Page 189 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 189
ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ
๑๔) การที่ผู้ฟ้องคดีผ่านเกณฑ์การประเมินแต่ผู้ถูกฟ้องคดีไม่ต่อสัญญาจ้างให้แก่ผู้ฟ้องคดีโดยไม่มี
เหตุผลอันควร เป็นการเลือกปฏิบัติและใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (ค�าพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่
อ.๓๙๙/๒๕๕๑)
ศาลปกครองสูงสุดพิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้องค์การบริหารส่วนต�าบล ห. (ผู้ถูกฟ้องคดี) จะกล่าว
อ้างว่าเหตุที่ไม่พิจารณาจ้างผู้ฟ้องคดีต่อไปเป็นเพราะต�าแหน่งที่ว่างนี้มีแผนที่จะใช้บรรจุ นางสาว ภ. เข้าเป็นพนักงานส่วน
ต�าบล ตามแผนอัตราก�าลัง ๓ ปี (พ.ศ. ๒๕๔๖ ถึง พ.ศ. ๒๕๔๘) ก็ตาม แต่ไม่อาจรับฟังได้เพราะกรณีของนางสาว ภ. เป็น
การบรรจุผู้สอบแข่งขันได้เข้ารับราชการเป็นพนักงานส่วนต�าบลในต�าแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี ๒ เป็น
ข้าราชการมิใช่บรรจุเข้าปฏิบัติงานในต�าแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชีซึ่งเป็นต�าแหน่งลูกจ้างชั่วคราวเหมือนกับผู้ฟ้อง
คดี นอกจากนี้ การที่ผู้บังคับบัญชาของผู้ฟ้องคดีได้ท�าการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ฟ้องคดีก่อนที่สัญญาจ้างผู้ฟ้อง
คดีครั้งสุดท้าย (ปีงบประมาณ ๒๕๔๖) จะครบก�าหนดในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๖ ก็ย่อมแสดงให้เห็นว่าผู้ถูกฟ้องคดีมี
ความประสงค์ที่จะประเมินเพื่อจะจ้างผู้ฟ้องคดีเข้าปฏิบัติงานต่อในปีงบประมาณ ๒๕๔๗ ซึ่งก็สอดคล้องกับแผนอัตราก�าลัง
๓ ปีที่ได้ก�าหนดต�าแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชีและอัตราค่าจ้างส�าหรับต�าแหน่งที่จ้างไว้เป็นการล่วงหน้าแล้ว
ประกอบกับผลการสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงตามค�าสั่งอ�าเภอท่าบ่อ ที่ ๓๓๕/๒๕๔๖ ลงวันที่ ๕
พฤศจิกายน ๒๕๔๖ น่าเชื่อได้ว่าเหตุที่ผู้ถูกฟ้องคดีไม่จ้างผู้ฟ้องคดีเข้าปฏิบัติงานต่อ เนื่องจากผู้ถูกฟ้องคดีไม่ชอบพี่ชาย
และบิดาของผู้ฟ้องคดีที่ชอบมาวุ่นวายในองค์การบริหารส่วนต�าบลและมีปัญหาขัดแย้งกับผู้บริหารเป็นการส่วนตัวมากกว่า
จะเป็นเพราะว่าผู้ฟ้องคดีน�าความลับของทางราชการไปเปิดเผยให้แก่บิดาและพี่ชายของผู้ฟ้องคดีตามที่ผู้ถูกฟ้องคดี
กล่าวอ้าง การที่ผู้ฟ้องคดีผ่านเกณฑ์ประเมินแต่ผู้ถูกฟ้องคดีไม่ต่อสัญญาจ้างให้แก่ผู้ฟ้องคดีโดยไม่มีเหตุผลอันควร
จึงเป็นการเลือกปฏิบัติและใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย จึงเป็น
การกระท�าละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีตามมาตรา ๔๒๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ถูกฟ้องคดีจึงต้องรับผิดชดใช้
ค่าสินไหมทดแทนในกรณีไม่จ้างผู้ฟ้องคดีปฏิบัติงานต่อในปีงบประมาณ ๒๕๔๗ ให้แก่ผู้ฟ้องคดี
๑๕) กรณีฟ้องขอให้ยกเลิกประกาศประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้างอาคารโรงพยาบาล (ค�าพิพากษา
ศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๕-อ.๖/๒๕๔๖)
ผู้ฟ้องคดียื่นซองประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้างอาคารบริการ ๑๒ ชั้นโรงพยาบาล ส. ลงวันที่
๒๑ กรกฎาคม ๒๕๔๓ ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ส. (ผู้ถูกฟ้องคดี) ออกประกาศประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้างอาคาร
ดังกล่าวซึ่งในการประกวดราคาครั้งแรกผู้ฟ้องคดีเป็นผู้เสนอราคาต�่าสุด แต่ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีได้ออกประกาศลงวันที่ ๑
พฤศจิกายน ๒๕๔๓ ให้ยกเลิกการประกวดราคาตามประกาศประกวดราคาดังกล่าว หลังจากนั้นวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์
๒๕๔๔ ผู้ถูกฟ้องคดีได้ออกประกาศ เรื่อง ประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้างอาคารบริการ ๑๒ ชั้น (ครั้งที่ ๒) โรงพยาบาล
ส. โดยในการประกวดราคาครั้งนี้ ได้ก�าหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเสนอราคาว่าต้องมีผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันใน
วงเงินไม่น้อยกว่า ๑๘๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งแตกต่างจากประกวดราคาครั้งแรกที่ก�าหนดว่าต้องมีผลงานก่อสร้างประเภท
เดียวกันในวงเงินไม่น้อยกว่า ๑๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นการก�าหนดคุณสมบัติของผู้เสนอราคาที่ต้องมีราคาสูงขึ้น
และก�าหนดคุณสมบัติอื่นไว้ด้วย ซึ่งในการประกวดราคาครั้งที่สองมีผู้ยื่นซองเสนอราคารวม ๑๔ ราย ผลการเปิดซอง
เสนอราคาปรากฏว่ามีผู้เสนอราคาที่มีคุณสมบัติเรื่องผลงานก่อสร้างครบถ้วน จ�านวน ๑๒ ราย โดยผู้ฟ้องคดีเป็นรายที่
188

