Page 187 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 187

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ





                       ๑๒) การก�าหนดให้ผู้ได้รับปริญญาตรีเกียรตินิยมทุกสาขาเป็นเหตุพิเศษที่จะได้รับสิทธิคัดเลือกแทน
          การสอบแข่งขัน เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม (ค�าพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๓๗๙/๒๕๕๐)
                            ประกาศรับสมัครของเลขาธิการส�านักงานศาลปกครอง (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑) จะเป็นกฎที่ชอบด้วย

          กฎหมายหรือไม่


                            ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า การสรรหาบุคคลเข้ารับราชการโดยวิธีใดถือเป็นดุลพินิจของ

          ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ จะเลือกใช้เพราะเป็นกรณีที่กฎหมายก�าหนดให้อ�านาจไว้ แต่การเลือกใช้วิธีการใดนั้นจะต้องค�านึงถึง
          ประโยชน์ของทางราชการเป็นหลัก ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้ให้การต่อศาลปกครองชั้นต้นไว้ว่ามีความจ�าเป็นที่จะต้องก�าหนด

          คุณสมบัติเฉพาะต�าแหน่งพนักงานคดีปกครอง ๓ ในครั้งนี้ว่า จะต้องได้รับปริญญาตรีเกียรตินิยมทางกฎหมาย รัฐศาสตร์
          รัฐประศาสนศาสตร์จากสถาบันการศึกษาที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒) รับรองนั้น เนื่องจากจะ
          มีการจัดตั้งศาลปกครองในภูมิภาคจ�านวน ๑๖ แห่ง ท�าให้มีความจ�าเป็นต้องใช้บุคลากรโดยเฉพาะต�าแหน่งพนักงานคดี

          ปกครองซึ่งมีหน้าที่ช่วยเหลือตุลาการศาลปกครองในการด�าเนินคดีปกครองเป็นจ�านวนมาก จึงจ�าเป็นต้องสรรหาโดยเร็ว
          อีกทั้งในอดีตได้ด�าเนินการสรรหาโดยวิธีการสอบแข่งขันและวิธีการคัดเลือกมาแล้ว และได้เคยประเมินว่าการกระท�าโดย

          วิธีคัดเลือกใช้งบประมาณน้อยกว่าและใช้ระยะเวลาด�าเนินการน้อยกว่า และเมื่อพิจารณาจากเหตุผลในการใช้ดุลพินิจ
          ดังกล่าวแล้วจะเห็นได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ไม่ได้มีความจงใจที่จะเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใด
          หากแต่ได้ยึดประโยชน์ของทางราชการเป็นที่ตั้ง ประกอบกับมีระเบียบกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้นให้อ�านาจแก่ผู้ถูกฟ้อง

          คดีที่ ๑ ที่จะกระท�าได้ ดังนั้น ประกาศรับสมัครคัดเลือกของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ จึงชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลปกครองชั้นต้นมี
          ค�าพิพากษาให้เพิกถอนประกาศรับสมัครของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ในส่วนที่เกี่ยวกับคุณสมบัติเฉพาะส�าหรับต�าแหน่งพนักงาน
          คดีปกครอง ๓ ที่ก�าหนดว่าต้องได้รับปริญญาตรีเกียรตินิยมนั้น ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วย ส�าหรับประเด็นที่ว่า

          มติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ที่ก�าหนดให้ผู้ได้รับปริญญาตรีเกียรตินิยมจากสถาบันการศึกษาที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ รับรองทั้ง
          ในประเทศและต่างประเทศถือว่าเป็นเหตุพิเศษตามมาตรา ๕๐ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.
          ๒๕๓๕ ซึ่งส่วนราชการสามารถใช้วิธีคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการได้ ปรากฏตามหนังสือส�านักงาน ก.พ.ที่

          นร.๐๗๐๘.๔/ว๙ ลงวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๓ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่ามติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ดังกล่าวออกมาเพื่อ
          เป็นข้อยกเว้นให้ส่วนราชการสามารถใช้วิธีการคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการแทนการสอบแข่งขัน แต่ในบางสถานการณ์

          การคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการเป็นวิธีการที่เหมาะสม เนื่องจากมีผู้ส�าเร็จการศึกษาในสาขาวิชาที่ไม่เพียงพอแก่ความ
          ต้องการของส่วนราชการ หรือกรณีที่ส่วนราชการมีข้อผูกพันกับบุคคลบางคนไว้แล้ว เช่น กรณีผู้ได้รับทุนให้ไปศึกษาใน
          ต่างประเทศหรือในกรณีที่มีความจ�าเป็นเร่งด่วนต้องบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ เป็นต้น แต่ส�าหรับการก�าหนด

          ให้ผู้ได้รับปริญญาตรีเกียรตินิยมทุกสาขาถือเป็นเหตุพิเศษที่จะให้ได้รับสิทธิคัดเลือกแทนการสอบแข่งขันนั้น เห็นว่าเป็น
          การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ดังนั้น มติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ที่ก�าหนดให้ผู้ได้รับปริญญาตรีเกียรตินิยมทุกสาขาซึ่งมี

          ลักษณะเป็นกฎถือเป็นเหตุพิเศษที่จะได้รับการคัดเลือกแทนการสอบแข่งขันจึงเป็นกฎที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

















                                                         186
   182   183   184   185   186   187   188   189   190   191   192