Page 205 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 205
ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ
๓๓) กรณีผู้ไม่ผ่านการคัดเลือกเข้าเป็นนักศึกษาแพทย์อ้างว่าถูกเลือกปฏิบัติ (คดีหมายเลขแดงที่
อ ๙๗๒/๒๕๕๖ คดีหมายเลขด�าที่ อ ๖๗๓/๒๕๕๒)
กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ด�าเนินการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในวิทยาลัย
แพทยศาสตร์ทั้ง ๑๒ สถาบันในปีการศึกษา ๒๕๕๐ ในระบบรับตรง ผู้ฟ้องคดีสมัครสอบคัดเลือกและผ่านการสอบ
ข้อเขียนของวิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย ร. ซึ่งผู้ฟ้องคดีไปสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย แต่จากการ
ประกาศผลการคัดเลือกไม่ปรากฏมีชื่อผู้ฟ้องคดี
ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาประเด็นการที่คณะกรรมการสอบสัมภาษณ์มีมติไม่รับผู้ฟ้องคดี
เข้าศึกษา เห็นว่ากรรมการทุกคนไม่เคยมีเหตุโกรธเคืองกับผู้ฟ้องคดีมาก่อน จึงไม่มีมูลเหตุจูงใจที่จะกลั่นแกล้งไม่รับ
ผู้ฟ้องคดีเข้าศึกษาในวิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย ร. ส�าหรับหลักเกณฑ์การประเมินผลการสอบสัมภาษณ์
นั้น ปรากฏตามเอกสารการสัมภาษณ์ว่า มีการก�าหนดลักษณะที่ไม่พึงประสงค์ เช่น “Overt Homosexuality” การ
แต่งตัว กิริยามารยาทไม่เหมาะสม การควบคุมอารมณ์ไม่เหมาะสม ความไม่รับผิดชอบ ขาดมนุษยสัมพันธ์ ขาดความ
ใฝ่รู้ กรรมการจ�านวน ๗ คน ให้เหตุผลเกี่ยวกับบุคลิกภาพของผู้ฟ้องคดีสอดคล้องกันว่าบุคลิกภาพของผู้ฟ้องคดี
ไม่เหมาะสม ปฏิกิริยาในการตอบค�าถามไม่ดี มีความกังวลมาก พูดจาสับสน สภาพจิตใจไม่มั่นคง
จากข้อเท็จจริงในการพิจารณา ศาลปกครองรับฟังได้ว่าการตอบค�าถามตลอดจนกิริยาอาการ
ของผู้ฟ้องคดีในการสอบสัมภาษณ์เป็นเหตุให้กรรมการทั้ง ๙ คนมีมติไม่รับผู้ฟ้องคดีเข้าศึกษา ดังนั้น การใช้ดุลพินิจ
ของคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์ในการลงมติดังกล่าวจึงเป็นการพิจารณาที่มีเหตุผลเหมาะสมและชอบด้วยกฎหมาย
แล้ว นอกจากนี้ การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาวิชาแพทยศาสตร์ย่อมต้องคัดเลือกจากผู้มีความรู้ความสามารถ สภาพกาย
และสภาพจิตใจเหมาะสมที่จะประกอบวิชาชีพแพทย์ คณะกรรมการสอบสัมภาษณ์ย่อมสามารถใช้ดุลพินิจโดยพิจารณา
จากบุคลิกลักษณะและสภาวะทางอารมณ์ของผู้เข้าสอบสัมภาษณ์ได้ อีกทั้งคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์ก็มิได้พิจารณา
ไม่รับผู้ฟ้องคดีเพราะเหตุด้านบุคลิกภาพแต่ประการเดียว แต่ยังปรากฏความไม่เหมาะสมด้านอื่นอีกหลายประการที่เป็น
เหตุผลในการไม่รับผู้ฟ้องคดีเข้าศึกษา การพิจารณาของคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์จึงไม่ใช่การกระท�าที่ต้องห้ามตาม
มาตรา ๓๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐
204

