต่ำงกันต่อสิ่งที่มีสำระส�ำคัญแตกต่ำงกันจึงไม่เป็นกำรเลือกปฏิบัติ




                 83
                    มำตรำ 10, Non-Discrimination Act
                 84
                    มำตรำ 4, Discrimination Act




                                                        212
   208   209   210   211   212   213   214   215   216   217   218