Page 208 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 208

กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ





                     ๔.๑.๑ การเลือกปฏิบัติโดยตรงในบริบทของอนุสัญญาสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ
                            กลไกตำมสนธิสัญญำสิทธิมนุษยชนของสหประชำชำติมีแนวทำงพิจำรณำหลักกำรเลือกปฏิบัติโดยตรงไป

               ในทิศทำงใกล้เคียงกัน ดังจะเห็นได้จำกควำมเห็นทั่วไปของ HRC (Human Rights Committee, General Comment
                                     67
               18, Non-Discrimination)  ได้มีกำรอธิบำยกำรเลือกปฏิบัติไว้ ว่ำ กำรเลือกปฏิบัติตำมมำตรำ ๒ และมำตรำ ๒๖ ของ
               ICCPR นั้นหมำยถึง “กำรเลือกปฏิบัติที่ใช้ใน ICCPR นั้น ควรเข้ำใจว่ำมีนัยถึงควำมแตกต่ำงใด ๆ กำรกีดกัน กำรจ�ำกัด

               หรือกำรปฏิบัติเป็นพิเศษ ซึ่งอยู่บนพื้นฐำนของเชื้อชำติ สีผิว เพศ ภำษำ ศำสนำ ควำมเห็นทำงกำรเมือง ชำติหรือสังคม
               ดั้งเดิม ทรัพย์สิน สถำนะอื่นใด และมีวัตถุประสงค์หรือผลกระทบ (Purpose or effect) ในเชิงอุปสรรคหรือเป็นกำรลด

               ทอนกำรใช้สิทธิและเสรีภำพทั้งหลำยของบุคคลนั้นบนพื้นฐำนของควำมเท่ำเทียมกัน”
                            จะเห็นได้ว่ำแม้ควำมเห็นทั่วไปนี้มิได้กล่ำวโดยชัดเจนถึงกำรเลือกปฏิบัติโดยอ้อม (Indirect Discrimi-
               nation) แต่จำกที่อธิบำยว่ำ “…มีวัตถุประสงค์หรือผลกระทบ (Purpose or Effect)” นั้นแสดงอยู่ว่ำ กำรเลือกปฏิบัติ

               ตำมกำรควำมเห็นทั่วไปนี้ หมำยรวมถึงกำรเลือกปฏิบัติโดยตรงและกำรเลือกปฏิบัติโดยอ้อม (Direct and Indirect
               Discrimination) เนื่องจำกกำรเลือกปฏิบัติโดยตรงจะมุ่งเน้นที่วัตถุประสงค์ (Purpose) ในขณะที่กำรเลือกปฏิบัติทำง
               อ้อมจะพิจำรณำที่ผลกระทบ (Effect) กล่ำวคือ แม้โดยรูปแบบของกำรปฏิบัติหรือกฎเกณฑ์นั้นจะมีลักษณะเป็นกลำง

               โดยปฏิบัติต่อบุคคลเท่ำเทียมกัน แต่ในเชิงของผลกระทบแล้ว กำรปฏิบัติหรือกฎเกณฑ์ดังกล่ำวส่งผลให้บุคคลบำงกลุ่ม
               เสียเปรียบหรือถูกกีดกัน




                                ตัวอย่ำงคดีที่ตัดสินตำมหลักของ ICCPR เช่น

                                                 68
                          Lovelace v. Canada  ซึ่งเป็นกรณีของกฎหมำยแคนำดำ (Canadian Indian Act) วำงหลักว่ำ
                    หญิงอินเดียนที่สมรสกับคนที่มิใช่อินเดียนจะเสียสถำนะควำมเป็นอินเดียน ในขณะที่ชำยอินเดียนไม่สูญเสีย

                    สถำนะนั้นแม้ว่ำจะสมรสกับหญิงที่ไม่ใช่อินเดียน ดังนี้เป็นกำรเลือกปฏิบัติโดยตรงด้วยเหตุแห่งเพศ
                                                      69
                          Brooks v. the Netherland   ในคดีนี้ HRC ตัดสินว่ำควำมแตกต่ำงกันที่อำศัยเหตุแห่งเพศตำม
                    กฎหมำยประกันสังคมนั้นไม่มีเหตุผลที่สมควรและขัดต่อมำตรำ ๒๖ ซึ่งห้ำมกำรเลือกปฏิบัติ
                                               70
                          Avellanal v. Peru  คดีนี้ HRC ตัดสินในประเด็นเกี่ยวกับกฎหมำยเปรูที่ห้ำมหญิงซึ่งสมรสแล้ว
                    ท�ำกำรฟ้องคดีเกี่ยวกับสินสมรสว่ำเป็นกำรฝ่ำฝืนมำตรำ ๒๖ ซึ่งห้ำมกำรเลือกปฏิบัติ
                          Aumeeruddy-Cziffra v. Mauritius ส�ำหรับคดีนี้ HRC ตัดสินว่ำกฎหมำยมอริเชียสเกี่ยวกับกำร

                    เข้ำเมืองซึ่งจ�ำกัดสิทธิในกำรอยู่อำศัยของสำมีต่ำงชำติของหญิงมอริเชียส แต่ไม่จ�ำกัดสิทธิของหญิงต่ำงชำติซึ่ง
                    เป็นภริยำของชำยมอริเชียสนั้นเป็นกำรเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ






                      67   From  “CCPR  General  Comment  No.  18:  Non-discrimination”  UN  Human  Rights  Committee  (HRC),
               November 10, 1989
                      68    From “Sandra Lovelace v. Canada” Communication No. 24/1977: Canada 30/07/81, UN Doc. CCPR/

               C/13/D/24/1977)
                      69    From “Brooks v. The Netherlands” (UN Doc CCPR/C/29/D/172/1984)
                      70    From “Ato del Avellanal v. Peru” (Communication No. 202/1986)





                                                               207
   203   204   205   206   207   208   209   210   211   212   213