Page 200 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 200
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
ข้อ ๒.๓.๔ และข้อ ๒.๓.๕ ของประกาศส�านักงานตรวจคนเข้าเมืองฯ จึงไม่ขัดกับหลักเกณฑ์ตามข้อ ๒ (๒) ของประกาศ
กระทรวงมหาดไทยฯ และการให้ความเห็นชอบให้คนต่างด้าวเข้ามามีถิ่นที่อยู่เพื่อการลงทุนเป็นกรณีพิเศษเป็นอ�านาจของ
ผู้ถูกฟ้องคดี ตามข้อ ๒ (๔) ของประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ซึ่งศาลปกครองมีอ�านาจควบคุมตรวจสอบการใช้ดุลพินิจ
ในกรณีดังกล่าวของผู้ถูกฟ้องคดีให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ฟ้องคดีมีคุณสมบัติ
ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาต รวมทั้งคณะกรรมการตรวจพิจารณาคนเข้าเมืองได้มีมติอนุญาตให้ผู้ฟ้อง
คดีมีถิ่นที่อยู่เพื่อการลงทุนเป็นกรณีพิเศษตามค�าขอแล้วและตั้งแต่มีการเริ่มโครงการดึงนักลงทุนเป็นกรณีพิเศษในวันที่
๑ กรกฎาคม ๒๕๔๐ จนถึงปัจจุบันผู้ถูกฟ้องคดีได้ใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวและมีความเห็นชอบให้คนต่างด้าวที่ขออนุญาต
เข้ามามีถิ่นที่อยู่เพื่อการลงทุนเป็นกรณีพิเศษโดยมีหลักฐานการลงทุนด้วยการฝากเงินประจ�ากับธนาคารภายในประเทศ
เช่นเดียวกับผู้ฟ้องคดีจ�านวนทั้งสิ้น ๔๐๔ คน ประกอบกับหลักเกณฑ์ตามข้อ ๒.๓.๔ และข้อ ๒.๓.๕ ของประกาศส�านักงาน
ตรวจคนเข้าเมืองไม่ขัดกับหลักเกณฑ์ ตามข้อ ๒ (๒) ของประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีมีค�าสั่ง
ไม่เห็นชอบตามค�าขอของผู้ฟ้องคดีจึงเป็นค�าสั่งที่เนื่องมาจากการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบด้วยเจตนารมณ์ของกฎหมายและ
มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม
๒๗) กรณีฟ้องขอให้เพิกถอนค�าสั่งของนายกองค์การบริหารส่วนต�าบล ช. ที่สั่งให้รื้อถอนอาคาร (ค�า
พิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๑๓/๒๕๔๙)
ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้เช่าที่ดินบริเวณหาดเลพัง อ�าเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต กับบริษัท ล. และได้ท�าการ
ก่อสร้างอาคารลงบนที่ดินที่ได้เช่าดังกล่าว ต่อมา นายกองค์การบริหารส่วนต�าบล ช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑) ได้มีค�าสั่งให้
ผู้ฟ้องคดีระงับการก่อสร้างอาคารไว้ก่อนจนกว่าจะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ผู้ฟ้องคดีจึงได้มีหนังสือยื่น
ค�าขอรับใบอนุญาตก่อสร้างอาคารต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ พิจารณาแล้วจึงได้มีหนังสือ ลงวันที่ ๒๓
พฤศจิกายน ๒๕๔๔ แจ้งว่าที่ดินบริเวณดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินจึงไม่สามารถออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารให้
ได้และมีค�าสั่งให้ผู้ฟ้องคดีรื้อถอนอาคารภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าค�าสั่งดังกล่าว
ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากผู้ฟ้องคดีมีสิทธิครอบครองที่ดินดังกล่าวโดยชอบด้วยกฎหมายตามสัญญาเช่าที่ดิน อีกทั้ง
การกระท�าของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ยังเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมเพราะในบริเวณใกล้เคียงยังมีบุคคลอื่นด�าเนินการ
ก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ฟ้องคดีจึงยื่นอุทธรณ์ค�าสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ในเขตองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒) ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ วินิจฉัยอุทธรณ์โดยเห็นว่าค�าสั่งของผู้ถูกฟ้องคดี
ที่ ๑ ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ผู้ฟ้องคดีจึงน�าคดีมาฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนค�าสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ที่ปฏิเสธไม่ออกใบ
อนุญาตก่อสร้างอาคารและค�าสั่งที่ให้รื้อถอนอาคารของผู้ฟ้องคดี
ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ผู้ฟ้องคดียื่นค�าขอรับใบอนุญาตก่อสร้างอาคารโดยเพียงแต่แนบ
เอกสารสัญญาเช่าที่ดินระหว่างผู้ฟ้องคดี กับบริษัท ล. โดยสัญญาเช่าที่ดินดังกล่าวมิได้ระบุว่าผู้ให้เช่าเป็นเจ้าของที่ดินที่
มีเอกสารสิทธิตามแบบ ข. ๑ ตามมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ประกอบข้อ ๑ (๑) ของ
กฎกระทรวงฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ เมื่อผู้ฟ้องคดีไม่
แนบเอกสารตามแบบ ข. ๑ ตามกฎหมายดังกล่าวผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ จึงชอบที่จะไม่ออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารให้แก่
ผู้ฟ้องคดีได้ ค�าสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ที่ปฏิเสธไม่ออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารให้แก่ผู้ฟ้องคดีจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว
199

