Page 203 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 203

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ





                            ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓

          ได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีและผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตทางหลวงซึ่งที่ดังกล่าวเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภท
          อสังหาริมทรัพย์ส�าหรับพลเมืองใช้หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ของพลเมืองใช้ร่วมกันและไม่เป็นที่ราชพัสดุโดยไม่ได้รับ
          อนุญาตให้รื้อถอนหรือท�าลายบ้านพักอาศัยซึ่งมีอ�านาจสั่งให้ผู้ฝ่าฝืนรื้อถอนหรือท�าลายสิ่งปลูกสร้างที่ก่อสร้างในเขต

          ทางหลวงโดยไม่ได้รับอนุญาตได้ภายในเวลาอันสมควร ตามมาตรา ๔๗ วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.
          ๒๕๓๕ ดังนั้น ค�าสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ที่สั่งให้ผู้ฟ้องคดีและผู้ที่อาศัยในเขตทางหลวงดังกล่าวรื้อถอนหรือท�าลาย

          บ้านพักอาศัยออกจากทางหลวงภายในเวลา ๗ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือจึงเป็นค�าสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งในการ
          ขับไล่ราษฎรที่อยู่อาศัยรุกล�้าในบริเวณเขตทางหลวงโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นกรมทางหลวงได้ด�าเนินการผลักดันผู้รุกล�้า
          ในเขตทางหลวงสายต่าง ๆ มาโดยตลอดจนกระทั่งถูกฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดและศาลปกครอง ดังนั้น กรณีจึงไม่ใช่การ

          เลือกปฏิบัติต่อผู้ฟ้องคดีแต่อย่างใด และการที่บุคคลใดจะอ้างหลักแห่งความเสมอภาคเพื่อเรียกร้องให้ปฏิบัติต่อตนเป็น
          อย่างเดียวกันนั้นย่อมท�าได้เฉพาะเพื่อเรียกร้องให้ปฏิบัติในสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ผู้ที่กระท�าการโดยไม่ชอบด้วย
          กฎหมายจึงไม่อาจอ้างในท�านองที่ว่าถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อตนได้






                       ๓๑) กรณีฟ้องขอให้เพิกถอนกฎกระทรวงฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๔๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติ

          ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ (ค�าพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ ฟ.๕-ฟ.๑๓/๒๕๕๑)
                           ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ประกอบกิจการให้บริการคอมพิวเตอร์ออนไลน์ซึ่งได้จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์
          ประเภทบริการให้บริการคอมพิวเตอร์เพื่อใช้อินเทอร์เน็ตแก่นักเรียนนักศึกษาและบุคคลทั่วไป ฟ้องว่าการที่รัฐมนตรี

          ว่าการกระทรวงมหาดไทย (ผู้ถูกฟ้องคดี) ออกกฎกระทรวงฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๔๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
          ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ ก�าหนดให้ฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk) ที่บันทึกหรือถ่ายทอดเกมการเล่น

          ทุกชนิดเป็นเทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยใช้บังคับกับร้านเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์แต่ไม่ใช้บังคับกับฮาร์ดดิสก์ซึ่งติดตั้งไว้
          กับคอมพิวเตอร์ของผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์อื่น ๆ เช่น ร้านถ่ายรูปที่ใช้คอมพิวเตอร์และมีฮาร์ดดิสก์ไว้
          บริการลูกค้าด้วยหรือกับฮาร์ดดิสก์ทั่วไปซึ่งติดตั้งไว้กับคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในบ้านพักอาศัยและสถานที่ราชการ มีลักษณะ

          เป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมเนื่องจากผู้ฟ้องคดีไม่อาจให้เช่าหรือแลกเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ที่บันทึกหรือถ่ายทอดเกม
          การเล่นทุกชนิดเว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมกิจการและวัสดุ
          โทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ กรณีจึงเป็นการกระท�าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายท�าให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย ขอให้ศาล

          เพิกถอนกฎกระทรวงฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๔๙)ฯ


                           ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า เมื่อพิจารณาจากสาระส�าคัญและเจตนารมณ์ในบทบัญญัติของ

          กฎกระทรวงฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๔๙)ฯ เป็นการใช้อ�านาจในการก�าหนดให้วัสดุใดเป็นเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ตาม
          บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ โดยมีเจตนารมณ์ที่จะควบคุมการให้

          บริการเกมคอมพิวเตอร์ ซึ่งเกมคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชนโดย
          ไม่อยู่นอกเหนือจากขอบเขตแห่งความมุ่งหมายอันเป็นสาระส�าคัญเพื่อควบคุมการด�าเนินการเกี่ยวกับภาพและเสียงที่









                                                        202
   198   199   200   201   202   203   204   205   206   207   208