Page 193 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 193
ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ
ระเบียบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ว่าด้วยการใช้ไฟฟ้าและบริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พ.ศ. ๒๕๓๔
และค�าสั่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่ อ.๕/๒๕๓๑ เรื่อง อัตราค่าธรรมเนียมการใช้ไฟฟ้าและค่าบริการ ลงวันที่ ๑ สิงหาคม
๒๕๓๑ ไม่มีข้อความในข้อใดหรือตอนใดขัดหรือแย้งต่อหลักกฎหมายปกครองทั่วไป ที่ว่าหน่วยงานทางปกครองที่มีอ�านาจ
หน้าที่จัดท�ากิจการบริการสาธารณะต้องจัดท�าบริการสาธารณะให้มีความต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลง
กิจการบริการสาธารณะให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอยู่เสมอ และไม่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม
ต่อประชาชนผู้ขอใช้บริการ หรือขัดหรือแย้งต่อพระราชบัญญัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พ.ศ. ๒๕๐๓ ที่บัญญัติว่าการด�าเนิน
กิจการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้ค�านึงถึงความปลอดภัย ประโยชน์ของรัฐและประชาชนแต่อย่างใด
ข้อความในค�าสั่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่ อ.๕/๒๕๓๑ ที่ว่า “เมื่อผู้ใช้ไฟฟ้ามีความจ�าเป็นต้องเลิก
ใช้ไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวในระยะเวลาใดเวลาหนึ่งผู้ใช้ไฟฟ้ามีสิทธิขอตัดฝากมิเตอร์ไว้เป็นการชั่วคราวและขอให้ติดตั้ง
มิเตอร์ตามเดิมเมื่อมีความต้องการใช้ไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยินยอมให้ผู้ใช้ไฟฟ้าเลิกใช้ไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวได้
โดยต้องปฏิบัติตามระเบียบ” ดังนี้ มิได้หมายความว่าจะต้องมีข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้ไฟฟ้ามีความจ�าเป็นต้อง
เลิกใช้ไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวเสียก่อน ผู้ใช้ไฟฟ้าจึงจะเกิดสิทธิยื่นค�าร้องขอตัดฝากมิเตอร์เป็นการชั่วคราว ผู้ถูกฟ้องคดี
ที่ ๑ โดยพนักงานของตนจึงไม่จ�าต้องสอบสวนผู้ใช้ไฟฟ้าให้ได้ความว่ามีความจ�าเป็นอย่างไรในทางข้อเท็จจริงที่จะต้อง
งดใช้ไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวแต่อย่างใด
๒๐) การบังคับใช้กฎกระทรวงฉบับที่ ๓๑ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษี
สรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ ว่าด้วยสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมจะขอลดหย่อนภาษีได้ก�าหนดให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่
วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ไม่มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติ (ค�าพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่
ฟ.๑๒/๒๕๔๖)
ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้น�าเข้าแบตเตอรี่ชนิดก้อนซึ่งต้องเสียภาษีสรรพสามิตในอัตราร้อยละ ๑๐ ตามพระราช
กฤษฎีกาก�าหนดประเภทสินค้าตามพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ ฟ้องว่าในการออกกฎกระทรวงฉบับ
ที่ ๓๐ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ ว่าด้วยสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม
จะขอลดหย่อนภาษีซึ่งได้ก�าหนดให้เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทเครื่องปรับอากาศและรถจักรยานยนต์เป็นสินค้าที่ผู้ประกอบ
อุตสาหกรรมจะขอลดหย่อนภาษีได้ โดยกรมสรรพสามิตและกระทรวงการคลัง (ผู้ถูกฟ้องคดี) ก�าหนดให้กฎกระทรวง
ฉบับนี้ใช้บังคับย้อนหลังตั้งแต่วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๔๐ เป็นต้นไป และเมื่อต่อมารัฐบาลได้ออกกฎกระทรวงฉบับที่
๓๑ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ ว่าด้วยสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม
จะขอลดหย่อนภาษีได้ก�าหนดให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (ตั้งแต่วันที่ ๒๗ ตุลาคม
๒๕๔๑) ก�าหนดให้แบตเตอรี่เป็นสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมจะขอลดหย่อนภาษีได้ กรมสรรพสามิตจึงวินิจฉัยว่า
กรณีของผู้ฟ้องคดีเป็นกรณีที่ไม่อาจน�าเงินที่ช�าระภาษีสรรพสามิตซึ่งมีการช�าระ ณ ด่านศุลกากรก่อนวันที่กฎกระทรวง
จะมีผลใช้บังคับ ณ วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๔๑ มาหักลดหย่อนภาษีสรรพสามิตได้ เนื่องจากเป็นการเก็บภาษีซ�้าซ้อนผู้
ฟ้องคดีเห็นว่ากฎกระทรวงฉบับที่ ๓๑ (พ.ศ. ๒๕๔๑)ฯ มีบางส่วนที่มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมท�าให้เกิด
ความไม่เท่าเทียมกันในการช�าระภาษีสรรพสามิต ส�าหรับสินค้าแบตเตอรี่ของผู้ฟ้องคดีและผู้ประกอบการอื่น เพราะใน
ขณะที่ภาษีสรรพสามิตส�าหรับสินค้าแบตเตอรี่ของผู้ฟ้องคดีไม่สามารถขอลดหย่อนภาษีย้อนหลังตามกฎกระทรวงฉบับ
ที่ ๓๑ (พ.ศ. ๒๕๔๑)ฯ แต่สินค้าที่มีส่วนประกอบของแบตเตอรี่ของผู้ประกอบกิจการอื่นตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๓๐
(พ.ศ. ๒๕๔๐)ฯ กลับสามารถขอลดหย่อนภาษีย้อนหลังได้ จึงน�าคดีมาฟ้องขอให้ศาลมีค�าสั่งแก้ไขหรือเพิกถอนกฎ
กระทรวงฉบับที่ ๓๑ (พ.ศ. ๒๕๔๑) บางส่วน โดยให้มีผลใช้บังคับในวันเดียวกับกฎกระทรวงฉบับที่ ๓๐ (พ.ศ. ๒๕๔๐)
คือ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นต้นไป
192

