Page 194 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 194
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
ศาลปกครองสูงสุดโดยที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอ�านาจดุลพินิจ
ที่จะก�าหนดวันใช้บังคับกฎกระทรวงได้ว่าจะให้มีผลย้อนหลังหรือไม่ย้อนหลังหรือมีผลไปในอนาคตถึงขณะหนึ่งก็ได้ เพื่อ
การบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม แม้ว่าการออกกฎกระทรวงฉบับที่ ๓๐ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ฯ และกฎ
กระทรวงฉบับที่ ๓๑ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ฯ จะมีหลักการและเหตุผลในการออกกฎกระทรวงเพื่อแก้ไขปัญหาในการจัดเก็บ
ภาษีซ�้าซ้อน เพื่อให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมผลิตสินค้าแบตเตอรี่มีสิทธิลดหย่อนภาษีโดยน�าเงินภาษีที่ได้เสียไว้แล้วส�าหรับ
วัตถุดิบหรือส่วนประกอบที่ใช้ในการผลิตมาหักออกจากจ�านวนเงินภาษีที่ต้องเสียส�าหรับการขายสินค้าดังกล่าวได้ก็ตาม
แต่การก�าหนดวันบังคับใช้กฎกระทรวงทั้ง ๒ ฉบับ มีเหตุที่ท�าให้การบังคับใช้กฎหมายแตกต่างกัน คือ การที่กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๓๐ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ฯ ประกาศในราชกิจจานุเบกขา เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๔๐ มีผลบังคับใช้ย้อนหลังไปถึง
วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๔๐ ซึ่งถือว่าช่วงระยะเวลาดังกล่าวเป็นช่วงระยะเวลาที่อยู่ในขั้นตอนการน�าเข้าวัตถุดิบหรือ
ส่วนประกอบที่ใช้ในการผลิตสินค้า ส่วนการออกกฎกระทรวงฉบับที่ ๓๑ (พ.ศ. ๒๕๔๑)ฯ โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่
วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๔๑ อันเป็นระยะเวลาตั้งแต่วันที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมน�าเข้าวัตถุดิบหรือส่วนประกอบที่ใช้ใน
การผลิตสินค้าแบตเตอรี่ เป็นช่วงระยะเวลาที่มากพอที่จะท�าให้ผู้มีอาชีพประกอบอุตสาหกรรมผลิตแบตเตอรี่ด�าเนิน
การผลิตแบตเตอรี่และจ�าหน่ายไปยังผู้บริโภคแล้ว เมื่อผู้ประกอบอุตสาหกรรมผลิตแบตเตอรี่ได้จ�าหน่ายสินค้าไปแล้ว
ภาระภาษีย่อมถูกผลักภาระไปยังผู้บริโภคแล้ว หากก�าหนดให้กฎกระทรวงฉบับนี้มีผลใช้บังคับย้อนหลังไปเป็นตั้งแต่วันที่
๒๓ พฤษภาคม ๒๕๔๐ ย่อมจะท�าให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคที่รับภาระภาษีแทนผู้ประกอบอุตสาหกรรม และ
กลับท�าให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมผลิตสินค้าแบตเตอรี่ได้ประโยชน์จากการน�าเงินภาษีที่ได้เสียไปแล้วส�าหรับวัตถุดิบหรือ
ส่วนประกอบที่ใช้ในการผลิตสินค้าแบตเตอรี่มาหักออกจากจ�านวนเงินภาษีที่ต้องเสียส�าหรับสินค้าดังกล่าว โดยรัฐต้อง
รับภาระน�าเงินซึ่งได้มาจากภาษีของประชาชนมาจ่ายคืนให้ ซึ่งจะท�าให้การบังคับใช้กฎหมายไม่มีประสิทธิภาพและเกิด
ความไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคและเกิดความเสียหายแก่รัฐ การที่ผู้ฟ้องคดีซึ่งมีอาชีพในการประกอบอุตสาหกรรมผลิต
สินค้าแบตเตอรี่รายหนึ่งอ้างว่าไม่ได้ผลักภาระไปยังผู้บริโภคจึงไม่อาจรับฟังเพื่อเป็นเหตุให้ก�าหนดวันบังคับใช้กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๓๑ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ฯ ย้อนหลังไปในวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๔๐ ได้ ดังนั้น การที่กฎกระทรวงฉบับดังกล่าวมีผล
ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๔๑ จึงไม่มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติ
๒๑) กรณีฟ้องว่าประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ก�าหนดสถานบริการฯ ที่ให้จัดเก็บภาษีสรรพสามิต
ของสนามกอล์ฟมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติ (ค�าพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ ฟ.๑๘/๒๕๔๗)
ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ประกอบกิจการสนามกอล์ฟ ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงการคลัง (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒) ได้ออกประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ก�าหนดสถานบริการประเภทที่ ๐๙.๙๐ ใน
ตอนที่ ๙ สถานบริการตามพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตลงวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๔๐ เนื่องจากประกาศกระทรวงดังกล่าว
ท�าให้ผู้ประกอบกิจการสนามกอล์ฟรวมทั้งผู้ฟ้องคดีต้องประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น ผู้ฟ้องคดี
จึงได้มีหนังสือถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ มีหนังสือแจ้งผู้ฟ้องคดีว่าผู้ใช้บริการสนามกอล์ฟส่วนใหญ่เป็น
ผู้มีฐานะทางการเงินดีควรเสียภาษีให้รัฐ จึงไม่สมควรยกเลิกการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากสนามกอล์ฟ ผู้ฟ้องคดี
เห็นว่าการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ไม่พิจารณายกเลิกการเรียกเก็บภาษีสรรพสามิตของสนามกอล์ฟโดยให้เหตุผลว่าผู้ใช้บริการ
สนามกอล์ฟเป็นผู้มีฐานะทางการเงินดีเท่ากับเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้สนามกอล์ฟเพราะเหตุฐานะ
ทางเศรษฐกิจ จึงเป็นการขัดต่อมาตรา ๓๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฯ จึงน�าคดีมาฟ้องขอให้ศาลเพิกถอน
ประกาศดังกล่าว
193

