Page 204 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 204
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
ได้มีการบันทึกถ่ายทอดตามเจตนารมณ์ของมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง (๒) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุ
โทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ อีกทั้งกฎกระทรวงฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๔๙)ฯ มีเจตนารมณ์ควบคุมการให้บริการเกมคอมพิวเตอร์
ตามร้านให้บริการคอมพิวเตอร์ ซึ่งเกมคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน
อันส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน ดังนั้น จึงจ�าเป็นต้องมีการควบคุมและตรวจสอบและต้องได้รับอนุญาตจากนาย
ทะเบียนตามมาตรา ๖ และมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ ด้วย แต่กรณี
ของร้านถ่ายรูปหรือคอมพิวเตอร์อื่น ๆ หรือการเล่นเกมออนไลน์ในบ้านพักอาศัยหรือสถานที่ราชการมิได้มีคอมพิวเตอร์
หรือฮาร์ดดิสก์ที่บันทึกหรือถ่ายทอดเกมการเล่นทุกชนิดไว้ให้บริการแก่ลูกค้าแต่อย่างใด เป็นเพียงใช้ตัดต่อและตกแต่ง
ภาพให้แก่ลูกค้าเท่านั้น ส�าหรับการเล่นเกมในบ้านหรือสถานที่ราชการเป็นเพียงการเล่นเกมเพื่อบันเทิงในที่พักอาศัยหรือ
เป็นการใช้เพื่อการด�าเนินงานของส่วนราชการเท่านั้นจึงไม่อยู่ภายใต้บังคับของกฎกระทรวงฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๔๙)ฯ
ซึ่งฮาร์ดดิสก์ของร้านถ่ายรูปหรือร้านค้าอื่น ๆ หรือของบุคคลทั่วไปหรือของส่วนราชการจึงไม่อยู่ภายใต้บทนิยามของ
ค�าว่าเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ตามกฎกระทรวงดังกล่าว ดังนั้น จึงถือได้ว่าการที่ผู้ถูกฟ้องคดีออกกฎกระทรวงฉบับที่ ๑๒
(พ.ศ. ๒๕๔๙)ฯ มาใช้บังคับโดยอาศัยอ�านาจตามมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง (๒) และมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติควบคุม
กิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ จึงเป็นการใช้อ�านาจตามที่กฎหมายได้ให้อ�านาจไว้โดยชอบธรรมและไม่ขัด
ต่อหลักการคุ้มครองสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ กรณีจึงไม่มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมและไม่
เป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบกับผู้ประกอบกิจการรายหนึ่งรายใดเป็นการเฉพาะ
๓๒) กรณีการให้นักเรียนออกจากโรงเรียนเพราะมีบุตร (ค�าร้องที่ ๖๐๐/๒๕๕๓ ค�าสั่งที่ ๖๙/๒๕๕๓)
นางสาว ธ. ผู้ฟ้องคดีได้เข้าศึกษามัธยมศึกษาปีที่ ๔ ของโรงเรียนวัดแห่งหนึ่ง โดยเข้าเรียนได้เพียง
๒ วัน ครูฝ่ายปกครองไม่อนุญาตให้เข้าเรียนและให้ออกจากโรงเรียนโดยไม่มีการแจ้งเป็นหนังสือ โดยให้เหตุผลว่าผู้ฟ้อง
คดีมีบุตรแล้ว ผู้ฟ้องคดีท�าหนังสือร้องเรียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ไม่ได้รับค�าชี้แจงใด ๆ จึงน�าคดีมาฟ้องต่อศาล
ปกครองขอให้มีค�าพิพากษาหรือค�าสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง (ผู้อ�านวยการโรงเรียน และผู้อ�านวยการส�านักงานเขตพื้นที่
การศึกษา) มีความผิดและรับโทษตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ
ศาลปกครองชั้นต้นไม่รับฟ้องเนื่องจากนาย ม. ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ปกครองของผู้ฟ้องคดีเป็นเพียงบิดา
ของนาย พ. สามีโดยไม่ขอบด้วยกฎหมายของผู้ฟ้องคดี ดังนั้น นาย ม. จึงมิใช่ผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้ปกครองของ
ผู้ฟ้องคดี และมิใช่ผู้ซึ่งได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการกระท�าของผู้ฟ้องคดีทั้งสองตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒
203

