Page 199 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 199

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ





          เพิ่มขึ้นเป็นตารางวาละ ๑๐,๐๐๐ บาท จึงน�าคดีมาฟ้องขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ วินิจฉัยค่าทดแทนที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดี
          เพิ่มขึ้นเป็นตารางวาละ ๑๐,๐๐๐ บาท



                         ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า สภาพที่ดินของผู้ฟ้องคดีเป็นที่ดินแปลงเล็กใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย
          การคมนาคมสะดวกเนื่องจากอยู่ติดทางสาธารณประโยชน์ซึ่งเชื่อมต่อกับถนนคอนกรีตขนาดกว้าง ๓.๘ เมตร อีกทั้งที่ดิน
          แปลงข้างเคียงของผู้ฟ้องคดีมีสภาพที่ดินเหมือนกับที่ดินของผู้ฟ้องคดีซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่๑ ได้พิจารณาก�าหนดค่าทดแทน

          เพิ่มขึ้นให้เป็นตารางวาละ ๑๐,๐๐๐ บาท ดังนั้น ค�าวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ที่ยืนตามคณะกรรมการก�าหนด
          ราคาเบื้องต้นจึงมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมแก่ผู้ฟ้องคดี เนื่องจากไม่มีเหตุผลอันสมควรและเพียงพอที่

          ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ จะพิจารณาก�าหนดราคาค่าทดแทนที่ดินระหว่างที่ดินของผู้ฟ้องคดีกับที่ดินแปลงข้างเคียงที่มีลักษณะ
          และสภาพคล้ายคลึงกับที่ดินของผู้ฟ้องคดีให้แตกต่างกันแต่อย่างใด






                       ๒๖) กรณีฟ้องว่าค�าสั่งที่ไม่อนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรเพื่อการลงทุนเป็นกรณีพิเศษเป็น

          ไปโดยมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติ (ค�าพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๒๕/๒๕๔๗)
                            ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นค�าขอมีถิ่นที่อยู่เพื่อการลงทุนเป็นกรณีพิเศษตามประกาศกระทรวงมหาดไทยและ

          ประกาศส�านักงานตรวจคนเข้าเมือง เรื่อง ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการยื่นค�าขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรเพื่อการลงทุน
          เป็นกรณีพิเศษลงวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๔๐ โดยคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมืองได้มีมติอนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีมี
          ถิ่นที่อยู่เพื่อการลงทุนเป็นกรณีพิเศษตามค�าขอแล้ว แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (ผู้ถูกฟ้องคดี) ออกค�าสั่ง

          ไม่เห็นชอบให้ผู้ฟ้องคดีเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรเพื่อการลงทุนเป็นกรณีพิเศษเนื่องจากการลงทุนของผู้ฟ้องคดี
          ไม่เป็นไปตามข้อ ๒ (๒) ของประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ และผู้ฟ้องคดีมีคุณสมบัติต้องห้ามตามมาตรา ๑๒ แห่งพระ
          ราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าการออกค�าสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงน�าคดีมาฟ้องขอให้

          เพิกถอนค�าสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ไม่เห็นชอบให้ผู้ฟ้องคดีเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร


                            ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ตามหลักเกณฑ์ประกาศส�านักงานตรวจคนเข้าเมืองฯ ข้อ ๒.๓.๔

          ก�าหนดให้ถือว่าการฝากเงินประจ�ากับธนาคารภายในประเทศเป็นการลงทุนและข้อ ๒.๓.๕ ได้ก�าหนดเงื่อนไขในการ
          รับรองการลงทุนโดยการซื้อพันธบัตรและการฝากเงินประจ�ากับธนาคารภายในประเทศให้คนต่างด้าวผู้ขออนุญาตโดย

          แสดงหนังสือรับรองการลงทุนจากส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจหรือธนาคารแล้วแต่กรณี ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็น
          หลักเกณฑ์ที่ก�าหนดรายละเอียดการพิจารณาอนุญาตที่คณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมืองออกโดยอาศัยอ�านาจตาม
          ข้อ ๒ วรรคสองของประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ และสอดคล้องกับเจตนารมณ์ในการออกประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ

          เนื่องจากการจ�ากัดจ�านวนคนต่างด้าวไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันที่จะรับรองคนต่างด้าวที่เข้ามาลงทุนเพื่อ
          ประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ จึงเห็นสมควรก�าหนดให้คนต่างด้าวที่ประสงค์จะเข้ามาลงทุนในราชอาณาจักร

          มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ดังนั้น การน�าเงินมาลงทุนตามประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ มิได้เป็นไปตาม
          หลักเกณฑ์ปกติแต่มุ่งประสงค์ให้มีการน�าเงินเข้ามาในประเทศและน�าเงินนั้นเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ การน�า
          เงินมาฝากประจ�ากับธนาคารภายในประเทศถือเป็นการลงทุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกรณีนี้ที่สามารถออกหนังสือ

          รับรองการลงทุนโดยการฝากเงินประจ�ากับธนาคารภายในประเทศได้ก็คือธนาคารที่รับฝากเงิน ดังนั้น หลักเกณฑ์ตาม




                                                         198
   194   195   196   197   198   199   200   201   202   203   204