Page 188 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 188
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
๑๓) การก�าหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาเทียบคุณวุฒิของผู้ที่ส�าเร็จการศึกษาจากประเทศอินเดีย
ไม่เป็นการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติหรือประเทศอันเป็นที่ตั้งของสถานศึกษา (ค�าพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่
อ.๒๙๙/๒๕๕๑)
ผู้ฟ้องคดีส�าเร็จการศึกษาได้รับปริญญา Master of Communication Studies จาก University
of Pune ประเทศอินเดียได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในต�าแหน่งนักประชาสัมพันธ์ ๔ ในสังกัดส�านักงานปลัดกระทรวง
การคลัง ต่อมา คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑) พิจารณาเทียบคุณวุฒิของผู้ฟ้องคดีเพื่อก�าหนดอัตรา
เงินเดือน โดยเห็นว่าผู้ฟ้องคดีได้รับปริญญาทางสื่อสารมวลชนซึ่งอาจบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญใน
ต�าแหน่งนักประชาสัมพันธ์ ๔ ได้ในอัตราเงินเดือนไม่สูงกว่าอันดับ ท.๔ ขั้น ๗,๓๘๐ บาทปลัดกระทรวงการคลัง (ผู้ถูกฟ้อง
คดีที่ ๓) จึงมีค�าสั่งบรรจุและแต่งตั้งผู้ฟ้องคดีตามมติดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าตนได้รับเงินเดือนน้อยกว่าผู้ที่จบการศึกษา
ในระดับเดียวกันโดยทั่วไปหนึ่งขั้นเป็นจ�านวนเงิน ๔๐๐ บาท จึงได้อุทธรณ์ต่อส�านักงาน ก.พ. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒) ผู้ถูกฟ้อง
คดีที่ ๒ ชี้แจงว่าผู้มีคุณวุฒิปริญญาโทจากประเทศอินเดียมีระยะเวลาศึกษาตามที่หลักสูตรก�าหนดไว้น้อยกว่าประเทศไทย
หนึ่งปี จึงได้รับการพิจารณาอัตราเงินเดือนต�่ากว่าผู้มีคุณวุฒิจากภายในประเทศหนึ่งขั้น (อันดับ ท.๔ ขั้น ๗,๓๘๐ บาท)
ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าหลักเกณฑ์การพิจารณาคุณวุฒิของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ส�าหรับผู้ส�าเร็จการศึกษาจากประเทศอินเดียเป็น
การเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติหรือประเทศอันเป็นที่ตั้งของสถานศึกษา ไม่ชอบธรรมในการก�าหนดอัตราเงินเดือนตาม
คุณวุฒิ ขัดกับหลักความเสมอภาคและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จึงน�าคดีมาฟ้องขอให้เพิกถอนหลักเกณฑ์ดังกล่าว
ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ก�าหนดหลักเกณฑ์ในการรับรองคุณวุฒิก�าหนด
เงินเดือนและระดับให้แก่ผู้มีคุณวุฒิจากต่างประเทศ โดยเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ฟ้องคดีส�าเร็จการศึกษาระดับปริญญา
โทในประเทศอินเดียซึ่งใช้เวลาในการศึกษาน้อยกว่าผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาโทในประเทศไทยหนึ่งปี เมื่อจ�านวน
ปีการศึกษาของประเทศอินเดียน้อยกว่าประเทศไทยย่อมท�าให้เนื้อหาของหลักสูตรและการประเมินความรู้แตกต่างกัน
ด้วย ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ จึงก�าหนดอัตราเงินเดือนของผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากประเทศอินเดียไว้ต�่ากว่าผู้ที่จบ
การศึกษาระดับปริญญาโทจากประเทศไทย ๑ ขั้น ซึ่งหลักเกณฑ์การพิจารณาคุณวุฒิที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ก�าหนดนี้มิได้
ใช้เฉพาะแต่ในประเทศอินเดียเท่านั้น แต่ยังใช้กับประเทศอื่น ๆ ที่มีระยะเวลาการศึกษาตามที่หลักสูตรก�าหนดน้อยกว่า
ประเทศไทยด้วย เช่น ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นต้น และการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้ก�าหนดหลักเกณฑ์การพิจารณารับรองคุณวุฒิ
โดยค�านึงถึงสาระส�าคัญของหลักสูตรรวมทั้งระบบหรือวิธีการประเมินความรู้ไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่
ผู้ฟ้องคดีจะไปศึกษาต่อ จึงอยู่ในวิสัยที่ผู้ฟ้องคดีจะได้ทราบก่อนตัดสินใจไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอินเดีย ประกอบกับผู้ถูก
ฟ้องคดีที่ ๑ ได้ใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวในการพิจารณารับรองคุณวุฒิให้แก่ผู้ส�าเร็จการศึกษาจากต่างประเทศมาโดยตลอด
จนถึงปัจจุบันมิได้น�าหลักเกณฑ์ข้างต้นมาใช้กับผู้ฟ้องคดีซึ่งจบการศึกษาจากประเทศอินเดียเท่านั้น ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้อง
คดีที่ ๑ น�าหลักเกณฑ์ดังกล่าวมาพิจารณาคุณวุฒิของผู้ฟ้องคดีจึงไม่เป็นการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด การก�าหนดเงินเดือนให้
ผู้ฟ้องคดีบรรจุได้ไม่สูงกว่าอันดับ ท.๔ ขั้น ๗,๓๘๐ บาท จึงชอบด้วยกฎหมาย
187

