Page 201 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 201

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ



                            ดังนั้น เมื่อผู้ฟ้องคดีก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นและเป็นกรณีที่
          ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้เนื่องจากผู้ฟ้องคดีไม่สามารถแสดงเอกสารสิทธิในที่ดินที่ใช้ก่อสร้างตามที่

          กฎหมายก�าหนดได้ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ จึงมีอ�านาจสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารรื้อถอนอาคารนั้นได้ตามมาตรา
          ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ส่วนในกรณีที่ผู้ฟ้องคดีอ้างว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เลือกปฏิบัติต่อผู้ฟ้อง
          คดีนั้น การที่จะถือได้ว่าเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต้องเป็นกรณีที่ผู้ถูกปฏิบัติมีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วไม่

          ได้รับสิทธินั้น เพราะการเลือกปฏิบัติหาใช่เป็นกรณีที่ไม่มีสิทธิตามกฎหมายแล้วอ้างว่ามีบุคคลอื่นฝ่าฝืนกฎหมายด้วยกัน
          ยังไม่ถูกด�าเนินการเป็นการเลือกปฏิบัติไม่เป็นธรรม ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ไม่อนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีก่อสร้างอาคาร

          ตามค�าขอและมีค�าสั่งให้รื้อถอนอาคารเป็นการกระท�าที่ชอบด้วยกฎหมาย



                       ๒๘) การที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐก�าหนดหลักเกณฑ์ในการจ่ายค่าทดแทนความ
          เสียหายเป็นพิเศษส�าหรับที่ดินที่ถูกเวนคืนแก่ที่ดินที่อยู่ในสภาพและที่ตั้งคล้ายคลึงกันให้แตกต่างกันเป็นการขัดกับ

          หลักความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญ (ค�าพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๒๒/๒๕๕๑)
                            ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ครอบครองที่ดินตามหลักฐาน ส.ค.๑ ซึ่งอยู่ในเขตพระราชกฤษฎีกาก�าหนดเขต
          หวงห้ามที่ดินส�าหรับไว้ใช้ในราชการทหาร ต่อมา ได้มีประกาศให้เวนคืนที่ดินบริเวณดังกล่าวซึ่งบริเวณที่ที่จะเวนคืนมี

          ผู้ฟ้องคดีและราษฎรครอบครองท�าประโยชน์ รวม ๕๔ ราย โดยราษฎรทั้ง ๕๔ รายมีเพียงหลักฐานการแจ้งการครอบ
          ครองที่ดิน (ส.ค.๑) และได้แจ้งการครอบครองก่อนมีพระราชกฤษฎีกาประกาศเป็นที่ดินที่ใช้ประโยชน์ในทางราชการทหาร
          และสามารถออกเอกสารสิทธิในที่ดินซึ่งในการพิจารณาก�าหนดค่าทดแทนความเสียหายพิเศษให้แก่ราษฎรดังกล่าว ราษฎร

          ทั้ง ๕๔ รายไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร.) เนื่องจาก
          เห็นว่าล่าช้า ต่อมา ได้มีการแบ่งราษฎรที่ครอบครองที่ดินบริเวณที่ที่จะเวนคืนออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่ร่วม
          เรียกร้องกับสมัชชาคนจน จ�านวน ๓๘ ราย ส่วนกลุ่มที่สองเป็นกลุ่มที่ไม่ได้ร่วมเรียกร้องกับสมัชชาคนจนและยินยอม

          ให้ด�าเนินการก่อสร้างทางหลวงได้ก่อนจ�านวน ๑๖ ราย ซึ่งผู้ฟ้องคดีอยู่ในกลุ่มดังกล่าวและได้มีการพิจารณาก�าหนด
          ค่าทดแทนให้แก่ราษฎรทั้งสองกลุ่ม ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าการก�าหนดค่าทดแทนไม่ชอบเนื่องจากที่ดินของผู้ฟ้องคดีซึ่งตั้งอยู่

          ติดต่อกับที่ดินของผู้ที่อยู่ในกลุ่มแรกแต่ที่ดินแปลงดังกล่าวกลับได้รับค่าทดแทนในอัตราที่สูงกว่า ผู้ฟ้องคดีจึงน�าคดีมา
          ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาหรือมีค�าสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีจ่ายเงินค่าทดแทนความเสียหายพิเศษในที่ดินที่ถูกเวนคืนในราคา
          เท่ากับที่ดินแปลงดังกล่าว



                            ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง อธิบดีกรม

          ทางหลวง ผู้ถูกฟ้องคดี ได้ก�าหนดหลักเกณฑ์ในการจ่ายค่าทดแทนความเสียหายพิเศษที่ดินที่ถูกเวนคืนให้แก่ผู้ครอบครอง
          ที่ดินรวม ๕๔ ราย โดยแบ่งเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มที่หนึ่งจ�านวน ๓๘ ราย ที่ร่วมเรียกร้องกับสมัชชาคนจน ส่วนกลุ่มที่สอง
          จ�านวน ๑๖ ราย รวมทั้งผู้ฟ้องคดีที่ไม่ได้ร่วมเรียกร้องกับสมัชชาคนจนเพื่อให้ได้รับเงินค่าทดแทนตามความเหมาะสมของ

          สภาพที่ดินที่ถูกเวนคืนหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นหลักเกณฑ์ที่ขัดกับหลักความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร
          ไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ อันมีหลักว่าจะต้องปฏิบัติต่อสิ่งที่มีสาระส�าคัญเหมือนกันอย่างเท่าเทียมกันและจะต้องปฏิบัติ
          ต่อสิ่งที่มีสาระส�าคัญที่แตกต่างกันให้แตกต่างกันไป ส�าหรับกรณีนี้สาระส�าคัญที่เหมือนกันคือผู้ครอบครองที่ดินทั้ง ๕๔

          ราย ที่ถูกเวนคืนที่ดินซึ่งได้โต้แย้งกรรมสิทธิ์และยังไม่ได้มีการพิสูจน์สิทธิตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการแก้ไขปัญหา
          การบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร.) การที่ผู้ถูกฟ้องคดีแบ่งเกณฑ์การก�าหนดค่าทดแทนเป็นสองกลุ่มเป็นการปฏิบัติต่อสิ่งที่มี
          สาระส�าคัญเหมือนกันให้แตกต่างกันซึ่งขัดกับหลักความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช

          ๒๕๔๐ จึงมิชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นธรรม


                                                        200
   196   197   198   199   200   201   202   203   204   205   206