Page 211 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 211

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ





          ด้วยเหตุที่ไม่พูดภำษำ Gaelic จึงฟ้องว่ำกำรปฏิเสธนี้เป็นกำรเลือกปฏิบัติและขัดต่อหลักกำรเคลื่อนย้ำยแรงงำน อย่ำงไร
          ก็ตำม ศำลตัดสินว่ำ กำรปฏิบัติดังกล่ำวสมเหตุผล เนื่องจำกพิจำรณำระหว่ำงวัตถุประสงค์ (กำรส่งเสริมภำษำประจ�ำ
          ชำติ) และวิธีกำรส�ำหรับน�ำไปสู่เป้ำหมำยนั้น (กำรรับครูที่สำมำรถพูดภำษำประจ�ำชำติได้) แล้วเห็นว่ำได้สัดส่วนและไม่

          เป็นกำรเลือกปฏิบัติต่อประชำชนสัญชำติอื่นในยุโรป
                      มำตรำ ๑๕๗ ของ TFEU กล่ำวไว้อย่ำงชัดเจนว่ำประเทศสมำชิกต้องน�ำหลักกำรจ่ำยค่ำตอบแทนกำร
                                                         76
          ท�ำงำนที่เท่ำเทียมกันระหว่ำงเพศชำยและหญิงมำใช้บังคับ  (Equal Pay for Male and Female) ดังนั้น จะเห็นได้
          ว่ำ กำรจ่ำยค่ำตอบแทนต่ำงกันด้วยเหตุแห่งเพศ เป็นกำรปฏิบัติที่แตกต่ำงกันด้วยเหตุแห่งเพศและเป็นกำรเลือกปฏิบัติ
                      นอกจำกนี้ มำตรำ ๒ ของ Equal Treatment Directive วำงหลักว่ำ กำรปฏิบัติที่เท่ำเทียมกันหมำยถึง

                                                                                                       77
          กำรไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศทั้งโดยตรงและโดยอ้อม โดยเฉพำะอย่ำงยิ่ง สถำนะทำงครอบครัวและกำรสมรส
                      จำกกฎหมำยของสหภำพยุโรปดังกล่ำวข้ำงต้นนั้น จะเห็นได้ว่ำ มีกำรวำงหลักห้ำมกำรปฏิบัติอันเป็นกำร
          ปฏิบัติที่แตกต่ำงกันระหว่ำงบุคคลโดยมีบุคคลกลุ่มหนึ่งได้รับกำรปฏิบัติที่ด้อยกว่ำหรือถูกจ�ำกัดสิทธิ โดยบุคคลทั้งสอง

          กลุ่มนั้นอยู่ในสถำนกำรณ์ที่เปรียบเทียบกันได้ กฎหมำยดังกล่ำวจึงมุ่งเน้นกำรห้ำมเลือกปฏิบัติโดยตรง อย่ำงไรก็ตำม
          กฎหมำยบำงฉบับมีขอบเขตครอบคลุมกำรห้ำมเลือกปฏิบัติโดยอ้อมด้วย



               ๔.๑.๓ การเลือกปฏิบัติโดยตรงในบริบทของสนธิสัญญาสิทธิมนุษยชนแอฟริกัน
                      หลักกำรห้ำมเลือกปฏิบัติปรำกฏอยู่ในมำตรำ ๒ ของ AfCHPR ที่มีหลักว่ำ บุคคลทุกคนมีสิทธิและเสรีภำพ

          ตำมที่ได้รับรองไว้ในสนธิสัญญำนี้โดยปรำศจำกกำรเลือกปฏิบัติด้วยเหตุใด ๆ เช่น เชื้อชำติ กลุ่มชำติพันธุ์ สีผิว เพศ ภำษำ
          ศำสนำ ควำมเห็นทำงกำรเมืองหรือควำมเห็นอื่นใด สัญชำติ ถิ่นก�ำเนิด ตัวอย่ำงเช่น คดี Association Mauritanienne
          des Droits de l’ Homme v. Mauritania กำรกักขัง ทรมำน ฆ่ำ และกำรบังคับขู่เข็ญชำว Mauritania ผิวสีโดยรัฐบำล

          นั้นเป็นกำรปฏิบัติที่แตกต่ำงด้วยเหตุแห่งสีผิว อันเป็นกำรเลือกปฏิบัติที่ไม่สำมำรถยอมรับได้และฝ่ำฝืนมำตรำ ๒ ของสนธิ
          สัญญำนี้ ส�ำหรับคดี OMCT and others เป็นประเด็นกำรปฏิเสธสิทธิของบุคคลเกี่ยวกับสัญชำติด้วยเหตุที่บุคคลนั้น
          จัดอยู่ในกลุ่มชำติพันธุ์ จึงเป็นกำรฝ่ำฝืนมำตรำ ๒ หรือในคดีเกี่ยวกับกำรกีดกันสิทธิของบุคคลบำงกลุ่มในกำรมีส่วนร่วม

          กระบวนกำรประชำธิปไตย เป็นกำรฝ่ำฝืนหลักกำรห้ำมเลือกปฏิบัติ จะเห็นได้ว่ำหลักกำรห้ำมเลือกปฏิบัติตำม AfCHPR
          ไม่ได้มีกำรแบ่งแยกระหว่ำงกำรเลือกปฏิบัติโดยตรงและโดยอ้อม แต่จำกคดีต่ำง ๆ ชี้ให้เห็นถึงกำรปรับใช้หลักกำรห้ำม

          เลือกปฏิบัติกับกฎเกณฑ์หรือกำรกระท�ำของรัฐบำลที่โดยเนื้อหำและหลักกำรแล้วเป็นกำรปฏิบัติที่แตกต่ำงกันระหว่ำง
          บุคคลด้วยเหตุเชื้อชำติ ชำติพันธุ์ แหล่งก�ำเนิด จึงมีลักษณะเป็นกำรเลือกปฏิบัติโดยตรง







                 76    Each Member State shall ensure that the principle of equal pay for male and female workers for

          equal work or work of equal value is applied.
                 77    Council Directive 76/207/EEC of 9 February 1976 on the implementation of the principle of equal
          treatment for men and women as regards access to employment, vocational training and promotion, and working
          conditions: 1. For the purposes of the following provisions, the principle of equal treatment shall mean that there
          shall be no discrimination whatsover on grounds of sex either directly or indirectly by reference in particular to

          marital or family status.




                                                        210
   206   207   208   209   210   211   212   213   214   215   216