Page 202 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 202

กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ





                            ๒๙) กรณีฟ้องว่าการที่คณะกรรมการจัดซื้อและก�าหนดค่าทดแทนทรัพย์สินเพื่อการชลประทาน
               จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พิจารณาจ่ายค่าทดแทนโดยมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติ (ค�าพิพากษาศาลปกครองสูงสุด
               ที่ อ.๔๙๗/๒๕๕๑)

                                 ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ครอบครองและท�าประโยชน์ในที่ดินซึ่งไม่มีหนังสือส�าคัญหรือเอกสารสิทธิในเขต
               ป่าสงวนแห่งชาติกุยบุรี โดยที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่ในเขตพื้นที่อ่างเก็บน�้ายางชุมซึ่งกรมชลประทาน (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑) ได้
               เริ่มสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๖ และเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๓ และในการใช้พื้นที่ก่อสร้างอ่างเก็บน�้าดังกล่าวผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑

               ได้จ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินต่าง ๆ ทุกรายแล้ว โดยค่าทดแทนที่ดินได้จ่ายให้แก่เจ้าของ
               ที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ ส่วนค่ารื้อย้ายบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้าง ค่าทดแทนต้นไม้ จ่ายให้ทั้งที่ปลูกในที่ดินที่มีเอกสารสิทธิและ

               ไม่มีเอกสารสิทธิ ต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้เริ่มด�าเนินการส�ารวจปักหลักเขตเพื่อก�าหนดพื้นที่ในการก่อสร้างโครงการ
               ปรับปรุงอ่างเก็บน�้ายางชุมเพิ่มเติม ปรากฏว่าต้นไม้และบ่อน�้าของผู้ฟ้องคดีซึ่งอยู่ในที่ดินของผู้ฟ้องคดีอันเป็นที่ดินที่ไม่มี
               เอกสารสิทธิถูกน�้าท่วม คณะกรรมการจัดซื้อและก�าหนดค่าทดแทนทรัพย์สินเพื่อการชลประทานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

               (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒) จึงได้พิจารณาจ่ายค่าทดแทนให้แก่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ซึ่งทับซ้อน
               อยู่ในเขตพื้นที่ดังกล่าวเท่านั้นโดยไม่พิจารณาจ่ายค่าทดแทนต้นไม้ของผู้ฟ้องคดีที่อยู่ในเขตชลประทานเดิม ผู้ฟ้องคดี

               เห็นว่าการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ให้จ่ายค่าทดแทนให้แก่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ซึ่งทับซ้อน
               อยู่ในพื้นที่อ่างเก็บน�้ายางชุมเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เสมอภาคตามรัฐธรรมนูญระหว่างผู้ฟ้องคดีและบุคคลดังกล่าว



                                 ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ผู้ฟ้องคดีเข้าครอบครองที่ดินในพื้นที่เขตชลประทานโดยไม่มีสิทธิ
               ตามกฎหมายกรณีจึงไม่อาจเปรียบเทียบกับบุคคลผู้มีสิทธิดังกล่าวซึ่งกฎหมายรับรองได้ การที่ได้รับการปฏิบัติจากทาง
               ราชการจึงย่อมแตกต่างกัน กรณีจึงไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองไม่พิจารณาจ่ายค่าทดแทนต้นไม้

               และบ่อน�้าให้แก่ผู้ฟ้องคดีจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว





                            ๓๐) การที่บุคคลใดจะอ้างหลักแห่งความเสมอภาคเพื่อเรียกร้องให้ปฏิบัติต่อตนเป็นอย่างเดียวกัน

               นั้นย่อมท�าได้เฉพาะเพื่อเรียกร้องให้ปฏิบัติในสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ผู้ที่กระท�าการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
               จึงไม่อาจอ้างในท�านองที่ว่าถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อตนได้ (ค�าพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๑๖๐-
               อ.๑๙๗/๒๕๕๑)

                                 นายช่างแขวงการทางสมุทรปราการ (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒) ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้อ�านวยการ
               ทางหลวงแผ่นดิน (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓) ได้มีค�าสั่งแจ้งให้ผู้ที่บุกรุกปลูกสร้างบ้านพักอาศัยและร้านค้ารุกล�้าทางหลวงแผ่นดิน

               หมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท) อันอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของหมวดการทางสมุทรปราการ สังกัดแขวงการทาง
               สมุทรปราการ จ�านวน ๓๐ ราย รวมทั้งผู้ฟ้องคดีทั้งสิบเก้าคนรื้อถอนหรือท�าลายบ้านพักอาศัยออกจากเขตทางหลวง
               ภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ ผู้ฟ้องคดีได้อุทธรณ์ค�าสั่งให้รื้อถอนหรือท�าลายบ้านพักอาศัยต่อผู้ออกค�าสั่งแล้ว

               ซึ่งผู้ฟ้องคดีเห็นว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าและได้เข้ามาอยู่อาศัยนานกว่า ๑๐ ปี แล้ว อยู่นอกเขตทางหลวง
               และเป็นที่ราชพัสดุที่สามารถให้ประชาชนเช่าได้โดยเป็นของกรมธนารักษ์ ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามไม่มีอ�านาจที่จะด�าเนินการ

               ขับไล่ประชาชน จึงฟ้องขอให้เพิกถอนค�าสั่งที่ให้รื้อถอนและท�าลายบ้านพักอาศัยที่สร้างขึ้นในเขตทางหลวงโดยไม่ได้รับ
               อนุญาต





                                                               201
   197   198   199   200   201   202   203   204   205   206   207