Page 186 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 186
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
๑๑) การก�าหนดให้ผู้ได้รับปริญญาตรีเกียรตินิยมเป็นวุฒิที่ก�าหนดให้ใช้วิธีการคัดเลือกแทนการสอบ
แข่งขันได้เป็นการให้สิทธิเหนือกว่าหรือดีกว่าผู้ที่ได้รับปริญญาตรีในสาขาเดียวกันแต่ไม่ได้รับเกียรตินิยม เป็นการ
เลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม (ค�าพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๑๕๘/๒๕๕๐)
มติของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑) ที่ก�าหนดให้ผู้มีอ�านาจสั่งบรรจุ
บุคคลเข้ารับราชการและแต่งตั้งให้ด�ารงต�าแหน่งตามมาตรา ๕๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.
๒๕๓๕ สามารถคัดเลือกเพื่อบรรจุบุคคลซึ่งส�าเร็จการศึกษาปริญญาตรีเกียรตินิยมทุกสาขาวิชาจากสถาบันการศึกษาที่
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ รับรองทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญและแต่งตั้งให้ด�ารง
ต�าแหน่งที่ได้รับคัดเลือก ตามข้อ ๑.๒ ของหนังสือส�านักงาน ก.พ. ที่ นร ๐๗๐๘.๔/ว ๑๑ ลงวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๕
เป็นมติที่มีผลบังคับเป็นการทั่วไปไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดหรือบุคคลใดเป็นการเฉพาะ มติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑
จึงมีลักษณะเป็นกฎและโดยที่ระบบการศึกษาของสถาบันการศึกษาของรัฐหรือเอกชนในประเทศไทยไม่ได้มีการจัดแยก
หลักสูตรระหว่างหลักสูตรปริญญาตรีเกียรตินิยมกับหลักสูตรปริญญาตรีธรรมดา กล่าวคือ ผู้ที่ส�าเร็จการศึกษาปริญญา
ตรีเกียรตินิยมหรือส�าเร็จการศึกษาปริญญาตรีแต่ไม่ได้รับเกียรตินิยมจะต้องผ่านการศึกษาในวิชาการต่าง ๆ ที่สถาบัน
การศึกษาก�าหนด และผ่านการทดสอบและรับรองว่าได้ส�าเร็จการศึกษาเล่าเรียนมาครบถ้วนตามหลักสูตรที่ก�าหนดไว้
และจะต้องได้รับคะแนนไม่ต�่ากว่ามาตรฐานที่สถาบันการศึกษานั้น ๆ ก�าหนดเหมือน ๆ กัน เพียงแต่ผู้ที่มีคะแนนสูงใน
ระดับหนึ่งและผ่านเงื่อนไขที่สถาบันการศึกษาแต่ละแห่งก�าหนด เช่น ไม่เคยสอบตกในวิชาใดวิชาหนึ่ง เป็นต้น ก็จะได้รับ
การยกย่องด้วยการให้เกียรตินิยม แต่ยังคงถือว่าบุคคลดังกล่าวมีความรู้หรือมีวุฒิในสาขาวิชาการที่ส�าเร็จมาเช่นเดียวกับ
บุคคลที่ไม่ได้รับเกียรตินิยม จึงถือว่าผู้ที่ส�าเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีสาขาใดก็ย่อมมีศักดิ์และสิทธิเสมอกันไม่ว่าจะ
ได้รับปริญญาเกียรตินิยมหรือไม่ได้รับเกียรตินิยมก็ตาม ทั้งบุคคลที่ไม่ได้รับเกียรตินิยมก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการได้
เช่นเดียวกับผู้ได้รับเกียรตินิยม
ต�าแหน่งนิติกรซึ่งเป็นต�าแหน่งที่กรมบัญชีกลางเปิดรับสมัครคัดเลือกและเป็นมูลเหตุในการยื่นฟ้อง
คดีในครั้งนี้ เป็นต�าแหน่งหนึ่งที่ไม่มีความจ�าเป็นจะต้องคัดเลือกจากผู้ได้รับเกียรตินิยมทางด้านกฎหมายเพราะผู้ส�าเร็จ
การศึกษาปริญญาตรีทางด้านกฎหมายแต่ไม่ได้รับเกียรตินิยมสามารถปฏิบัติหน้าที่ในต�าแหน่งนิติกรได้หากได้รับการคัด
เลือก ดังนั้น การก�าหนดให้ผู้ได้รับปริญญาตรีเกียรตินิยมโดยถือว่าเป็นวุฒิที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ก�าหนดให้ใช้วิธีการคัดเลือก
แทนการสอบแข่งขัน จึงเป็นการให้สิทธิเหนือกว่าหรือดีกว่าผู้ที่ได้รับปริญญาตรีในสาขาเดียวกันแต่ไม่ได้รับเกียรตินิยม
ทั้ง ๆ ที่ได้รับวุฒิอย่างเดียวกันซึ่งมีศักดิ์และสิทธิที่สถาบันการศึกษารับรองเช่นเดียวกัน มติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ จึง
เป็นการปฏิบัติต่อบุคคลที่มีสถานะทางกฎหมายที่เหมือนกันให้แตกต่างกัน ย่อมถือได้ว่าเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่
เป็นธรรมเป็นการกระท�าที่ไม่ชอบ มติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ตามข้อ ๑.๒ ของหนังสือส�านักงาน ก.พ. ที่ นร ๐๗๐๘.๔/ว
๑๑ ลงวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๕ จึงเป็นมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อย่างไรก็ตาม หากศาลปกครองสูงสุดเพิกถอนมติของ
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ โดยให้มีผลย้อนหลังก็จะกระทบต่อบุคคลผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารับราชการตามมติของผู้ถูกฟ้องคดี
ที่ ๑ ตลอดจนกระทบต่อการบริหารงานบุคคลของภาครัฐ ศาลปกครองสูงสุดเห็นควรเพิกถอนมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑
นับตั้งแต่วันที่มีค�าพิพากษาถึงที่สุดเป็นต้นไป แต่เนื่องจากมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้ก�าหนดให้ส่วนราชการถือปฏิบัติ
ในระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๖ ถึง พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งขณะนี้ไม่มีผลบังคับใช้แล้ว ศาลปกครองสูงสุดจึงไม่จ�าต้อง
ก�าหนดค�าบังคับให้เพิกถอนมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ดังกล่าว
185

